คืบเครืองบินเล็กตกภูเก็ต ทราบชื่อผู้เสียชีวิตแล้ว เหตุลมแรง

คืบเหตุเครืองบินตกภูเก็ตทราบชื่อผู้เสียชีวิตแล้ว เบื้องต้นคาดจากลมแรง ทัศนวิสัยไม่ดี รอจนท.กรมการบินฯตรวจละเอียดอีกครั้ง

วันนี้(10 มี.ค.) ร.ต.อ.ณัฐธีร์ พิชิตชัยนิธิเมธ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต ร้อยเวรคดีเหตุเครื่องบินเล็กตกในบริเวณป่าสวนยางพารา ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่าเหตุการณ์ดังกล่าว มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ทราบชื่อแล้วคือ นายวัฒนา ถิ่นพังงา กัปตันเครื่องบิน และ เรืออากาศโทนรินทร์ ทวีวัฒน์ อาจารย์สอนช่างอากาศยาน วิทยาลัยเทคนิคถลาง และมีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย ถูกนำตัวส่งรพ.วชิระภูเก็ตแล้ว

สำหรับสาเหตุนั้น เบื้องต้นจากการสอบถามนักเรียนของวิทยาลัยถลาง ให้การว่าในช่วงเวลาดังกล่าว มีลมแรงมาก และเครื่องบินเล็กลำดังกล่าวพยายามจะลงจอดแล้วครั้งหนึ่งแต่ยังไม่สามารถลงจอดได้ จึงวนเวียนพยายามที่จะนำเครื่องลงจอดให้ได้ แต่แล้วเครื่องบินดังกล่าวได้ดิ่งลงกระแทกพื้นอย่างแรง จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว อย่างไรก็ตามสาเหตุที่แท้จริงต้องรอเจ้าหน้ากรมการบินพาณิชย์เข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

ทั้งนี้ ร.ต.อ.ณัฐธีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายนั่งอยู่คู่หน้า และเมื่อประสบอุบัติเหตุเครื่องบินได้หัวปักหล่นกระแทกพื้น ทำให้ผู้โดยสารคู่หน้าได้รับอันตรายมากกว่าคู่หลัง

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยเหตุเครื่องบินตกที่จังหวัดภูเก็ตว่า ตำรวจ สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งเหตุเครื่องบินขนาดเล็กตก บริเวณ ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต พนักงานสอบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้เดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุพบเครื่องบินขนาดเล็ก HSPMS butterfly 05 สภาพเสียหาย พบผู้เสียชีวิต 2 ราย

จากการซักถามเบื้องต้นทราบว่าเครื่องบินลำดังกล่าวบินขึ้นจากสนามบินภูเก็ต Airpark เวลาประมาณ 10.05 น. ได้พาอาจารย์และนักเรียนช่างซ่อมอากาศยานขึ้นบินในตอนเช้า หลังจากนั้นกัปตันได้พยายามนำเครื่องมาลงจอดที่สนามบินเครื่องบินเล็ก ต.ป่าคลอก ห่างจากจุดเครื่องบินตกประมาณ 400 เมตรแต่เนื่องจากที่สนามบินมีลมแรง พัดขวางสนามบิน กัปตันจึงนำเครื่องบินขึ้นและวนมาลงครั้งที่สอง ในการลงครั้งที่สองก็ยังคงมีสภาพลมแรงเช่นเดิม กัปตันจึงเร่งเครื่องเชิดหัวเครื่องบินขึ้น แต่เครื่องมีอาการไม่มั่นคง และตกลงในที่เกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งบริเวณที่เครื่องตกมีสภาพเป็นสวนยาง สลับป่าละเมาะ

หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้ง ได้ไปที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว พร้อมแพทย์ และมูลนิธิกู้ภัย เบื้องต้นได้ทำการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บนำตัวส่งโรงพยาบาลถลาง และติดต่อไปยังบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย เพื่อขอดูแผนการบินซึ่งบริษัทกำลังส่งผู้เชี่ยวชาญจากกรุงเทพ ไปร่วมตรวจที่เกิดเหตุ และเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุต่อไป รองโฆษก ตร. ได้รายงานเหตุให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ทราบแล้ว

โดย ผบ.ตร.ได้กำชับให้ การปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในรูปแบบต่างๆ ตามแต่ละสถานการณ์ ทั้งน้ำอากาศ ทางน้ำ และทางบก ต้องกระทำอย่างรวดเร็วและทันท่วงที โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องมีความรู้ความเข้าใจ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัตถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ และจะต้องฝึกซ้อมการปฏิบัติอยู่เสมอ เพื่อพัฒนาศักยภาพและทักษะในการปฏิบัติงานอยู่ตลอดเวลา

ผงะ! พบศพสาวประเภทสองสักรูปหงส์ ถูกฆ่ารัดคอถ่วงน้ำโขง

พบศพชายลักษณะคล้ายสาวประเภทสองลอยโผล่ริมโขงนครพนม สังสัยถูกฆ่ารัดคอถ่วงน้ำ

วันนี้(10 มี.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านกลาง อ.เมือง จ.นครพนม รับแจ้งจากชาวประมงหาปลาว่าพบศพลอยน้ำโผล่ขึ้นอืดที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านขามเฒ่า ต.ขามเฒ่า อ.เมือง จึงประสานแพทย์เวร รพ.นครพนม เจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.ขามเฒ่า รุดไปตรวจสอบ พบศพชายไม่ทราบชื่อและสัญชาติ อายุประมาณ 45-50 ปี ลักษณะคล้ายสาวประเภทสอง โดยพบว่ามีหน้าอกและสวมใส่ยกทรง สภาพศพนอนคว่ำหน้า สวมเสื้อยืดโปโลแขนสั้นสีเหลืองลายสลับดำ กางเกงในสีม่วง ที่บริเวณกลางแผ่นหลังพบรอยสักรูปหงส์ และสักรูปตุ๊กแกรอบเอว

นอกจากนี้ ที่บริเวณลำคอยังพบว่ามีร่องรอยคล้ายถูกเชือกรัดคอ จนลิ้นจุกปาก โผล่ลอยอืดส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง แพทย์สันนิษฐานว่าอาจเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน เจ้าหน้าที่จึงกู้ศพขึ้นมาชันสูตรบนฝั่งอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อจะได้เก็บชิ้นเนื้อและดีเอ็นเอผู้ตาย เนื่องจากไม่พบหลักฐานติดตัวมาระบุว่าผู้ตายเป็นใคร

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้ชายปริศนาผู้ตายรายนี้ อาจถูกคนร้ายฆาตกรรมโดยใช้เชือกรัดคอจนขาดอากาศหายใจ ก่อนโยนศพทิ้งแม่น้ำโขง เพื่อฆาตกรรมอำพราง กระทั่งโผล่ลอยขึ้นอืดดังกล่าว ซึ่งจะได้เร่งหาเบาะแสว่าผู้ตายเป็นใครกลาง หากผู้ใดสงสัยว่าบุคคลตามรูปพรรณสันฐานดังกล่าว เป็นญาติหรือรู้จักติดต่อขอดูศพได้ที่ห้องดับจิต รพ.นครพนม หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้าน โทร.04-205-2145