เปิดตัววินฯ ไฟฟ้า ‘SolaRyde’ กับสถานีประจุไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกในไทย

เปิดตัววินมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ‘SolaRyde’ กับสถานีประจุไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกในประเทศไทย

วันนี้(29 มี.ค. 61) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) รังสิต ร่วมมือกับบริษัท STAR 8 (Thailand) เปิดตัว “โซล่าร์ไรด์” (SolaRyde) โครงการรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าจากพลังแสงอาทิตย์ และสถานีชาร์จไฟจากพลังงานโซล่าร์เซลล์ ภายในมหาวิทยาลัยเป็นแห่งแรกของประเทศไทย โดยรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าดังกล่าวจะเข้ามาทดแทนรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างใช้น้ำมันที่มีอยู่เดิม ในเฟสแรกจะเปลี่ยนทั้งสิ้นจำนวน 25 คัน ในเดือนมีนาคม เพิ่มเป็น 50 คันในเมษายน และ 150 คัน ให้ทันเปิดเทอมที่จะถึงนี้ ทั้งนี้ รถมอเตอรืไซค์ไฟฟ้า จำกัดความเร็วที่ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยสามารถชำระค่าบริการ ผ่าน QR Code บนแอปพลิเคชัน ‘บัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง”

ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต กล่าวว่า เบื้องต้นได้เริ่มดำเนินการเปลี่ยนรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ให้บริการภายในมหาวิทยาลัย ให้เป็นรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจำนวน 25 คัน พร้อมให้บริการในเดือนมีนาคม จะเพิ่มเป็น 50 คันในเดือนเมษายน และ 150 คัน ภายในสิ้นปีนี้ตามลำดับ

ปัจจุบันตัวเลขยานพาหนะที่เข้ามาภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มีประมาณ 22,000 คันต่อวัน คิดเป็นคาร์บอนที่ปล่อยประมาณ 3,700 เมตริกตันต่อปี การนำร่องใช้รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าครั้งนี้จะช่วยลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนได้มากกว่า 500 เมตริกตันต่อปี และมีเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนจากบริการขนส่งสาธารณะทุกประเภท (Zero Carbon Trasportation) ให้เป็นศูนย์ภายใน 5 ปี

นายณัฐพล อัครลาวัณย์ กรรมการผู้จัดการบริษัท STAR 8 (THAILAND) กล่าวเพิ่มเติมว่า รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่จะใช้ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นรุ่นพิเศษที่มีระบบเปลี่ยนแบตเตอรี่อย่างรวดเร็วทันใจ (Easy Swap Battery) สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้อย่างสะดวกรวดเร็วเมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมดเพื่อให้สามารถบริการได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน โดยแบตเตอรี่ก้อนเก่าจะถูกนำไปชาร์จไฟฟ้าจนเต็มและนำมารอเปลี่ยนต่อไป โดยสถานีชาร์จไฟ (Battery Charging & Swapping Station) ได้รับการออกแบบดีไซน์พิเศษจากทีมงานวิศรกรของบริษัท เพื่อให้สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้เต็มภายในระยะเวลาไม่ถึง 4 ชั่วโมงเท่านั้น นอกจากนี้สำหรับรูปลักษณ์ของรถมอเตอร์ไซค์เอง ทางบริษัท star 8 ก็ได้ออกแบบพิเศษใหม่ให้กับโครงการนี้ โดยมุ่งเน้นรูปทรงที่โมเดิร์นทันสมัยตามสไตล์ของรถไฟฟ้า

พร้อมกันนี้ ยังได้พันธมิตรเข้ามาร่วมในโครงการโดย นางสาวพจณี คงคาลัย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อความต่อเนื่องในการเดินหน้าสนับสนุนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ธนาคารจึงได้เข้ามามีส่วนร่วมอำนวยความสะดวกด้านการชำระค่าบริการ และพิเศษสุดๆ เพื่อร่วมสร้างการรับรู้และเชิญชวนให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการช่วยลดมลพิษและประหยัดการใช้พลังงานให้กับมหาวิทยาลัย ผู้ใช้บริการรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารับจ้างของบริษัท STAR 8 (THAILAND) ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต สามารถชำระค่าบริการ ผ่าน QR Code บนแอปพลิเคชัน ‘บัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง”

ตำรวจเผย สงกรานต์นี้ทำได้ นั่งท้ายรถกระบะสาดน้ำ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้มบังคับใช้กฎหมายช่วงสงกรานต์ เน้นตรวจรถโดยสาร ขายสุรา อนุโลมนั่งท้ายปิกอัพ พร้อมรณรงค์ “เล่นสงกรานต์สร้างสรรค์นะออเจ้า” ตามประเพณีไทย

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยว่า ผบ.ตร.สั่งการทุกหน่วยให้เริ่มปฏิบัติการทันที 4 มาตรการหลัก เพื่อรักษาความปลอดภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ เน้นอำนวยความสะดวกการจราจรผู้ที่จะเดินทางช่วงวันหยุดยาว โดยก่อนเทศกาลจะประสานขอคืนผิวจราจรให้มากที่สุด

สงกรานต์2561, ข่าวสงกรานต์

อนุโลมให้นั่งท้ายรถกระบะ แต่หากมีพฤติกรรมส่อให้เกิดอันตรายจะใช้ดุลพินิจตักเตือนหรือดำเนินคดี รวมถึงตรวจเข้มรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท โดยสุ่มตรวจปัสสาวะคนขับ หากพบจะถูกดำเนินคดีทั้งผู้ขับและเจ้าของรถ นอกจากนี้จะให้ตำรวจทางหลวง และสถานีตำรวจ เปิดจุดบริการประชาชน เพิ่มมาตรการความปลอดภัย การป้องกันปราบปรามอาชญากรรม โดยยังคงโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจระหว่าง11-17 เมษายน

ปีนี้จะเพิ่มความเข้มงวดการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์เป็นพิเศษ หากพบจำหน่ายให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือจำหน่ายในที่ห้าม หรือเมาแล้วขับ จะยึดรถพร้อมดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ส่วนการจัดกิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์ ตำรวจจะเพิ่มความเข้มจุดที่มีการเล่นน้ำ

ขอประชาชนเล่นน้ำตามวัฒนธรรมประเพณี สวมใส่ชุดไทย หรือจัดกิจกรรมอย่าง “เล่นสงกรานต์สร้างสรรค์นะออเจ้า” พร้อมเตือนกลุ่มบุคคลที่อาจมีพฤติกรรมคึกคะนอง หากลวนลามหรืออนาจาร จะมีโทษหนัก จำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท.

สำนักข่าวไทย

โปรเจคยักษ์ ‘ซาอุฯ’ จับมือ ‘ญี่ปุ่น’ เตรียมสร้างโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ใหญ่ที่สุดในโลก

ซาอุดิอาระเบียร่วมมือกับญี่ปุ่น เตรียมสร้างโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกตามแผนปฏิรูปประเทศ คาดแล้วเสร็จในอีก 12 ปีข้างหน้า

สำนักข่าว ‘บลูมเบิร์ก’ รายงานข่าวกรณีวันที่ 28 มี.ค. ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดิอาระเบีย ซึ่งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกลาโหมและประธานกองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะ ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจในการสร้างโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์มูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ในซาอุดิอาระเบียกับมาซาโยชิ ซัน ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารซอฟต์แบงก์ กรุ๊ป บริษัทข้ามชาติด้านโทรคมนาคมและการสื่อสารสัญชาติญี่ปุ่น ที่จะเข้ามาช่วยส่งเสริมเรื่องเทคโนโลยีที่แข็งแก่งให้แก่โครงการนี้

Crown Prince of Saudi Arabia Mohammed bin Salman Al Saud and Masayoshi Son sign a memorandum of understanding in New York on March 28.
Crown Prince of Saudi Arabia Mohammed bin Salman Al Saud and Masayoshi Son sign a memorandum of understanding in New York on March 28.

Image: Bandar Algaloud / Saudi Kingdom Council / Handout/Anadolu Agency/Getty Images

เริ่มแรกโรงไฟฟ้าจะมีกำลังการผลิต 3 กิกะวัตต์ และ 4.2 กิกะวัตต์ และจะผลิตได้ถึง 150-200 กิกะวัตต์ภายในปี 2030 โดยโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ทั้งสองแห่งจะมีขนาดใหญ่สุดที่ในโลก โดยแผงโซลาเซลล์จะครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่าขนาดของกรุงโตเกียว และมองเห็นได้ชัดเจนจากอวกาศ

แม้ซาอุดิอาระเบียจะเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก แต่การสร้างโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์เป็นส่วนสำคัญของแผนปฏิรูปภายใต้ วิสัยทัศน์ 2030 ของมกุฎราชกุมาร ที่มุ่งให้เศรษฐกิจของประเทศลดการพึ่งพารายได้จากการส่งออกน้ำมัน และหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ต้นทุนต่ำ และมีความยั่งยืน เพื่อสร้างช่องทางรายได้ที่หลากหลายเข้าประเทศ

ทั้งนี้วิสัยทัศน์ 2030 ยังมีการส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศและเพิ่มสิทธิหลายอย่างแก่สตรีมากยิ่งขึ้น แม้ก่อนหน้านี้ซาอุฯ จะเป็นประเทศหนึ่งที่บกพร่องในเรื่องนี้มากที่สุด ทั้งนี้เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ประทานสัมภาษณ์ว่า ผู้หญิงสามารถเลือกแต่งกายอย่างไรก็ได้ที่สุภาพและเหมาะสม ซึ่งหมายความว่าผู้หญิงไม่จำเป็นต้องสวมชุดคลุมยาวหรือผ้าคลุมศีรษะอีกต่อไป จึงทำให้การแต่งตัวของสตรีในซาอุฯ มีความหลายหลายมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์มูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ในซาอุดิอาระเบียแล้วเสร็จ จะกลายมาเป็นปัจจุบันโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ล้มแชมป์เก่าอย่าง Tengger Desert Solar Park ของจีน ซึ่งขณะนี้ถือเป็นแหล่งพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดยมีกำลังการผลิต 1,500 เมกะวัตต์

ดูบทความต้นฉบับ : Massive solar power project will be 100 times larger than any in the world