บุกแมนชั่นหรู จับ ‘เจ๊เหมย’ เครือข่ายยาเสพติดในเชียงใหม่

จับคาแมนชั่นหรู ‘เจ๊เหมย’ ตัวแม่เครือข่ายยาเสพติด พบเป็นผู้จ้างวานเครือข่ายรายย่อยลำเลียงยาเสพติด ตร.เตรียมขยายผลยึดทรัพย์- จับกุมผู้บงการรายใหญ่

วันนี้ ( 8 มี.ค.) เจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 5 สนธิกำลังร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง และ ทหารจาก มทบ.33 นำหมายค้นเข้าตรวจสอบห้องพักเลขที่ 407 ภายในแมนชั่นหรูแห่งหนึ่งย่านมหาวิทยาลัยพายัพ ต.หนองป่าครั่ง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ที่น.ส.สายใจ แซอิ๋ว หรือ เจ๊เหมย อายุ 32 ปี พักอาศัยอยู่ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะแสดงหมายจับที่ 278/2560 ลงวันที่ 6 ธันวาคม 2560 ในข้อหา”ร่วมกันมียาเสพติดไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ทำการจับกุมตัวนางสาวสายใจ

จากนั้นได้ค้นภายในห้องพัก ยึดเอกสารหลักฐานต่างๆ ทั้งสมุดบัญชีเงินฝาก เอกสารการโอนเงินไว้ตรวจสอบ นอกจากนี้ยังตรวจค้นภายในรถยนต์โตโยต้า ยาริส สีแดง หมายเลขทะเบียน กล 4428 เชียงราย ของนางสาวสายใจ พร้อมอายัดรถคันดังกล่าวไว้ตรวจสอบด้วย

เวลาเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังไปตรวจค้นที่ร้านอาหารจีน ชื่อ “put You in my heart” ตั้งอยู่ย่านไนท์บาร์ซ่า ถนนช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นธุรกิจของ น.ส.สายใจ รวมทั้งบ้านพักที่หมู่บ้านอรุโณทัย ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ รวมทั้งจุดอื่นๆอีก 2 – 3 จุด เพื่อหาหลักฐานที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายของ น.ส.สายใจ

พล.ต.ต.ภานุเดช บุญเรือง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่า การบุกค้นครั้งนี้ขยายผลมาจากการ เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านแม่พริก อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง ได้จับกุมนายเกรียงไกร แซ่อิ๋ว พร้อมของกลางยาบ้า 3 แสนเม็ด หลังสอบสวนขยายผลผู้ต้องหาสารภาพว่า นางสาวสายใจ หรือ เจ๊เหมย เป็นผู้ว่าจ้างให้นายเกรียงไกรนำยาบ้าไปส่ง โดยมีหลักฐานการติดต่อสั่งการทางโทรศัพท์ และหลักฐานการโอนเงิน เจ้าหน้าที่จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับนางสาวสายใจ

สำหรับ น.ส.สายใจ หรือ เจ๊เหมย และนายเกรียงไกร คาดว่าจะเป็นเครือญาติชาวจีนฮ่อ ที่อยู่ในพื้นที่บ้านอรุโณทัย ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว ขณะที่ น.ส.สายใจ เบื้องต้นมีหลักฐานว่าเป็นผู้ว่าจ้างนายเกรียงไกร แต่จะต้องขยายผลเพิ่มเติมว่า เป็นผู้สั่งการระดับใด หรือมีตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลังอีกหรือไม่ รวมทั้งขยายผลตรวจสอบทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนมหาศาล

‘ศรีวราห์’ รับ ‘เปรมชัย’ ไปนอก 10-11 มี.ค. สั่งฟันเพิ่มติดสินบน

ฟันเพิ่มอีก 1 ข้อหา “เปรมชัย” พยามติดสินบน เรียกรับทราบข้อหา 14 มี.ค. ยอมรับเจ้าตัวแจ้งขอออกนอกประเทศ

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประชุมร่วมกับตำรวจกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. เพื่อตรวจพยานหลักฐาน เกี่ยวกับข้อหาพยายามติดสินบนเจ้าพนักงานของ นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัทอิตาเลียนไทย พร้อมพวกรวม 4 คน พบว่า มีประจักษ์พยาน ที่จะเอาผิดนายเปรมชัยในข้อหาดังกล่าวได้ โดยจะมีการแจ้งข้อกล่าวหา นายเปรมชัย ภายในวันนี้ ก่อนที่จะออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 14 มีนาคม 2561 พร้อมข้อหาที่ได้แจ้งความไว้ก่อนหน้านี้ 2 ข้อหา คือคดีเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธปืนและร่วมครอบครองงาช้างแอฟริกาโดยผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ยังกล่าวอีกว่า ได้รับรายงานว่า นายเปรมชัย มีกำหนดการเดินทางไปต่างประเทศในวันพรุ่งนี้ ซึ่งถือเป็นสิทธิ์ นายเปรมชัย สามารถทำได้ เพราะไม่อยู่ในเงื่อนไขการประกันตัวของศาล และนายเปรมชัย ได้มีการแจ้งมาที่เจ้าหน้าที่แล้ว แต่ไม่ได้แจ้งจุดหมายและกำหนดกลับ ซึ่งได้สั่งการให้ สตม. ตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง ไว้ว่านายเปรมชัย เดินทางไปที่ใด

ส่วนในวันที่ 14 มีนาคม นี้ ที่ นายเปรมชัย ต้องรับทราบข้อกล่าวหา 3 ข้อหาใหม่ ก็ยังสามารถใช้สิทธิ์ขอเลื่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาได้ แต่หากไม่มาและไม่มีการแจ้งขอเลื่อน เจ้าหน้าที่ก็จะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ส่วนการเดินทางออกนอกประเทศในครั้งนี้ของนายเปรมชัย จะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินคดีใน 9 ข้อหาแรก เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาและเจ้าหน้าที่ส่งฝากขังต่อศาลและอยู่ในอำนาจของศาลแล้ว

นอกจากนี้ มีรายงานว่า การเดินทางของ นายเปรมชัย ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ มีการทำหนังสือถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง โดยแจ้งกำหนดการเดินทางโดยเครื่องบินเจทส่วนตัว ซึ่งเดินทางออกจากประเทศไทยในวันที่ 10 มีนาคม โดยสนามบินดอนเมือง ไปยังประเทศบังคลาเทศ ในเวลา 09.00 น. มีลูกเรือ 2 คน และผู้โดยสารจำนวน 4 คน และจะเดินทางกลับมาในวันที่ 11 มีนาคม ในช่วงเวลาประมาณ 17.30 น.

นกแอร์ ออกโรงแจงปม เที่ยวบินดอนเมือง-อุดรธานีล่าช้า

สายการบินนกแอร์ แจงเที่ยวบินดอนเมือง-อุดรธานีล่าช้า เหตุระบบไฟขัดข้อง ยันอำนวยความสะดวกผู้โดยสารตามมาตรฐาน

วันนี้ (8 มี.ค. 2561) สายการบินนกแอร์ ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Jaiyoot Nonburee ได้โพสต์ภาพพร้อมคลิปวิดีโอ หญิงวัยกลางคนรายหนึ่งแสดงความไม่พอใจ ขณะอยู่บนเครื่องบินของสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินดอนเมือง-อุดร ที่เครื่องดีเลย์ถึง 2 ชั่วโมง

หลังเครื่องยังขึ้นบินไม่พ้นรันเวย์ ต้องวนมาจอดที่เดิม พร้อมปล่อยให้ผู้โดยสารเต็มลำ ต้องนั่งท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อน เพราะแอร์ไม่ทำงาน โดยที่ทางเจ้าหน้าที่ไม่เข้าดูแล และแจ้งให้ทราบถึงเหตุที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้โดยสารซึ่งมีผู้สูงอายุรวมอยู่ด้วย ได้รับผลกระทบทั้งป่วยและเป็นลม ว่า

ความล่าช้าของเที่ยวบินที่ DD9214 มีกำหนดเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองในวันที่ 6 มีนาคม 2561 เวลา 15.25 น. สู่ท่าอากาศยานอุดรธานี เวลา 16.30 น. โดยขออภัยอย่างสูงในความล่าช้าของเที่ยวบินดังกล่าวว่ามีผู้โดยสารทั้งหมด 171 คน

เหตุที่มีความจำเป็นต้องล่าช้า เนื่องจากเกิดเหตุขัดข้องอย่างกะทันหันเกี่ยวกับระบบปั่นไฟของเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 จึงทำให้อากาศภายในห้องโดยสารร้อน ทางสายการบินต้องทำการตรวจสอบและแก้ไขอย่างละเอียดโดยทีมงานฝ่ายช่างผู้เชี่ยวชาญของสายการบิน โดยในเบื้องต้นคาดการณ์ว่าจะแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว แต่พบภายหลังว่าต้องใช้เวลามากขึ้นกว่าที่คาดไว้

สายการบินได้ปฏิบัติตามขั้นตอนในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารทุกท่าน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยได้นำผู้โดยสารกลับเข้ามาที่อาคารผู้โดยสาร และได้จัดเปลี่ยนเครื่องบินลำใหม่ทดแทน พร้อมกำหนดเวลาออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติดอนเมืองอีกครั้ง ในเวลา 17.50 น. ถึงท่าอากาศยานอุดรธานีโดยสวัสดิภาพ ในเวลา 19.30 น.

ทั้งนี้ สายการบินนกแอร์ปฏิบัติการการบินตามมาตรฐาน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกสบาย ในการเดินทางของผู้โดยสารเป็นสำคัญ และยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาการบริการให้สมบูรณ์แบบอย่างดีที่สุดต่อไป