น่าจะทุบซะให้เข็ด! ภาพว่อนรถจอดขวางหน้าโรงเรียน ปิดทางเข้า-ออก กว่า 2 ชั่วโมง

หนักกว่าจอดขวางหน้าบ้าน เก๋งปริศนาจอดขวางหน้าโรงเรียน ทำรถติดยาวนานกว่า 2 ชั่วโมง รถรับ-ส่งนักเรียนเข้าออกไม่ได้  โชคดีที่ไม่เกิดเหตุคล้ายป้าทุบรถ 

เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก Kittisak Poltaklang ได้มีการเผยแพร่ภาพรถเก๋งคันหนึ่งจอดขวางหน้าโรงเรียน จนทำให้รถรับส่งนักเรียนไม่สามารถเข้าไปรับนักเรียนได้ โดยผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า “หนักกว่าจอดขวางบ้านป้าขวานซิ่ง อันนี้จอดขวางทางเข้าออกโรงเรียน รถตู้รับส่งเข้าไม่ได้ รถติดยาวหลายร้อยเมตร ทางเข้าออกมีทางเดียว

นักเรียน ผู้ปกครองสรรเสริญเป็นเสียงเดียวกัน โรงเรียนศรีเอี่ยม บางนา เห็นว่าจอดบ่ายสอง ตอนถ่ายจะบ่ายสี่ รถตู้คันเเรกต้องรอคันสุดท้ายออกก่อน ถึงจะไปส่งลูกหลานเค้าได้ 7-3-2561 15.30 ฎรXXXX กรุงเทพมหานคร #พ่อมึงนอนตัวเย็น #คนเ_ย2018”

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่โจมตีเจ้าของรถที่ไม่รู้จักรักษากฎระเบียบเช่นนี้ อีกทั้งยังบอกด้วยว่าโชคยังดีที่ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ยังมีสติใจเย็น ไม่อย่างนั้นคงเกิดเหตุคล้ายกับเหตุการณ์ป้าขวานซิ่งที่ทุบรถที่จอดขวางหน้าบ้านก็เป็นได้

ข้อมูลข่าวจาก Kittisak Poltaklang

รวบผู้ต้องหาชาวสิงคโปร์ รีดทรัพย์นักธุรกิจไทย

ตำรวจรวบผู้ต้องหาชาวสิงคโปร์ ก่อคดีมาโชกโชน ทั้งรีดทรัพย์นักธุรกิจ และฉ้อโกง หลังหนีกลับบ้านเกิด ระหว่างประกันตัว และแอบกลับมาไทย

พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว นำแถลงจับกุม นายโก เต็ก ชวน สัญชาติสิงคโปร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ที่ก่อคดีมาโชกโชน ทั้งร่วมกับพวก อุ้มนักธุรกิจไปเรียกค่าไถ่ และฉ้อโกง หลังติดตามจับกุมได้ที่จังหวัดอุบลราชธานี และนำตัวมาควบคุมที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.)ห้วยขวาง เมื่อกลางดึกวันอังคารที่ผ่านมา

โดยเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่า ช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ปีที่ผ่านมา ผู้ต้องหารายนี้ได้ร่วมกับพวก ซึ่งอ้างตัวเป็น “คนมีสี” ทั้งทหารและตำรวจ ก่อเหตุอุ้มเจ้าของบริษัทนำเที่ยว ย่านถนนนวลจันทร์ ไปเรียกค่าไถ่ 20 ล้านบาท แต่ผู้เสียหายต่อรองเหลือ 2 ล้านบาท และกลุ่มผู้ต้องหารีดทรัพย์สินเป็นเงินจากผู้เสียหายไปได้ 1 ล้านบาท ต่อมา ศาลได้อนุมัติหมายจับ และถูกตำรวจตามจับได้ยกแก๊ง แต่ผู้ต้องหาหลบหนีกลับสิงคโปร์ ระหว่างประกันตัว ก่อนกลับเข้าไทย และไปก่อเหตุหลอกลวงประชาชนในจังหวัดมุกดาหาร ว่าสามารถวิ่งเต้นคดีได้ จนมีผู้หลงเชื่อ จากนั้น ได้หนีกบดานที่จังหวัดอุบลราชธานี กระทั่งมาถูกจับกุม

นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังมีประวัติฉ้อโกงสาวชาวจีน โดยหลอกตบทรัพย์ 8 แสนบาท อ้างแลกกับการทำบัตรประชาชนเป็นคนไทย แต่สุดท้าย ผู้เสียหายทราบว่าถูกหลอก จึงเข้าแจ้งความที่ สน.ห้วยขวาง เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม ปีที่ผ่านมา และศาลได้อนุมัติหมายจับคดีนี้เช่นกัน อีกทั้ง เจ้าหน้าที่ยังพบความผิด ฐานอยู่เกินกฎหมายกำหนด 49 วัน และเชื่อว่า ผู้ต้องหากลับมาหาลู่ทางก่อเหตุลักษณะเดิม โดยมีพฤติการณ์ เป็นตัวการใหญ่

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

หนุ่มโรงงาน ตาหวิดบอด ถูกคนร้ายปาหินใส่หน้า ขณะขี่จยย.

หนุ่มโรงงานอ่างทอง ถูกคนร้ายปาหินใส่หน้า ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ ทำตาหวิดบอด ตำรวจเร่งล่า

ร.ต.อ.วชิรวิทย์ จันทนา รองสารวัตร สอบสวน สภ.เกษไชโย จ.อ่างทอง ได้รับแจ้งเหตุ หนุ่มโรงงานวัย 22 ปี ถูกคนร้ายปาหินใส่หน้าตาหวิดบอด ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านหลังเลิกงาน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ รักษาตัวอยู่ที่ รพ.ไชโย หลังรับแจ้งจึงเดินทางเข้าไปตรวจสอบ ที่โรงพยาบาลไชโย พบนายพลิน รักงาม อายุ 22 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บบริเวณ ตาซ้าย เบ้าตาล่างมีแผลฉีกขาด

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายพลิน ให้การว่าตนเองเป็นพนักงานโรงงานแห่งหนึ่ง และจะขึ้นรถรับส่งพนักงานของโรงงานทุกวัน แต่ในวันนี้ ตื่นสาย ขึ้นรถไม่ทัน จึงขับขี่รถจักรยานยนต์ไปทำงาน และขณะกลับบ้านพอมาถึงจุดที่เกิดเหตุ บริเวณ ถ.อ่างทอง –สิงห์บุรี สายใน ม.6 ต.ไชโย อ.ไชโย จ.อ่างทอง จู่ ๆ ก็มีก้อนหิน กระเด็นมาใส่หน้าตน ซึ่งสวมใส่หมวกกันน็อคเต็มใบ แต่เปิดหน้ากากหน้าค้างไว้ และเมื่อลูบหน้าดู ก็พบว่ามีเลือดไหล จึงไป รพ.ไชโย ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร

ทั้งนี้ เมื่อแพทย์ตรวจจึงพบว่า เบ้าตาซ้ายด้านล้างมีแผลฉีกขาด เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ และสอบถามพยานบุคคลที่อาจพบเห็นผู้ก่อเหตุ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป