จับแล้วสาวพม่า หลังฆ่าสามีทิ้งก่อนหลบหนี เผยปมมาจากหึงหวง

ตำรวจ สน.ประเวศ จับได้แล้วสาวพม่า ทะเลาะสามี ก่อนพลั้งมือฆ่าเสียชีวิต 

กรณีเมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา ตำรวจ สน.ประเวศ พบศพถูกฆาตกรรมภายในซอยสงบสุข ถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์กรุงเทพชลบุรี (ขาเข้า) กม.1 ซอยสงบสุข เขตสวนหลวง กทม. ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพานิชย์เลขที่ 48 สูง3 ชั้น ลักษณะเปิดเป็นหอพักไม่มีชื่อ บริเวณชั้นล่างด้านหลังตัวอาคาร พบศพนายจอ สภาพศพนอนหงายขึ้นอืด เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 วัน

ฆ่า, พม่า, ข่าวสดวันนี้

ตรวจสอบตามร่างกายพบบาดแผลอยู่ด้านหลังศรีษะยาว 5 ซม. โดยผู้ตายทำงานอยู่ที่คาร์แคร์แห่งหนึ่ง อาศัยอยู่กับแฟนสาวชื่อมอญ อายุ 22 ปี สัญชาติพม่า ทั้งคู่แต่งงานกันมาประมาณ 1 ปี และอาศัยอยู่ที่ห้องพักดังกล่าว ทั้งคู่มักจะมีปากเสียงทะเลาะกันถึงขั้นลงไม้ลงมืออยู่เป็นประจำ จนฝ่ายหญิงเคยบอกว่าจะหนีไปทำงานเป็นแม่บ้านอยู่แถวพระราม 3

โดยก่อนหน้านี้ประมาณ 8 วัน ฝ่ายหญิงถูกฝ่ายชายตีจนคิ้วแตก ก่อนที่ทั้งคู่จะหายไปและไม่มาทำงานอีกเลยนาน 3 วัน จนกระทั่งฝ่ายชายถูกพบเป็นศพดังกล่าว

ต่อมาวันนี้ ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้จับกุมนางมอญ ผู้ต้องหามาสอบสวนและยอมให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุฆ่าแฟนหนุ่ม โดยก่อนเกิดเหตุทั้งสองได้มีปากเสียงกันในเรื่องที่ฝ่ายชายไปติดหญิงอื่น และเกิดการต่อสู้กัน ทำให้นายจอพลัดตกจากห้องพักเสียชีวิต

จากนั้นได้หลบหนี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและปิดบังซ่อนเร้นศพ และจะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในวันพรุ่งนี้ เวลา 10.00 น.

ผ่านกฎหมายเพิ่มอายุขั้นต่ำผู้ซื้อปืน-ให้บุคลากรใน รร. ‘พกอาวุธ’ ในสหรัฐฯ

หลังจากเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ที่มาในรูปแบบของการกราดยิงภายในโรงเรียน ซึ่งเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้งในสหรัฐฯ จนมีการผูกโยงประเด็นเรื่องกฎหมายการครอบครองอาวุธปืนเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้รัฐบาลทบทวนเรื่องกฎหมายควบคุมการครอบครองอาวุธปืนขึ้น รวมทั้งการอนุญาตให้บุคลากรภายในโรงเรียนสามารถพกอาวุธได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวกรณีวันที่ 7 มี.ค.รัฐสภาแห่งรัฐฟลอริดาผ่านร่างกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยอาวุธปืน โดยกำหนดเพิ่มอายุขั้นต่ำสำหรับบุคคลที่จะซื้อปืนไรเฟิลเพิ่มขึ้นเป็น 21 ปี การจำหน่ายปืนทุกประเภทต้องมีระยะเวลารอ 3 วัน และอนุญาตให้บุคลากรในโรงเรียนของรัฐสามารถพกอาวุธได้

หลังเกิดโศกนาฏกรรมกราดยิงโรงเรียนมัธยม มาร์จอรี สโตนแมน ดักลาส ในเมืองพาร์คแลนด์ เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา ส่งผลให้นักเรียนและครูเสียชีวิตรวม 17 ราย และนำมาซึ่งการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของกลุ่มผู้รอดชีวิต จนนำไปสู่มาตรการทางกฎหมายเพื่อเพิ่มความรัดกุมในการครอบครองอาวุธปืนมากขึ้น แม้ร่างกฎหมายนี้จะยังไม่ตอบสนองข้อเรียกร้องสำคัญ ของกลุ่มผู้ปกครองที่ออกมาเคลื่อนไหว คือการสั่งแบนปืนไรเฟิลจู่โจมแบบที่ถูกนำมาใช้ก่อเหตุเมื่อวันที่ 14 ก.พ.

แม้ ผู้ปกครองส่วนใหญ่ รวมถึงเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและผู้วางนโยบายทั้งฝ่ายเดโมแครตและรีพับลิกัน ต่างไม่เห็นด้วยในประเด็นการอนุญาตให้บุคลากรในโรงเรียนพกปืนได้ แต่ทางด้าน ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศสนับสนุนให้ครูพกอาวุธ เพราะเชื่อว่าจะเป็นการป้องปรามผู้ที่มีแผนกราดยิงโรงเรียนได้

กฎหมายฉบับนี้อนุญาตให้ผู้ปกครองเทศมณฑลสามารถจัดโครงการอบรมบุคลากรในโรงเรียนเพื่อเป็นอาสาสมัคร “คุ้มกัน” โดยจะอาสาสมัครจะต้องผ่านการฝึกฝนเป็นพิเศษ และต้องผ่านการตรวจสภาพจิตใจและการใช้สารเสพติด และได้รับใบอนุญาตพกปืนแบบปกปิด (concealed)  โดยโครงการนี้เปิดรับเฉพาะบุคลากรฝ่ายอื่นๆ ในโรงเรียน เช่น ผู้บริหาร, ที่ปรึกษาแนะแนว, บรรณารักษ์ห้องสมุด และโค้ช เป็นต้นเพราะครูที่สอนนักเรียนในห้องเรียนส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องเข้าอบรม

อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าว อนุญาตให้บุคลากรในโรงเรียนสามารถพกปืนขณะปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่กลับมีเสียงวิจารณ์ว่าอาจทำให้นักเรียนบางส่วนเสี่ยงต่อการถูกยิงเพราะทำผิดวินัย หรืออาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผู้บุกรุก

ทั้งนี้เขตการศึกษาแต่ละเขตมีสิทธิ์ตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมโครงการนี้หรือไม่ อาทิ จอร์เจีย, แคนซัส, เซาท์ดาโกตา, เทนเนสซี, เทกซัส และไวโอมิง เป็นอีกอย่างน้อย 6 รัฐในอเมริกาที่มีกฎหมายอนุญาตให้บุคลากรโรงเรียนอนุบาล-เกรด 12 สามารถพกปืนได้

กระนั้น การสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นจากข้ออ้างที่ว่า เหตุกราดยิงโรงเรียนในสหรัฐฯ ซึ่งเกิดบ่อยครั้งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยคนร้ายมักจะใช้ปืนพกก่อเหตุเป็นส่วนใหญ่

ที่มา www.bbc.com

เรียบเรียงเนื้อหาโดย MThaiNews

สองยายหลาน ร้องขอความยุติธรรม อ้างถูกข้าราชการโกงที่ดิน

สองยายหลานนำหลักฐาน ร้องขอความยุติธรรมต่อผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี อ้างถูกข้าราชการโกงที่ดิน

นางกิมเหลียง สมบูรณ์ธรรม อายุ 85 ปี และนายวิษณุ ทองเหลือ อายุ 38 ปี 2 ยายหลาน ชาวจังหวัดจันทบุรี ได้นำหลักฐานโฉนดที่ดิน และหนังสือขอความยุติธรรมหลังถูกข้าราชการโกงที่ดินเข้าร้องขอความยุติธรรมต่อ นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี โดยมีเลขาผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นผู้รับเรื่องและสอบถามถึงความเป็นมาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

สืบเนื่องจาก นางกิมเหลียงเป็นเจ้าของที่ดินที่มีข้าราชการรายหนึ่ง เป็นผู้ซื้อที่ดิน โดยนางกิมเหลียง ได้ให้การว่าต้องการขายที่ดินจำนวนครึ่งไร่ เป็นเงิน 150,000 บาท ซึ่งในช่วงที่ตกลงกันทาง นางกิมเหลียง ไม่มีการทำหนังสือสัญญามีแต่ข้าราชการที่ซื้อที่ดิน ได้นำเอกสารมาให้ นางกิมเหลียงเซ็นเท่านั้น

ซึ่งนางกิมเหลียง ก็ได้เซ็นโดยไม่รู้ว่าเป็นเอกสารอะไร และรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และหลังจากนั้นข้าราชการรายนี้ ได้ทำการบอกช่างรางวัด ให้วัดขนาดที่ดินเป็น 15 คูณ 15 ตารางวา ทำให้เกินจากที่บอกขายไป 24 ตารางวา โดยไม่แจ้งให้ นางกิมเหลียง ทราบ นางกิมเหลียง จึงเข้าใจผิดว่าช่างได้ทำการวัดไปจำนวนครึ่งไร่

ต่อมาข้าราชการคนนี้ ได้มาขอซื้อที่เพิ่มอีก แต่นางวัลลา สมบูรณ์ธรรม บุตรสาวของ นางกิมเหลียง ได้แจ้งว่าไม่ประสงค์ที่จะขาย ต่อมา 2-3 วัน ช่างรางวัดได้มาวัดขนาดพื้นที่ใหม่อีกครั้ง แล้วแจ้งว่า หลักเสาหน้าโฉนดสูญหาย ซึ่งหลังจากวัดใหม่อีกรอบพบว่า ได้ทำการวัดล่วงเข้าไปในพื้นที่ด้านหลังของนางกิมเหลียงอีก จึงเขียนจดหมายร้องเรียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เพื่อขอความยุติธรรม

เบื้องต้นทาง นางกิมเหลียง ได้เคยไปร้องต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดจันทบุรีแล้ว แต่ศูนย์ฯไม่รับเรื่อง ทั้งนี้เลขาผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้รับเรื่องไว้และรับปากจะช่วยเหลือ และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการตรวจสอบ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่ายต่อไป