ชาวขอนแก่น ทำสติ๊กเกอร์ ‘เสือดำ’ แจกทวงความเป็นธรรม

ชาวขอนแก่น เปิดปฎิบัติการขอความเป็นธรรมให้ “เสือดำ” ทำสติ๊กเกอร์แจกผู้ร่วมอุดมการณ์ แสดงจุดยืนคุ้มครองสัตว์ป่าสงวนเอาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้

ชาวขอนแก่นที่ติดตามรับฟังข้อมูลข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดีย และสื่อมวลชนในแขนงต่างๆในกรณีการฆ่าเสือดำในพื้นที่เขตอุทยานที่ จ.กาญจนบุรี ต่างพากันมารวมตัวเพื่อขอรับสติ๊กเกอร์ ขนาด 6.2 x 10 ซม. ที่ชมรมผู้รักษ์สัตว์ป่าและผู้ที่มีอุดมการณ์รักและหวงแหนสัตว์ป่าและสัตว์ป่าสงวนของไทย ได้จัดทำขึ้นเพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ที่มีอุดมการณ์ร่วมกันและอุดมการณ์เดียวกัน ซึ่งแสดงออกทางสัญลักษณ์ เนื่องจากส่วนใหญ่เกรงว่าเรื่องราวดังกล่าวนั้นจะเลือนหายไปและต้องการกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่รัฐและผู้ที่รับผิดชอบในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดฆ่าสัตว์ป่าดังกล่าวตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยชาวขอนแก่น ได้นำสติ๊กเกอร์ไปติดไว้ที่บริเวณกระจกหน้ารถยนต์,ด้านหน้ารถจักรยานยนต์ ในจุดที่สังเกตุได้ง่ายและเด่นชัด เพื่อแสดงออกทางสัญลักษณ์ไม่ให้เรื่องราวดังกล่าวนั้นเงียบหายไป

นายศราวุฒิ ทุนสูงเนิน อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 939/88 ม.19 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า การเปิดปฎิบัติการขอคืนความเป็นธรรมให้กับเสือดำจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นการรวมตัวกันของผู้ที่มีอุดมการณ์ร่วมกันรักและหวงแหนทรัพยากรที่สำคัญของไทย ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่โด่งดังไปทั่วทั้งโลกและมีประชาชนให้ความสนใจในเรื่องดังกล่าวอย่างมาก แต่ขณะนี้เวลาล่วงเลยมาเกือบ 1 เดือนแล้ว ก็ยังคงไม่มีความคืบหน้าใดๆ และหากคนที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน ทั้งในเรื่องของความรักในทรัพยากรของประเทศและรักในกระบวนการยุติธรรมของไทยที่ต้องการนำตัวคนผิดมาลงโทษ ได้มีแนวความคิดในการที่จะทำอย่างไรที่จะไม่ทำให้เรื่องนี้นั้นเงียบหายไป จึงได้หารือกันผ่านโซเชี่ยนมีเดีย จนในที่สุดจึงมีข้อสรุปในเบื้องต้นคือทำสติ๊กเกอร์รูปเสือดำและมีคนเปิดเสียง ที่สื่อถึงการไม่ทำให้เรื่องนี้นั้นเงียบหายไป ทำออกมาแจกจ่ายให้กับผู้ที่สนใจได้ร่วมแสดงจุดยืนและแสดงออกในประเด็นดังกล่าวโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

จ่อออกหมายจับ! คนไทยเกือบ 100 คน รับจ้างเปิดบัญชีให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์

ตำรวจท่องเที่ยว เตรียมออกหมายจับคนไทยเกือบ 100 คน ที่เคยรับจ้างเปิดบัญชีให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์

พล.ต.ต.สุรเชรษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เข้าสอบปากคำนายธนาธิปัตย์ สุทธารัตน์วิศาล พร้อมพวกรวม 5 คน ผู้ต้องหาที่รับจ้างเปิดบัญชี และส่งเงินให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เครือข่ายของนายชนชน เพชรดี หรือ โอ ซึ่งเป็นผู้จัดหาคนไปเปิดบัญชีเพื่อใช้เป็นบัญชีรับโอนเงินที่ได้จากการหลอกลวง พร้อมกันนี้ยังเข้าสอบปากคำนายไลคา ชุน /นายโลไวฮุง ชาวมาเลเซีย ผู้ต้องหาที่ตระเวณกดเงินสดตามตู้เอทีเอ็ม ในพื้นที่จังหวัดสงขลา /นครศรีธรรมราช /ภูเก็ต /สุราษฎร์ธานี /ประจวบคีรีขันธ์ และเพชรบุรี โดยจับกุมได้ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในจังหวัดเพชรบุรี พร้อมของกลางเงินสดกว่า 1 แสนบาท /สลิปการโอนเงินถึงแก็งคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศมาเลเซีย

ทั้งนี้ พล.ต.ต.สุรเชรษฐ์ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาชาวมาเลเซีย 2 คน บินเข้ามาในประเทศไทย เพื่อทำหน้าที่กดโอนเงินให้กับเครือข่ายแก็งค์คอลเซนเตอร์ หลังจากที่ไม่สามารถว่าจ้างคนไทยให้เป็นกดเงินได้ // โดยผู้ต้องหา 2 คนนี้จะใช้วิธีการโอนผ่านแทปเล็ต เพื่อโอนเงินเข้าบัญชี ก่อนที่เครือแก็งค์คอลเซ็นเตอร์ในประเทศมาเลเซียจะกดเงินสดออกไปครั้งละ 5 หมื่นบาท

ส่วนอีกคดีที่ขยายผลจับคนไทย 5 คน ซึ่ง เป็นเจ้าของบัญชีและรับโอนเงินให้กับแก็งค์คอลเซ็นเตอร์จากต่างประเทศ แลกกับค่าจ้างส่วนแบ่งร้อยละ 4 และสารภาพว่า รู้จักกับนายชนชน จากในเรือนจำ ประกอบกับยังไม่มีงานทำ จึงยอมรับจ้างเปิดบัญชีหาเงินมาใช้จ่าย และเที่ยวเตร่

นอกจากนี้ พล.ต.ต.สุรเชรษฐ์ ยังระบุว่า ภายใน 2 สัปดาห์นี้จะขอศาลออกหมายจับคนไทยเกือบ 100 คน ที่เคยรับจ้างเปิดบัญชีให้กับแก็งค์คอลเซ็นเตอร์ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดขอนแก่น /หาดใหญ่ /นครราชสีมา และกรุงเทพมหานคร โดยพบว่า ผู้ว่าจ้างเป็นชาวไต้หวัน และเป็นหัวหน้าขบวนการใหญ่ แม้ว่าผู้รับจ้างเปิดบัญชีเกือบ 100 คน จะปิดบัญชีไปแล้ว แต่ความผิดเกิดขึ้นแล้วจึงจำเป็นต้องติดตามจับกุมมาดำเนินคดีทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ในเร็ววันนี้จะเปิดปฏิบัติการร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านเข้าจับกุมขบวนการแก็งค์คอลเซ็นเตอร์ที่มีคนไทยร่วมก่อเหตุด้วย

ทนาย ‘ครูปรีชา’ เผยติดต่อลูกความไม่ได้มา 3 วันแล้ว

ทนาย “ครูปรีชา” เผยติดต่อลูกความไม่ได้มา 3 วันแล้ว ไม่รู้ตำรวจสอบอีก ด้านศาลอาญา ส่งหนังสือนัดรายงานตัว 19 เม.ย. นี้

นายเกรียงไกร นาควลี ทนายความของ นายปรีชา ใคร่ครวญ กล่าวถึงความคืบหน้าทางคดีที่ นายปรีชา ตกเป็นผู้ต้องหาคดีแจ้งความเท็จ หวย 30 ล้านบาท ว่า ตนเองได้รับหนังสือแจ้งจากทางศาลให้นายปรีชา ไปรายงานตัวต่อศาลอาญา ในวันที่ 19 เม.ย. นี้ ส่วนที่ตำรวจจะมีการเชิญ ครูปรีชา ไปสอบถามข้อมูลอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ตนยังไม่ทราบ เพราะติดต่อครูปรีชาไม่ได้มา 3 วันแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคดีแพ่ง ที่ครูปรีชา ฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล คู่กรณี ต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรี นั้น ในวันที่ 12 มี.ค. นี้ จะครบกำหนด 20 วัน ตามที่ศาลนัดให้คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย ส่งรายชื่อพยานที่จะนำสืบต่อศาล