‘นายแผน’ ยื่นถอนฟ้องผบช.ก.,ผบก.ป.แล้ว อ้างเข้าใจผิด

นายแผน พร้อมทนาย ยื่นถอนฟ้องผู้บัญชาการสอบสวนกลาง และผู้บังคับการปราบปรามแล้ว อ้างก่อนหน้านี้เข้าใจผิด หวั่นว่าตนจะติดคุก

นายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือ นายแผน พร้อมด้วย นายสุกิจ พูนศรีเกษม ที่ปรึกษาด้านทนายความ เดินทางมาที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อยื่นคำร้องขอถอนฟ้องในคดีที่ยื่นฟ้องพลตำรวจโทฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และพลตำรวจตรีไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปราม ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม โดยใช้อำนาจหน้าที่แกล้งให้บุคคลนั้นรับโทษ มาตรา 200 จากกรณีออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาในเวลากระชั้นชิด คือ ออกหมายเรียกเมื่อวันที่ 14 มีนาคมโดยให้มาพบในวันที่ 15 มีนาคม และกรณีการกล่าวหา เปลี่ยนคำให้กรณีการของพยานเรื่องบุคคลเก็บลอตเตอรี่ รางวัลที่1 จำนวน 30 ล้านบาท

นายฐนุกร กล่าวว่า วันนี้ตัวเองมายื่นคำร้องขอถอนฟ้อง ตำรวจทั้ง 2 นายที่เคยยื่นฟ้องไว้ เนื่องจากก่อนหน้านี่ตัวเองตกใจกลัวกลับการสอบปากคำครั้งแรก และหลังจากนั้นมีสื่อนำเสนอข่าวว่าหากเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาตำรวจจะออกหมายจับทันทีซึ่งทำให้ตัวเองรู้สึกตกใจและหวาดกลัวจึงมายื่นเรื่องฟ้องไว้ แต่ภายหลังจากเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาตำรวจปฎิบัติกับตัวเองเป็นอย่างดี และชี้แจงถึงการทำหน้าที่ทำให้ทราบทำให้เข้าใจและไม่มีสาระสำคัญที่จะฟ้องร้องดำเนินคดี จึงเดินทางมาถอนฟ้องในวันนี้

ด้านนายสุกิจ เปิดเผยว่า การยื่นฟ้องก่อนหน้านี้ฟ้องตามเพจชื่อดังที่ลงไป และตัวเองนำข้อมูลว่าดูแล้วเห็นว่าไม่มีสาเหตุของการฟ้องร้องจึงเข้ามายื่นคำขอถอนฟ้อง และยืนยันว่าว่าไม่มีใครข่มขู่หรือบังคับให้ถอนฟ้องแต่อย่างใด พร้อมยังยืนยันอีกว่าหลังจากนี้จะไปแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับเจ้าของเพจชื่อดังที่ยืมมือของตำรวจรังแกคู่พวกตัวเอง ซึ่งเจ้าของเพจนั้นไม่ใช่ทนายความแต่เป็นวิศวกรด้วย

โดยหลังภายหลังจากยื่นคำร้องขอถอนฟ้องประมาณ 10 นาที นายแผน ระบุกับผู้สื่อข่าวว่า ศาลอนุญาติให้ถอนฟ้องทันที และหลังจากนี้จะไปที่ สน.พหลโยธิน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ในข้อหาหมิ่นศาลอีกด้วย

รวบอดีตตำรวจ หนีคดีโกงเงิน ตรวจจับรถควันดำ

นนทบุรี ปปช.ร่วม ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ รวบตัวอดีตตร.หนีคดีโกงเงินตรวจควันดำ

วันนี้ (29 มี.ค. 61)  เวลา 12.30 น. ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี นายสุทธิ บุญมี สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) นำตัวพ.ต.ท.สุรศักดิ์ ศรีสวัสดิ์กุล อดีตสารวัตรกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ส่งพนักงานสอบสวนสภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี เพื่อดำเนินคดีหลังเจ้าหน้าที่ป.ป.ช.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ สามารถจับกุมตัวนายตำรวจคนดังกล่าวได้ที่บ้านพักย่านเตาปูนในช่วงเช้าวันที่ 29 มี.ค. 61

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2555 คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดพ.ต.ท.สุรศักดิ์จากพฤติการณ์ใช้อำนาจหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์และเบียดบังทรัพย์สิน ตั้งแต่ปี 2541 และได้มีการร้องเรียนว่านายตำรวจคนดังกล่าวยักยอกเงินด้วยการสร้างพยานหลักฐานอันเป็นเท็จโดยการอ้างว่ามีผู้แจ้งเบาะแสตรวจจับรถบรรทุกควันดำ เพื่อรับเงินส่วนต่างร้อยละ 20 ซึ่งดำเนินการมาแล้วหลายครั้ง

โดย พ.ต.ท.สุรศักดิ์ ได้แจ้งผลการปฎิบัติงานว่ามีผู้แจ้งเบาะแสตรวจจับควันดำ แต่ความเป็นจริงเป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง ซึ่งตามปกติตำรวจจะได้เงินจากการปฎิบัติการร้อยละ 50 แต่เมื่ออ้างว่ามีผู้แจ้งเบาะแส จะได้รับเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ซึ่งสถิติการจับกุมคดีดังกล่าวมีวงเงิน 8 ล้านบาท ความเสียที่เกิดจากการกระทำความผิดทำให้รัฐสูญเงินกว่า 2 ล้านบาท

นายสุทธิ บุญมี สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาพบว่าพ.ต.ท.สุรศักดิ์ได้ทำหลักฐานเท็จ อ้างว่ามีผู้แจ้งเบาะแสทุกครั้ง ทั้งที่เป็นการตั้งด่านจับกุมของตำรวจเอง ซึ่งจากรายงานพบว่ามีวงเงินค่าปรับกว่า 8 ล้านบาทเศษ และมีส่วนต่างที่ยักยอกไปกว่า 20% ซึ่งกรณีดังกล่าวดำเนินคดีตั้งแต่ปี 2541 หลังมีผู้ร้องเรียน และได้ยื่นเรื่องมาที่ ป.ป.ช.จนมีมติชี้มูลความผิดและป.ป.ช.ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดพิจารณาสั่งฟ้องและนัดพ.ต.ท.สุรศักดิ์ไปรายงานตัว แต่เจ้าตัวหลบหนี ป.ป.ช.จึงขอให้ศาลออกหมายจับ จนกระทั่งติดตามตัวและมาจับกุมตัวได้ที่บ้านพักย่านเตาปูน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ได้นำตัวส่งที่สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อสอบสวน จากนั้นได้ควบคุมตัวส่งอัยการศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม.เพื่อฝากขังในช่วงบ่ายวันนี้ ซึ่งคดีจะหมดอายุความในวันที่ 30 เมษายน 2561

ชาวบ้านผวา!! โขลงช้างป่ากว่า 70 ตัว บุกไร่มันสำปะหลัง

โขลงช้างป่ากว่า 70 ตัว ลงจากเขากล้วยบุกไร่มันสำปะหลังของชาวบ้าน ในจ.จันทบุรี

ชาวบ้านอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ร้องเรียนว่ามีโขลงช้างป่ากว่า 70 ตัว ได้ลงจากเขากล้วย บุกเข้ามาหากินในไร่มันสำปะหลังของชาวบ้าน และโขลงช้างป่าได้สร้างความเสียหายให้กับไร่มันสำปะหลังของชาวบ้านได้รับความเสียหาย จากการตรวจสอบพบโขลงช้างป่ากว่า 70 ตัว กำลังเดินลงจากเขากล้วย และเดินเข้ามาในไร่มันสำปะหลังของชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ 1 ตำบลพวา

เบื้องต้นชาวบ้านต้องโทรขอกำลังเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ชุด ชรบ.และเจ้าหน้าที่อาสาเฝ้าระวังช้างป่า ได้เข้ามาช่วยเหลือในการเร่งผลักดันโขลงช้างป่าดังกล่าวออกจากพื้นที่ ล่าสุดหลังเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก็สามารถที่จะผลักดันโขลงช้างป่ากว่า 70 ตัว ออกจากไร่มันสำปะหลังของชาวบ้านไปอยู่ท้ายป่าหลังหมู่บ้านได้เป็นผลสำเร็จ ขณะที่ช้างป่าที่บุกทำลายสวนทุเรียนของชาวบ้าน ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลเขาแก้ว อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี

ล่าสุดพบว่าช้างป่ายังไม่ยอมกลับขึ้นเขาทำให้ นายสำเริง อุ่นใจ ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนยังคงหวาดกลัว และกลัวผลผลิตที่ปลูกไว้ได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้น ทำให้ต้องขอกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้ามาช่วยในการผลักดัน และเฝ้าระวังตลอดทั้งคืน ในเบื้องต้นมีชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากช้างป่าตัวนี้แล้ว จำนวน 5 ราย ผลผลิตไม่ว่าจะเป็นทุเรียน กล้วย และอื่นๆได้รับความเสียหาย ทางอำเภอท่าใหม่ และผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เตรียมยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเยียวยาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบแล้ว

ด้านนายสำเริง ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน กล่าวว่า ยังรู้สึกกังวลเพราะช้างป่ายังคงอยู่ในพื้นที่ จึงกลัวจะได้รับอันตราย โดยส่วนตัวอยากให้เจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลความปลอดภัยให้กับชาวบ้าน และผลผลิตของชาวบ้านที่กำลังให้ผลผลิตด้วย หรือหากเป็นไปได้ก็อยากที่จะให้ผลักดันขับไล่ช้างป่าตัวนี้ออกนอกพื้นที่ไป