‘ศรีวราห์’ เผยเอาผิด ‘เปรมชัย’ ปมงาช้างไม่ได้ เหตุชื่อเมีย

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยเร่งสอบประเด็น “เปรมชัย” ติดสินบนเจ้าหน้าที่ แต่ไม่สามารถเอาผิดปมงาช้างได้ เหตุมีชื่อภรรยาเป็นผู้ครอบครอง พร้อมโต้การไหว้ ไม่ทำให้สำนวนเปลี่ยน

พลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยความคืบหน้าคดี นายเปรมชัย กรรณสูต พร้อมพวก ร่วมกันล่าสัตว์ป่า ว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง ประเด็นติดสินบนเจ้าพนักงาน ที่นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก มาร้องทุกข์ไว้ เป็นข้อหาที่ 10

โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. อยู่ระหว่างเรียกเจ้าหน้าที่มาให้ข้อมูล แต่จะดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ ฐานรับสินบนด้วยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับต้นสังกัด กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะพิจารณา พร้อมมั่นใจในพยานหลักฐานที่ จะดำเนินคดีนายเปรมชัย ใน 9 ข้อหา ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

ส่วนเรื่องงาช้างที่ยึดได้จากบ้านนั้น ไม่สามารถเอาผิดนายเปรมชัย ได้ เพราะมีชื่อภรรยาเป็นผู้ครอบครอง แต่จากรายงานที่ว่าไม่ใช่งาช้างไทย กรมอุทยานฯ ในฐานะผู้รับขึ้นทะเบียน ต้องแจ้งความตำรวจ ให้ดำเนินคดีภรรยานายเปรมชัย

เปรมชัย
ค้นบ้านเปรมชัย ยึดงาช้างไว้ตรวจสอบ

นอกจากนี้ พลตำรวจเอก ศรีวราห์ ยังกล่าวตอบโต้ นายศรีสุวรรณ จรรยา กรณีเรียกร้องให้สอบวินัย หลังปรากฏภาพโน้มตัวรับไหว้นายเปรมชัย ว่า ยินดีให้ตรวจสอบ แต่หากตนเองเสียหาย จะดำเนินการตามกฎหมายเช่นกัน เพราะการที่ตนเองไหว้ใคร ไม่มีผลกระทบต่อสำนวน

อีกด้าน มูลนิธิสืบนาคะเสถียร แถลงเรียกร้อง 3 จุดยืน ในคดีนายเปรมชัย โดย 1.ให้ตำรวจ เร่งสรุปสำนวนส่งอัยการ และส่งฟ้องศาลโดยเร็ว 2.ให้กรมอุทยานฯและรัฐบาล เร่งรัดติดตามคดีอย่างใกล้ชิด และ 3.ขอให้หน่วยงานภาครัฐ สนับสนุนกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และร่วมกันประณามผู้มีเจตนาทำร้ายทรัพยากรธรรมชาติ

ทั้งนี้ ทางมูลนิธิฯ มั่นใจว่า นายเปรมชัย และพวก มีเจตนาล่าสัตว์ป่าตั้งแต่แรก ส่วนหลังจากนี้ จะร่วมกับเครือข่าย เพื่อเคลื่อนไหวทวงถามความคืบหน้าในคดีนี้ต่อไป

เรือรบสหรัฐฯ เทียบท่าเวียดนามครั้งแรกในรอบกว่า 40 ปี

เรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ เข้าเทียบท่าที่เวียดนามครั้งแรกในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเวียดนามเมื่อเกือบ 43 ปีก่อน

เรือบรรทุกเครื่องบิน “ยูเอสเอส คาร์ล วินสัน” ของสหรัฐฯ แล่นไปจอดเทียบท่าที่เมืองดานัง ของเวียดนาม เมื่อวานนี้ นับเป็นครั้งแรกที่เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ เดินทางเยือนเวียดนาม นับตั้งแต่การสิ้นสุดสงครามเวียดนาม เมื่อปี 2518 หรือเกือบ 43 ปีก่อน

เรือยูเอสเอสคาร์ล วินสันกำหนดเทียบท่าเป็นเวลา 4 วัน ที่เมืองดานัง ซึ่งเป็นเมืองเดียวกับที่กองทัพสหรัฐฯ ยกพลขึ้นบกครั้งแรกสมัยที่เข้าร่วมสงครามเวียดนาม และการเยือนครั้งนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางทหารที่ดีขึ้นของทั้งสองฝ่าย

ด้านนักวิเคราะห์มองว่า การมาเยือนเวียดนามครั้งนี้ เป็นเสมือนกับการส่งสารไปยังจีน ที่เป็นคู่พิพาทในกรณีความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ ทั้งยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่จีน ประกาศงบประมาณด้านกลาโหมประจำปี 2562 อีกด้วย

จีนได้เพิ่มกำลังทหารบนหมู่เกาะพาราเซล และเกาะเทียม 7 แห่ง ที่สร้างขึ้นในหมู่เกาะสแปรตลี่ย์ ซึ่งเวียดนามก็อ้างสิทธิครอบครองพื้นที่ดังกล่าวเช่นกัน

ความสัมพันธ์ทางการทูตของสหรัฐฯ และเวียดนาม กลับมาอยู่ในระดับปกติเมื่อปี 2538 และในปี 2559 สหรัฐฯ ได้ยกเลิกคำสั่งห้ามขนส่งอาวุธทางเรือไปยังเวียดนาม จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็พัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีขึ้นเรื่อยๆ ในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นด้านการค้า การลงทุน และความมั่นคง

โปรดเกล้าฯพระราชทานพระยศพลตรีหญิง ‘พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา’

ในหลวงรัชกาลที่ 10 โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระยศพลตรีหญิง ‘พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา’ แต่งตั้งเป็นนายทหารราชองครักษ์พิเศษ

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2561 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชโองการเรื่องพระราชทานพระยศ ความว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระยศให้ ร้อยเอกหญิง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระราชทานพระยศ เป็น พลตรีหญิง

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ประกอบมาตรา 4 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ.2560 มาตรา 10 มาตรา 13 และมาตรา 15 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ.2560 มาตรา 4 และมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พ.ศ.2479

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2561 ประกาศ ณ วันที่ 5 มีนาคม 2561 เป็นปีที่ 3 ในรัชกาลปัจจุบัน

นอกจากนี้ ราชกิจจานุเบกษา ยังออกประกาศพระราชโองการเรื่อง แต่งตั้งนายทหารราชองครักษ์พิเศษ ความว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า พลตรีหญิง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา แต่งตั้งเป็นนายทหารราชองครักษ์พิเศษ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2561 ประกอบมาตรา 4 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ.2560 มาตรา 10 มาตรา 13 และมาตรา 18 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหาร งานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 มาตรา 6 มาตรา 7 และมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติราชองครักษ์ พุทธศักราช 2480

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2561 ประกาศ ณ วันที่ 5 มีนาคม 2561 เป็นปีที่ 3 ในรัชกาลปัจจุบัน

ราชกิจจานุเบกษา ยังออกประกาศพระราชโองการเรื่อง แต่งตั้งนายทหารพิเศษ ความว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า พลตรีหญิง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา แต่งตั้งเป็นนายทหารพิเศษ ประจํากรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบมาตรา 4 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ.2560 มาตรา 10 มาตรา 13 และมาตรา 18 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ.2560

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2561 ประกาศ ณ วันที่ 5 มีนาคม 2561 เป็นปีที่ 3 ในรัชกาลปัจจุบัน

ขอบคุณ ราชกิจจานุเบกษา