รวบ! โจรทาสยานรก จี้ร้านสะดวกซื้อ

รวบ! โจรปล้นร้านสะดวกซื้อกันทรลักษ์ รับสารภาพหาเงินไปซื้อยาบ้าเสพ ตร.คุมตัวไปทำแผนรับสารภาพ

จากกรณีที่มีคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกเดี่ยวเข้าไปปล้นร้านสะดวกซื้อภายในบริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านกระบี่ ต.หนองหญ้าลาด อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้เงินสดไปจำนวน 2,791.25 บาท จากนั้น คนร้ายได้ขับขี่รถ จยย.หลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 3 ต.ค. 2560 ที่ผ่านมา ซึ่ง พ.ต.อ. ชยากร เทศะบำรุง สภ.กันทรลักษ์ และเจ้าหน้าที่ ตร.ชุดสืบสวน สภ.กันทรลักษ์ ได้สืบสวนติดตามเบาะแสของคนร้ายรายนี้อย่างต่อเนื่องนั้น

ล่าสุด พ.ต.อ.ชยากร และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.กันทรลักษ์ สืบทราบว่า คนร้ายรายนี้คือ นายพิทักษ์ อายุ 25 ปี อยู่ ต.ท่าคล้อ อ.เบญจลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จึงได้นำกำลังไปทำการจับกุม ซึ่งสามารถจับกุมได้โดยละม่อมพร้อมด้วยของกลางที่ใช้ในการปล้น ประกอบด้วย เสื้อที่ใส่วันก่อเหตุ รถจยย.หมายเลขทะเบียน 1กง-9776 ศรีสะเกษ กระเป๋าสะพายใบที่สะพายในวันก่อเหตุ ปืนปลอม และหมวกกันน็อค จากนั้น ได้นำตัวคนร้ายไปทำการสอบสวนที่ สภ.กันทรลักษ์

ทั้งนี้ ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพหลังจากได้เงินที่ปล้นไปแล้ว ก็ได้ขับขี่รถจยย.ไปยังบ้านพักที่บ้านท่าคล้อ อ.เบญจลักษ์ และนำเอาเงินไปซื้อยาบ้ามาเสพ จากนั้น เจ้าหน้าที่ ตร.ได้ควบคุมตัว นายพิทักษ์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บริเวณที่เกิดเหตุ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แจง! อนุโลมได้ คำสั่งห้ามตำรวจใส่แว่นดำปฏิบัติหน้าที่ หลังถูกวิจารณ์หนัก

รองผบช.น. แจง อนุโลมได้ คำสั่งห้ามตำรวจใส่แว่นดำปฏิบัติหน้าที่ หลังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

กรณีที่พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีนโยบายห้ามตำรวจสายตรวจ สังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาลสวมใส่แว่นดำขณะปฎิบัติหน้าที่ จนมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ล่าสุดพลตำรวจตรีภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ด้านป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ชี้แจงว่า หากตำรวจสายตรวจจะต้องลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชนตามชุมชน หรือการไปตรวจตู้แดงตามบ้านเรือนหรือสถานที่ราชการสำคัญ จะต้องถอดแว่นดำออกเพื่อให้ประชาชนไม่หวาดระแวง และได้สัมผัสถึงความจริงใจเวลาที่ตำรวจมาเยี่ยมเยียนถึงบ้าน ซึ่งสาระสำคัญมีเพียงเท่านี้

ขณะที่เมื่อต้องปฎิบัติหน้าที่กลางแดด ลมพัด ก็สามารถใส่แว่นดำได้ แต่ขอให้เป็นสีที่สุภาพ ทั้งนี้เพื่อให้ตำรวจสายตรวจ มีแนวทางการปฏิบัติที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันจึงมีนโยบายดังกล่าว ซึ่งหากตำรวจนายใดไม่ปฏิบัติตาม ก็ไม่ได้มีโทษทางวินัย

เตือนภัย! แห่แชร์คลิปชายเมาขาดสติ พกมีดไล่แทงสองหนุ่มสาวขับจักรยานยนต์

เตือนภัย! แห่แชร์คลิปชายเมาขาดสติพกมีดไล่แทงสองหนุ่มสาวขับจักรยานยนต์ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว เตรียมดำเนินคดีต่อไป

วันที่ 5 มีนาคม 2561 เฟซบุ๊ค Happin Ess มีการแชร์คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์เกิดขึ้นที่หอพักแห่งหนึ่ง ชาย 1 คน อยู่ในอาการเมาพยายามใช้อาวุธมีดแทงผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์จนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ โดยผู้โพสต์ระบุข้อความว่า “#เตือนภัยและเก็บเป็นหลักฐาน อยู่ๆจะโดนแทงตายทั้งๆที่เพิ่งเคยเห็นหน้า มันเป็นใครก็ไม่รู้ อยู่ๆก็มาหาเรื่อง “#มองหน้ากูทำไม” แล้วก็ไล่ฟัน เรากับแฟนตามคลิปเลย แชร์ไปเยอะๆ เพราะแม่ของคนร้ายเปิดการ์ด #ลูกฉันเป็นคนดี #ช่องโหว่ของกฎหมายไทยเอาผิดมันไม่ได้มาก #ถ้าตายใครรับผิดชอบจากภาพจะจ้วงเราขนาดนั้นถ้าเราไม่ผลักมันเราคงตาย #ถ้าแฟนไม่วิ่งหนีไปหรือเสื้อแฟนมันบางกว่านี้คงตาย ช่วยแชร์กันเยอะๆค่ะไม่อยากให้เรื่องเงียบ คนแบบนี้อันตรายต่อสังคม”

ทั้งนี้หลังทราบข่าวจึงประสานผู้เสียหายเพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น.ส. ณัฐวรรณ โนจากุล อายุ 27 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนเองเป็น 1 ในคนที่อยู่ในกล้องวงจรปิดซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่หัวค่ำวันที่ 3 มีนาคม2561 ที่หอพักแห่งหนึ่งอยู่ในเขต ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ขณะที่ตนเองและแฟนหนุ่มกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ไปรับประทานอาหาร ได้เจอชาย 1 คน อยู่ๆ ก็ปรี่เข้ามาหาตนและแฟนหนุ่ม ก่อนจะพูดว่ามองหน้าผมทำไมซึ่งตนเองก็ยังงงว่าไปทำอะไรให้ชายดังกล่าวตอนไหน

ต่อมาชายดังกล่าวจะคว้าอาวุธมีดที่พกมาพยายามจ้วงแทง ตนเองจึงพยายามหนีจนรถจักรยานยนต์ล้มลง แต่ชายดังกล่าวก็ไม่หยุด ใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่หลังของแฟนตนเอง โชคดีที่ใส่เสื้อกันหนาวที่มีความหนาทำให้เลือดซิบ ซึ่งที่ตนเองนำคลิปมาลงนี้เพื่อต้องการเตือนภัยให้กับสังคม เพราะถึงเราจะไม่เคยมีเรื่องกับใครมาก่อนถึงเราไม่ได้ไปหาเรื่องเขา เขาก็มาหาเรื่องเราทั้งที่ตนเองไม่เคยรู้จักกันกับคู่กรณีมาก่อน เมื่อเกิดเหตุการณ์ควรตั้งสติให้ดีๆ โชคดีที่ตนเองตั้งสติได้จึงผลักผู้ต้องหาทำให้ชายคู่กรณีไม่สามารถใช้อาวุธแทงแฟนตนเองได้อย่างถนัด ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว

พ.ต.ท.วรพันธุ์ พิสุทธานนท์ รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.คูคต เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวผู้ต้องหาบุคคลในภาพได้แล้วซึ่งได้นำตัวไปผลัดฟ้องฝากขังที่ศาลจังหวัดธัญบุรีแล้ว โดยแจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ทำให้เสียทรัพย์ พาอาวุธมีดไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และเมาสุราประพฤติตนวุ่นวาย ซึ่งขั้นตอนต่อไปคือการรวบรวมพยานหลักฐานสรุปสำนวนคดีเสนอพนักงานอัยการในการดำเนินคดีตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป