เอกชัยยื่นหนังสือถึงป.ป.ช. ขอเร่งรัดคดีนาฬิกาหรู พร้อมจุดธูป 36 ดอก ไล่สะเนียดจัญไร

เอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ยื่นหนังสือถึงป.ป.ช. ขอเร่งรัดคดีนาฬิกาหรู พร้อมจุดธูป 36 ดอก ไล่สะเนียดจัญไร

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 5 มี.ค.61 ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ถนนนนทบุรี ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และ โชคชัย ไพบูลย์รัชตะ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อประชาสัมพันธ์ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ขอให้เรียกตัว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าชี้แจงกรณีนาฬิกาหรูที่ตกเป็นภาพข่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ใส่นาฬิกาที่มีราคาแพงหลายล้านบาทจำนวนหลายสิบเรือน

เอกชัย หงส์กังวาน

จากการที่ปรากฎเป็นข่าวดังกล่าวตั้งแต่ช่วงเดือน ธ.ค.60 ทางคณะกรรมการ ปปช.ได้จัดให้มีการสอบสวนถึงกรณีดังกล่าวและให้ พล.อ.ประวิตร ส่งหนังสือชี้แจง แต่ยังไม่ผลการชี้แจงออกมาให้ประชาชนรับทราบว่า มีการครอบครองนาฬิกาหรูจำนวนเท่าใด ทำเกิดความเคลือบแคลงใจในการทำหน้าที่ของป.ป.ช.

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ยังขอเลื่อนการเข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการ ปปช.หลายครั้ง จึงถือว่าเป็นการประวิงเวลา จนถึงขณะนี้ทางป.ป.ช.ยังไม่สามารถสรุปที่มาของนาฬิกาดังกล่าวได้ จึงขอให้ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช.เร่งสรุปกรณีดังกล่าว เพื่อไม่ให้เป็นการปล่อยปละละเลย และลดความน่าเขื่อถือลง จึงขอให้เร่งดำเนินการให้สรุปผลเพื่อชี้แจงให้แก่ประชาชนได้ทราบต่อไป

เอกชัย หงส์กังวาน

นายเอกชัย หงส์กังวาน กล่าวว่า กรณีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร 2 เดือนกว่าแล้วยังไม่รู้ผล ช้ามาก ถ้าเป็นกรณีของคนอื่นๆ ทั่วไปคงเสร็จไปนานแล้ว จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบผลการตรวจสอบ รวมทั้งคดีนายเปรมชัย เรื่องเสือดำ แทนที่จะเร่งสอบและดำเนินคดี แล้วที่บอกว่ารัฐบาลชุดนี้เข้ามาเพื่อปราบปรามคอร์รัปชัน แต่กลับว่าเหมือนมาไล่บี้พวกที่มาตามเรื่องหล่านี้มากกว่า

สาเหตุที่มาจุดธูป 36 ดอก เป็นความเชื่อเพราะก่อนหน้านี้มีคนไปจุดธูปที่หน้าทำเนียบรัฐบาลก็เกิดเหตุการบางอย่างขึ้น และที่จุดที่ธรรมศาสตร์ก็ปรากฏผลบางอย่างขึ้น ตนจึงมาจุดบ้างเผื่อว่าจะเกิดผลบางอย่างที่ตามมา และเป็นการจุดเพื่อไล่เสนียดจัญไรออกไป สิ่งดีๆอาจเกิดตามมา กรณีนี้อาจกระจ่างขึ้น

หลังจากที่นายเอกชัย หงส์กังวาน พยามจะจุดธูปในป.ป.ช.ได้ถูกทางเจ้าหน้าที่หิ้วปีกออกมาเนื่องจากไม่ได้ขออนุญาต

ยังไม่จบ!! คู่กรณีซิ่งเก๋งชนพยาบาลปัดเยียวยา ลั่นอยากได้เงินให้ไปฟ้องเอง

เพจดังแฉ!! คู่กรณีที่ซิ่งเก๋งชนพยาบาลสาวกลางสี่แยก ปัดจ่ายเงินเยียวยา ชี้อยากได้ให้ไปฟ้องศาลเอาเอง

จากกรณีนางวรรณนภัสสร อายุ 38 ปี ขับรถเก๋งนิสสัน อัลเมร่า พุ่งชน น.ส.พัชนก โพยนอก อายุ 23 ปี พยาบาลประจำห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลหนองบัวลำภู ขณะจอดรถจักรยานยนต์ติดไฟแดง ที่สี่แยก ถนนสายรอบเมืองหนองบัวลำภู จนพยาบาลสาวบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นม้ามแตก ซึ่งทางตำรวจแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันนี้ (5 มี.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจเฟซบุ๊ก ‘บิ๊กเกรียน‘ ได้รายงานถึงความคืบหน้าของคดีนี้ ซึ่งจากการสอบถาม พ.ต.ท. สุเนตร สรรพ์สมบัติ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองบัวลำภู บอกว่ากรณีนี้ประกันยินยอมชดใช้ให้ฝ่ายผู้เสียหาย 250,000บาท ซึ่งทางบริษัทกลางบอกว่ายังต้องรอสรุปเรื่องค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล

ส่วนเรื่องค่าสินไหม นางวรรณนภัสสร ลากุล คนก่อเหตุต้องรับผิดชอบ ซึ่งผ่านมาร่วมเดือนแล้วก็ยังไม่ได้ชดเชยเยียวยาให้ ขณะที่น้องแพรวต้องหยุดงานกลับรักษาตัวนานเป็นเดือน คดีน้องแพรวร้อยเวรแจ้งข้อหาคู่กรณีประมาททำให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัสชัดเจน จะสรุปสำนวนส่งกลางมีนานี้ ส่วนคู่กรณียังเจรจาเรื่องค่าเสียหายไม่ได้ รอดูวันนี้ตำรวจนัดทั้งสองฝ่ายเจรจาอีกครั้ง ถ้าไม่ยอมจ่ายคงต้องไปเจรจาต่อในชั้นศาล

ขอบคุณเพจ บิ๊กเกรียน

ผู้ป่วย-ญาติ 70,000 คนแห่เข้าคิวรับยา ‘หมอแสง’ รถติดกว่า 10 กม.

ผู้ป่วยและญาติกว่า 70,000 คน แห่เข้าคิวรับยาสมุนไพรหมอแสง ทำรถติดยาวกว่า 10 กิโลเมตร

หลังจากที่ นายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือ ‘หมอแสง’ ได้กำหนดให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งเดินทางมารับยาสมุนไพร ตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 มีค. จนถึงช่วงบ่ายวานนี้ ( 4 มีค..) ปรากฎว่า มีประชาชนจากทั่วสารทิศทั้งผู้ป่วยและญาติประมาณ 7 หมื่นคน เดินทางไปขอรับสมุนไพร

ซึ่งทางทีมงานหมอแสงได้จัดเตรียมทีมเจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เพื่อตรวจสอบหลักฐานจำนวน 18 ชุด พร้อมตั้งจุดแจกยา 2 จุด ทำให้บริหารเวลาแจกสมุนไพรได้รวดเร็วกว่าทุกเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่ผู้ป่วยรวมทั้งผู้รับแทน ได้รับสมุนไพรจากหมอแสงเรียบร้อยแล้ว ต่างทยอยเดินทางออกจากบ้านหมอแสงมุ่งหน้าไปที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี เพื่อลงบันทึกประจำวันขอรับยาประจำเดือนเมษายน ทำให้ถนนตั้งแต่บ้านหมอแสงถึง สภ.เมืองปราจีนบุรี ติดขัดเป็นระยะทางยาวเกือบ 10 กิโลเมตร

ขณะที่ หมอแสง เปิดเผยว่า แม้จะได้รับรองให้เป็นหมอพื้นบ้านแล้ว แต่ด้วยกฎหมายที่ล้าหลัง ทั้งห้ามค้าขายในเชิงพาณิชย์ ห้ามแจกยานอกสถานที่ ก็ทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งในไทยต้องดิ้นรนมารับยาถึงปราจีนบุรีเหมือนเดิม และหลังจากนี้เตรียมจะไปผลิตยาแจกให้กับประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย โดยชาวลาวและกัมพูชาไม่ต้องเดินทางมารับยาถึงประเทศไทย แต่จะเดินทางไปแจกยาให้ที่ประเทศลาวและกัมพูชา

ส่วนกำหนดแจกยารอบถัดไป จะเริ่มแจกตั้งแต่วันที่ 31 มีค. ถึงวันที่ 1 เมย. 2561