รองอธิบดีกรมอุทยานฯ ยืนยันผลสอบกระบอกไฟฉาย “เปรมชัย” ไม่เข้าข่ายรับสินบน

กรมอุทยานเผย คดีเปรมชัย ล่าเสือดำไม่ล่าช้า แต่ต้องรอบคอบ ส่วนหน.วิเชียรไม่ผิดรับกระบอกไฟฉายเพราะให้แบบพี่น้อง

นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์ แถลงถึงผลการดำเนินงานในระยะ 1 เดือนที่ผ่านมา ของกรณีที่นายเปรมชัย กรรสูตร ประธานบริษัทอิตาเลียนไทย ดิเวอร์ล็อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกอีก 3 คน รวม 4 เข้าไปลักลอบล่าสัตว์ป่า ที่บริเวณห้วยปะชิ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา และถูกดำเนินคดี 9 ข้อกล่าวหา

โดยคณะกรรมการติดตามคดีการล่าสัตว์ป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ด้านตะวันตก โดยมีนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นประธาน พร้อมด้วย พลตำรวจเอก จรัมพร สุระมณี กรรมการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตในภาครัฐ เป็นที่ปรึกษาเบื้องต้นพบว่า

ในส่วนของกรณีงาช้าง ที่ตรวจพบในบ้านของนายเปรมชัยนั้น กรมอุทยานแห่งชาติ ได้เข้าแจ้งความกับทางกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อดำเนินคดีแล้ว

ส่วนประเด็นที่สังคมมีความกังวลที่นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก โดนตรวจสอบว่ารับสินบน เป็นไฟฉาย พบว่ากระบอกไฟฉายที่นำมามอบให้ เป็นของนายนพดล พฤกษะวัน อดีตข้าราชการกรมอุทยานฯ ในจำนวน 5 กระบอก ราคากระบอกละ 120 บาท และเป็นการมอบให้ในฐานะพี่น้อง และไม่เข้าข่ายการรับสินบน จึงอยากให้สังคมคลายความกังวลเรื่องดังกล่าว และยืนยันว่ามีความมั่นใจในการทำงานของคณะทำงานที่ดำเนินการเรื่องดังกล่าวว่าจะสามารถเอาผิดกับนายเปรมชัยและพวกได้

รวบพระร่วมขบวนการขนยาบ้า อ้างรับจ้าง 3 หมื่นนั่งรถเลี่ยงด่านตรวจ

ตำรวจ ชุดปปส.ภาค 5 ตามรวบหลวงพี่ เจ้าสำนักปฎิบัติธรรมชื่อดัง ลูกน้องเสี่ยโป้ พบ ยาบ้า มูลค่า 60 ล้านบาท อ้างรับจ้างนั่งรถเพื่อเลี่ยงด่านตรวจ

เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. วันที่ 7 มี.ค.2561 พ.ต.อ.วรพงษ์ คำลือ รอง.ผบก.สส.ภาค5 พ.ต.ท.ปิยะราช ความเพียร หัวหน้าชุดปปส.ตำรวจภูธรลำปาง พ.ต.ท.ประสิทธิ์ หล้าสมศรี หัวหนาชุด ปปส.สภ.เมืองลำปาง พร้อมกำลัง ได้ขับรถยนต์ติดตามรถยนต์เก๋ง 2 คัน ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีขาว หมายเลขทะเบียน งจ-9761 เชียงใหม่

และรถยนต์เก๋ง สีบรอนด์ทอง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส หมายเลขทะเบียน งจ-7085 เชียงใหม่ ซึ่งรถยนต์ทั้งสองคันขับมาจากพื้นที่จังหวัดเชียงราย และเข้าเขตพื้นที่จังหวัดลำปาง ตามถนนสายพะเยา-ลำปาง เมื่อรถได้ขับเข้าในปั๊ม ปตท.บ้านปงวัง ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง กำลังเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นทันที

จากการตรวจค้นรถยนต์เก๋งทั้งสองคัน ซึ่งคันแรกพบชายคนขับชื่อ นายสมพร อุสาใจ อายุ 35 ปี เป็นคน อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย โดยมีพระนฤบดินทร์ อายุ 34 ปี นั่งคู่มาด้วย จากการตรวจค้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด และได้ตรวจค้นรถเก๋งคันที่สองที่ขับตามกันมา พบชายคนขับชื่อ นายกิตติ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี โดยมีพระทวีลาภ อายุ 43 ปี นั่งคู่กันมา จากการตรวจค้นท้ายรถพบยาบ้าห่อด้วยพลาสติกสีเหลือง จำนวน 100 มัด ซุกซ่อนอยู่ในกะเป๋าใบใหญ่ ตรวจนับจำนวนยาบ้าทั้งหมด 200,000 เม็ด มูลค่า 60 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ได้นำตัวพระทั้ง 2 รูป ให้พระครูอนุศาสตร์วรธรรม เจ้าคณะอำเภอเมืองลำปาง วัดบุญวาทย์ ทำการสึก และนำตัวสอบสวน ที่ สภ.เมืองลำปาง จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมด อ้างว่า ได้รับการว่าจากจากเสี่ยโป้ อายุ 23 ปี บ้านอยู่ใกล้แยกพ่อขุน เขตตัวเมือง จังหวัดเชียงราย ในราคา 400,000 บาท และได้เบิกค่าจ้างมาก่อน จำนวนเงิน 30,000 บาท โดยไปขับรถเก๋งทั้งสองคันที่มีคนขับมาจอดให้ก่อนหน้าจากตัวเมืองเชียงราย และขับมาจอดในปั๊มปตท. ดังกล่าว

จากนั้นจะมีคนมารับช่วงต่อไป จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นจับกุมตัวและได้นำตัว นายทวีลาภ ซึ่งเป็นเจ้าสำนักปฎิบัติธรรมทานบารมี ปาระมี ตั้งอยู่ติดทุ่งนา ท้ายหมู่บ้านทุ่งผา ต.วอแก้ว อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง จากการตรวจค้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งสี่คน พร้อมของกลางแถลงข่าว ที่สภ.เมืองลำปาง โดยมี พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 เป็นผู้แถลง

มทภ.2 พร้อมตรวจสอบคุณสมบัติ ‘น้องแบม’ รับราชการทหาร

แม่ทัพภาค 2 พร้อมตรวจสอบคุณสมบัติ ‘น้องแบม’ เพื่อเข้ารับราชการทหาร หากเจ้าตัวต้องการรับใช้ชาติ

ที่วัดกลาง บ.ดอนบม ม.6 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น พล.ท.ธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่พบปะประชาชนชาวขอนแก่นเพื่อเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน ท่ามกลางความสนใจจากประชาชน

ด้าน พล.ท.ธรากร กล่าวว่า ทุกนโยบายที่รัฐบาลและ คสช.ได้กำหนดแผนการดำเนินงานนั้น ได้กำชับและเน้นย้ำการทำงานของกำลังมทหารในพื้นที่ภาคอีสาน ที่จะประสานการทำงานร่วมกันเป็นทีม และบูรณาการการทำงานเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและตรงกับความต้องการของประชาชน

นอกจากนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ยังได้กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ปณิดา ยศปัญญา นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หรือ มมส. ที่ขณะนี้อยู่ในช่วงของการคุ้มครองพยานจากการเป็นพยานปากสำคัญในการเอาผิดกรณีการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และผู้ป่วยโรคเอดส์ ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งชอนแก่น ว่า การคุ้มครองพยาน ซึ่งขณะนี้อยู่ในความรับผิดชอบของทหารจนกว่าคดีดังกล่าวจะเสร็จสิ้น

สำหรับประเด็นการบรรจุน้องแบม เป็นข้าราชการทหารและเจ้าตัวต้องการเป็นทหาร เพื่อรับใช้ชาตินั้น ในประเด็นนี้ต้องดูคุณสมบัติของน้องว่า มีคุณสมบัติครบถ้วนหรือไม่ และกองทัพบกมีอัตราว่างหรือไม่ ซึ่งกองทัพยินดีที่จะตอบแทนหรือช่วยเหลือน้องแบม เพราะถือเป็นพลเมืองดีต่อชาติบ้านเมือง