ป่าไม้-ทหาร ลุยฟื้นคดีตึกยักษ์เขาค้อ พบ รอส.ผิดเงื่อนไขเป็นพัน-ทุนใหญ่ซื้อที่แบ่งขาย
วันนี้ ( 7 มี.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายชีวภาพ ชีวธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ และ หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร ทำหน้าที่รองหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) , พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฎิบัติการพิเศษ ศปป.4 กอ.รมน. เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร กอ.รมน.จว.เพชรบูรณ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดินราษฎรอาสาสมัคร (รอส.) อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ไปจนถึง 9 มีนาคม นี้

นอกจากจะตรวจสอบ-หาหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อรื้อฟื้นคดีใหม่ กรณีพนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อ มีความเห็นไม่ฟ้องนายทุนที่ก่อสร้างตึกยักษ์บนยอดภูบ้านส่งคุ้ม ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ถึง 3 หลัง ทั้งที่มีหลักฐาน รอส.ผู้ครอบครองที่ดิน เซ็นสัญญาร่วมทุนกับนักธุรกิจจากกรุงเทพมหานคร ต่อหน้าตำรวจบนโรงพัก ต่อมาอัยการจังหวัดหล่มสัก ก็มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องเช่นกัน
ด้าน พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฎิบัติการพิเศษ ศปป.4 กอ.รมน. ได้เตรียมค้นหาหลักฐานใหม่ด้วยการสอบสวนนายละออ จีนใจตรง หนึ่งใน“ราษฎรอาสาสมัคร-รอส.สมรภูมิเขาค้อในอดีต” ปัจจุบันอายุ 81 ปี อาศัยอยู่กับลูกสาว บ้านเลขที่ 74 ม.3 ต.วังน้ำคู้ อ.เมืองพิษณุโลก และเป็นเจ้าของที่ดิน รอส.ที่มีการสร้างตึกยักษ์ทั้ง 3 หลัง ประเด็นการร่วมทุน หรือว่าซื้อขายเปลี่ยนมือกันแน่ ก่อนที่จะลงพื้นที่เขาค้อต่อไป
ทั้งนี้ตามข้อมูลของฝ่ายทหาร ระบุว่า รีสอร์ทที่บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวทั่ว อ.เขาค้อ ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 2 พันแห่ง และเป็นรีสอร์ทบนที่ดิน รอส.กระทำผิดเงื่อนไขจำนวน 1,052 ราย จากทั้งหมด 1,542 ราย ส่วน รอส.ตัวจริงที่สร้างรีสอร์ทถูกต้อง มีเพียง 332 แห่ง เท่ากับว่า มี รอส.เพียง 1 ใน 3 รายเท่านั้น ที่ดำเนินการถูกต้องตามเงื่อนไข คุณสมบัติ 9 ข้อตามกองทัพภาคที่ 3 กำหนด
ด้านนายชีวภาพ ชีวธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ และ หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร กล่าวว่าการตรวจสอบที่ดิน รอส.ในท้องที่ อ.เขาค้อ ประเด็นหลักที่จะมีการหารือก็คือ กรณีตึกอาคารรีสอร์ทใหญ่ที่ปลูกสร้างในที่ดินแปลง รอส.บ้านส่งคุ้ม หาแนวทางรวบรวมพยานหลักฐานใหม่เพิ่มเติมเพื่อจะรื้อคดีขึ้นมาใหม่ รวมทั้งจะพิจารณาเรื่องการบังคับใช้กฎหมายกับ 135 รีสอร์ทบ้านพักที่อยู่นอกแปลง รอส.และอยู่ในเขตป่า และหารือถึงแนวทางที่จะดำเนินการกับรีสอร์ทในคดีที่ศาลมีคำตัดสินพิพากษา และ คดีถึงที่สุดแล้ว โดยการใช้มาตรา 25 พ.ร.บ.ป่าสงวนฯ เพื่อทำการรื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ด้วย
รายงานแจ้งว่า นอกเหนือจากรีสอร์ทเขาค้อ ที่สร้างบนที่ดิน รอส. แบบผิดเงื่อนไขแล้ว บนเขาค้อ ยังพบกลุ่มทุนใหญ่ ที่ลงทุนนกว้านซื้อที่ดินแปลงใหญ่ เพื่อจัดสรรแบ่งแปลงขายให้กับนักธุรกิจ-เศรษฐีนอกพื้นที่ ที่ต้องการอยากสัมผัสอากาศหนาว ยามฤดูท่องเที่ยวด้วย โดยมีการประกาศขายไปทั่วว่า “ที่ดินมีโฉนด สามารถซื้อขายได้”


