ได้บุญแต่ผิดกฎหมาย! จับชาวบ้านเลี้ยงลิงตกถังสี สงสารเพราะกลับเข้าฝูงไม่ได้

ตำรวจจับสาวเลี้ยงลิงนาน 8 ปี  เจ้าของเผยเลี้ยงมาตั้งแต่ตัวเล็กเพราะลิงกลับเข้าฝูงไม่ได้ ระบุไม่ทราบว่าเลี้ยงลิงผิดกฎหมาย

วันที่ 5 มีนาคม 256 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาทร่วมกับตำรวจปราบปรามการกระทำผิดทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม นำลิงแสม อายุ 8 ขวบ ชื่อ “หงอคง” ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองชัยนาท หลังเข้าทำการตรวจค้นและจับกุมได้ที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ธรรมามูล อ.เมืองชัยนาท

โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่าครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งนางสาวแอน (สมมติ) เจ้าของลิงเปิดเผยด้วยน้ำตาว่าลิงตัวดังกล่าว ตนรับเลี้ยงมาตั้งแต่ตัวเล็กๆ ยังไม่อย่านม เพราะเจ้า หงอคง บังเอิญพลัดตกจากอกแม่ที่อาศัยอยู่ในวัดพิกุลงามหมู่ที่ 1 ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ ลงไปในถังสีทาผนังเมื่อ 8 ปี ก่อน พระลูกวัดจึงนำไปล้างตัวแต่เมื่อนำกลับไปส่งให้แม่ลิง กลับไม่ยอมรับและถูกลิงตัวอื่นๆ ในฝูงกัดเนื่องจากผิดกลิ่น

พระในวัดซึ่งเป็นญาติกันจึงนำมาฝากให้เลี้ยง ตนสงสารจึงเลี้ยงไว้จนผูกพันกันเป็นเหมือนสมาชิกคนหนึ่งในบ้านไปแล้ว จนมาถูกเจ้าหน้าที่เข้าแจ้งข้อกล่าวหา และยึดเจ้าหงอคงมา ตนเองยอมรับว่าไม่ทราบจริงๆ ว่าเลี้ยงลิงผิดกฎหมาย เพราะเห็นมีอยู่จำนวนมากตามป่าหลังวัด และหากเจ้าหน้าที่อนุญาตให้ทำเรื่องขอเจ้าหงอคงกลับมาเลี้ยงได้ ทางครอบครัวก็ยินดีมาก

พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมร่วมหารือนายกรัฐมนตรี กำหนดวันเลือกตั้ง !!

“อภิสิทธิ์” ยัน พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมร่วมหารือนายกรัฐมนตรี กำหนดวันเลือกตั้ง ชี้เป็นไปตามคำสั่ง คสช. 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผย ถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เตรียมเชิญทุกพรรคการเมืองมาพูดคุยหารือเรื่องกำหนดวันเลือกตั้งเป็นแนวทางที่ดีหรือไม่นั้น มองว่าเป็นไปตามคำสั่ง คสช. ที่ 53/2560 โดยเมื่อมีการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ การหาสมาชิก และทุนประเดิมพรรค รวมถึงการประชุมพรรค ทุกอย่างก็จะเดินตามขั้นตอน ทั้งนี้ ทางพรรคประชาธิปัตย์ยินดีให้ความร่วมมือ

รองโฆษกตำรวจยัน ไม่พบตำรวจรับสินบน ผู้ต้องหาค้าประเวณีแลกเข้า-ออกประเทศ

รองโฆษกตำรวจยืนยัน ไม่พบตำรวจรับสินบนผู้ต้องหาค้าประเวณีชาวเนเธอร์แลนด์ แลกเข้า-ออก ประเทศ ชี้ มีมาตรการอย่างเคร่งครัด

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงกรณีมีกระแสข่าวตำรวจภูธรภาค 2 จับกุมผู้ต้องหาสัญชาติเนเธอร์แลนด์ ในข้อหาเป็นธุระจัดหาในการค้าประเวณี และผู้ต้องหากล่าวอ้างว่าเดินทางเข้าประเทศโดยจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองว่า ในกรณีดังกล่าว สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยละเอียดแล้วไม่พบว่า ผู้ต้องหาดังกล่าวได้เดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรไทย ตามช่องทางปกติแต่อย่างใด

แต่ได้รับรายงานว่า ผู้ต้องหารายนี้ได้เคยมีความพยายามที่จะเข้าประเทศทางช่องทางปกติ ทั้งทางช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.สุรินทร์ และด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.สระแก้ว แต่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทั้งสองด่านได้ปฏิเสธการเข้าประเทศของผู้ต้องหารายนี้ เนื่องจากเป็นบุคคลเฝ้าระวัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้ปฏิบัติตามกฎหมายของ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 อย่างเคร่งครัด

ภาพประกอบเนื้อหา

ฉะนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้ต้องหาจะเข้าออกประเทศตามช่องทางปกติ ในส่วนของประเด็นที่ผู้ต้องหาอ้างว่า ได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และได้จ่ายเงิน 3,000 บาท เพื่อเข้าประเทศนั้น จากการตรวจสอบในชั้นนี้ยังไม่พบตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างแต่อย่างใด ซึ่งจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป

โดยปกติแล้วผู้ต้องหามักจะกล่าวอ้างต่างๆ นานาเป็นประจำ เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือของตัวผู้ต้องหาเอง ที่ผ่านมาในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง มีข้อมูลของบุคคลเฝ้าระวัง และบุคคลต้องห้ามอยู่แล้ว ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะไม่สามารถเดินทางเข้าออกในประเทศได้ในทุกกรณีอีกทั้ง สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้มีการบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ มาโดยตลอด เน้นการทำงานเชิงรุก กวดขัน ระดมตรวจตราผู้ที่ลักลอบเข้าออกประเทศโดยผ่านทางช่องทางธรรมชาติ ซึ่งมีผลการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมอย่างสม่ำเสมอ