Monthly Archives: March 2018
ปธ.ศาลอุทธรณ์ภาค 5 แจงดราม่า!! บ้านพักตุลาการบนเชิงดอยสุเทพ
ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 แจงละเอียดดราม่าบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ ปฏิเสธให้ความเห็นแคมเปญล่าชื่อยุติโครงการ ขณะที่ล่าสุดมีผู้สนับสนุนแล้วกว่า 18,285 คน
โครงการก่อสร้างบ้านพักและอาคารชุดของข้าราชการตุลาการที่จังหวัดเชียงใหม่ ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีกลุ่มนักอนุรักษ์และชาวเชียงใหม่บางส่วนมองว่าไม่เหมาะสม เนื่องจากก่อสร้างในพื้นที่ป่าเชิงดอยสุเทพ ปรากฏภาพมุมสูงของผืนป่าที่ถูกปรับพื้นที่ไปกว่า 100 ไร่ ทำให้นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม อดีตประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้แถลงชี้แจงข้อเท็จจริงในการก่อสร้าง เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2559 ที่ผ่านมา อธิบายถึงการใช้พื้นที่อย่างถูกต้อง
กระทั่งล่าสุด มีความเคลื่อนไหวรณรงค์ผ่านเว็บไซต์ change.org ได้มีการตั้งหัวข้อรณรงค์ “ขอให้ศาลอุทธรณ์ ภาค 5 คืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ 147 ไร่ 3 งาน 41 ตารางวา” โดย ดร.ณรงค์ ทองภูเบศน์ เจ้าของแคมเปญให้เหตุผลสำคัญว่าแม้จะถูกต้องตามกฎหมายแต่เป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ไม่คุ้มค่ากับคุณค่าแท้ของพื้นที่ป่าธรรมชาติ และ การรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ป่าธรรมชาติและระบบนิเวศน์ภูเขา จะทำให้สูญเสียทัศนียภาพที่งดงามของดอยสุเทพและสูญเสียป่าที่เป็นปอดของคนเชียงใหม่ พร้อมเรียกร้องให้ยุติโครงการก่อสร้าง ล่าสุดมีผู้สนับสนุนแล้ว 18,285 คน
ล่าสุดวันนี้ ( 05 มี.ค.) นายสวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 ชี้แจงอีกครั้งถึงโครงการก่อสร้าง โดยระบุว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าว เป็นที่ราชพัสดุของกระทรวงการคลัง ที่อยู่ในความครอบครองใช้ประโยชน์ของกองทัพบกตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นแปลงหมายเลขทะเบียนที่ 1273 แปลงหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง ที่ 394/2500 ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เนื้อที่ 147 ไร่ 3 งาน 41 ตารางวา แม้ภายหลังจะมีประกาศ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ปี 2507 แต่ไม่ได้กระทบสิทธิการครอบครองใช้ประโยชน์ของกองทัพบกแต่อย่างใด ทำให้พื้นที่นี้ไม่อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยสุเทพ
ต่อมาในปี 2549 กระทรวงการคลังได้อนุญาตให้สำนักงานศาลยุติธรรม ใช้พื้นที่ก่อสร้างที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 บ้านพักและอาคารชุดสำหรับข้าราชการตุลาการ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เพิ่งได้รับงบประมาณและเริ่มก่อสร้างในปี 2557 โดยในช่วงที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีการก่อสร้าง ทางทหารได้ดูแลพื้นที่เป็นอย่างดี ทำให้พื้นที่ป่าสมบูรณ์ จนทำให้ถูกมองว่าอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย และ ป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยสุเทพ

ส่วนสาเหตุที่เลือกใช้พื้นที่นี้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ของทางราชการ ทำให้ไม่ต้องเสียงบประมาณในการจัดซื้อที่ดินซึ่งปัจจุบันมีราคาสูง คงใช้งบประมาณเฉพาะการก่อสร้างเท่านั้น ทำให้ประหยัดงบประมาณไปได้มาก
สำหรับพื้นที่ดังกล่าวมีการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 บ้านพักผู้พิพากษา 38 หลัง บ้านพักผู้บริหาร 7 หลัง รวมบ้านพัก 45 หลัง และ อาคารชุด 13 หลัง ใช้งบประมาณก่อสร้างประมาณ 1,000 ล้านบาท รองรับการพักอาศัยของผู้พิพากษาและข้าราชการตุลาการได้ประมาณ 200 คน ในการก่อสร้างได้เว้นพื้นที่ป่า 58 ไร่ ด้านบนสุดที่อยู่ใกล้กับเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เพื่อคงสภาพพื้นที่ป่า ส่วนพื้นที่ก่อสร้างมีการตัดต้นไม้เฉพาะเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 กล่าวว่า หลังจากโครงการแล้วเสร็จ จะมีการปลูกต้นไม้ใหญ่เพื่อคืนพื้นที่สีเขียว ทั้ง ต้นสัก และ ต้นพยุง และ ต้นไม้อื่น ๆ ในทุกพื้นทีที่ปลูกได้ แต่การปลูกต้นไม้ใหญ่อาจต้องใช้เวลากว่าจะเติบโตสมบูรณ์ ส่วนที่ถูกมองว่าไม่เหมาะสม เป็นเรื่องตอบยาก ขึ้นอยู่กับบริบทว่ามองจากด้านใด ส่วนการรณรงค์ที่เกิดขึ้นทางศาลปฏิเสธให้ความเห็น เนื่องจากไม่ต้องการเข้าไปเป็นคู่พิพาท
ผู้สื่อข่าวสำรวจพื้นที่โครงการก่อสร้าง พบว่าคนงานยังเดินหน้าก่อสร้างและดำเนินการไปแล้วกว่าร้อยละ 80 อาคารชุดบางหลังมีข้าราชการตุลาการเริ่มเข้าพักอาศัย ขณะที่ทั้งหมดคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคมนี้ ขณะที่การสำรวจในมุมสูง พบพื้นที่ก่อสร้างอยู่ลึกจากถนนเลียบคลองชลประทานเข้าไปในเขตป่าเชิงดอยสุเทพ-ปุย 1.5 กิโลเมตร และ การปรับพื้นที่เพื่อก่อสร้างที่ลึกเป็นแนวยาวเข้าไปในเขตป่าที่มีความลาดชัน ทำให้มองเห็นป่าที่ถูกถางได้อย่างชัดเจน ซึ่งภาพนี้เป็นภาพที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจจนนำไปสู่เเคมเปญรณณงค์ที่เกิดขึ้น
อุตุฯ ประกาศฉบับที่ 2 ยัน!! 6-9 มี.ค. ไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อน
ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 05 มีนาคม 2561 ยันเกิดพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 6-9 มีนาคม 2561
เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. วันนี้ (5 มี.ค. 2561) กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศฉบับที่ 2เรื่อง ไทยตอนบนจะเกิดพายุฤดูร้อน ช่วงวันที่ 6-9 มี.ค. นี้ โดยระบุว่า
ในช่วงวันที่ 6-9 มีนาคม 2561 ประเทศไทยจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในช่วงวันและเวลาดังกล่าว สำหรับเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยจะมีผลกระทบดังนี้

ในช่วงวันที่ 6-7 มีนาคม 2561 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาญเจริญ และอุบลราชธานี
ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา และชลบุรี
ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล
ในช่วงวันที่ 8-9 มีนาคม 2561 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์
ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล
ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
ภาคใต้:จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี
ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศจีนตอนใต้แล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ในวันที่ 6 มี.ค. 61 ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงกับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
ประกาศ ณ วันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.
กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2561 เวลา 17.00 น.

