ดับสยอง! ชายต่างชาติเครียดหมดตัว ดิ่งคอนโดหรูกลางเมืองพัทยา

ดับสยอง! ชายต่างชาติเครียดหมดตัว ดิ่งคอนโดหรู ชั้น 34 กลางเมืองพัทยา

วันนี้ (2 มี.ค. 61) มีรายงานว่า พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา ร่วมตรวจสอบคนพลัดตกจากที่สูงเสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดขึ้นภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ริมถนนพัทยาสาย 2 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุเป็นคอนโดสูง 44 ชั้น ตรวจสอบบริเวณสถานที่ลานจอดรถด้านข้างที่ปิดกันเพื่อทำการก่อสร้าง พบศพชาวต่างชาตินอนจมกองเลือด สภาพศพร่างกายแตกอวัยวะภายในโผล่ออกมาขาและแขนขาด สวมเสื้อยืดกางเกงขาสั้นและสวมถุงเท้า ตรวจสอบทราบชื่อ Mr.Michael Terkildsen Peter อายุ 52 ปี ชาวเดนมาร์ก พักอาศัยอยู่ภายในคอนโดดังกล่าวชั้นที่ 34 จากการตรวจสอบภายในห้องพักพบจดหมายลาตายที่ผู้ตายเขียนในทำนองเครียดเรื่องปัญหาชีวิต โดยใจความในจดหมายระบุ “ไม่อยากมีชีวิตอยู่เพราะหมดตัว” ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำศพ Mr.Michael  Terkildsen Peter ส่งสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ  เพื่อชันสูตรพลิกศพหาสาเหตุ พร้อมประสานสถานฑูตเพื่อให้ทราบเกี่ยวกับการเสียชีวิต ส่วนสาเหตุที่แท้จริงต้องสอบสวนแต่คาดว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาของตัวเองที่เกิดขึ้นได้จึงตัดสินใจกระโดดคอนโดดังกล่าวเพื่อตัดปัญหา

รวบหนุ่มแสบ หลอกปล่อยเงินกู้-ขายสินค้า เสียหายกว่า 5 แสน

ตำรวจสืบสวน รวบหนุ่มแสบหลอกปล่อยเงินกู้-หลอกขายสินค้า ก่อนชิ่ง มูลค่าเสียหายกว่า 5 แสนบาท

พ.ต.อ.อิสเรศ ปาลาพงศ์ ผู้กำกับการ สืบสวนสอบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน แถลงจับกุมนายณพัทร์ วีรณรงค์ชยกุล อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ในข้อหาร่วมกันแสดงตนเป็นคนอื่นโดยทุจริต และหลอกลวงเอาทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้และใช้อิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ และร่วมกันโดยทุจริตหรือหลอกลวงนำเข้าข้อมูลที่บิดเบือนสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยจับกุมได้ที่บ้านพักย่านพระราม 3

พ.ต.อ.อิสเรศ ระบุว่า ชุดสืบสวนร่วมกับตำรวจสน.ห้วยขวางติดตามพฤติกรรมคนร้ายกว่า 2 ปี หลังได้รับแจ้งจากผู้เสียหายหลายรายว่าถูกคนร้ายหลอกให้โอนเงินซื้อสินค้า อาทิ การ์ดจอคอมพิวเตอร์ / เลนส์กล้อง และโทรศัพท์มือถือ รวมมูลค่ากว่า 5แสนบาท แต่กลับไม่ได้รับของตามที่ตกลงไว้

ซึ่งเมื่อชุดสืบสวนศึกษาพฤติกรรมโดยละเอียด กลับพบว่ากรณีดังกล่าว มีผู้เสียหาย 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1.เป็นผู้เสียหายที่ถูกนายณพัทร์ ผู้ต้องหาได้โพสต์เฟซบุ๊คชื่อปล่อยเงินกู้ด่วน เมื่อเหยื่อหลงกลมาขอกู้เงิน นายณพัทร์จะขอบัตรประชาชนตัวจริง / บัตรเอทีเอ็ม และสมุดบัญชีธนาคารมาเก็บไว้ ก่อนจะปิดโทรศัพท์หนี

ขณะที่ผู้เสียหายกลุ่มที่ 2.เป็นกลุ่มที่ถูกนายณพัทร์หลอกขายสินค้า โดยใช้บัตรประชาชนและเลขบัญชีของผู้เสียหายกลุ่มที่1 เป็นตัวแทนในการติดต่อ แต่พอโอนเงินให้กลับไม่ได้รับของ ซึ่งเมื่อกลุ่มที่ 2 มาแจ้งความก็จะเป็นการแจ้งความจับผู้เสียหายกลุ่มแรก ทำให้สาวไม่ถึงตัวของนายณพัทร์ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตัวจริง กระทั่งชุดสืบสวนต้องแกะรอยจนจับกุมตัวได้ในที่สุด

ด้านนายประวิทย์ ทองคำ อายุ 49 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย ยืนยันว่าตนตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกง รู้สึกตกใจมากซึ่งเมื่อตำรวจติดต่อมาตนก็ยืนยันความบริสุทธิ์ และเล่าเรื่องราวให้ฟังว่าเมื่อปีที่แล้วตนไปขอกู้เงินผ่านเฟซบุ๊ค ก่อนจะถูกนายณพัทร์ยึดบัตรประชาชนไป พร้อมทั้งหายตัวไปติดต่อไม่ได้ จนต้องทำบัตรประชาชนใหม่ กระทั่งมาทราบเรื่องดังกล่าว

ทั้งนี้ตำรวจจึงอยากฝากให้ประชาชนระวังว่าอย่าให้เอกสารสำคัญกับบุคคลอื่น เพราะอาจถูกนำไปใช้ก่อเหตุ ซึ่งหลังจากนี้จะขยายผลติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการ และจะคุมตัวนายณพัทร์ส่งพนักงานสอบสวนสน.ห้วยขวาง ดำเนินคดีต่อไป

ผู้ว่าฯ กทม. เผย 5 ตลาดรอบบ้านป้าทุบรถ ต้องปิดกิจการ จนกว่าศาลจะมีคำสั่ง

ผู้ว่าฯ กทม. ลั่นตลาด 5 แห่งรอบบ้านป้าทุบรถ ต้องปิดกิจการ จนกว่าศาลปกครองจะมีคำสั่ง เตรียมส่งผลตรวจสอบข้อเท็จจริงตลาดให้ศาลพิจารณา 6 มีนาคม นี้

วันนี้(2 มี.ค.) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังเข้าฟังการไต่สวนคดีที่กรุงเทพมหานครเป็นผู้ถูกฟ้อง ฐานละเลยให้มีการจัดตั้งตลาดในพื้นที่ซอยหมู่บ้านเสรีวิลล่า ซึ่งผู้ฟ้องคดีอ้างว่าไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่จัดสรร เพื่อเป็นที่อยู่อาศัย เป็นเหตุให้ได้รับความเดือดร้อนรำคาญ

โดยระบุว่า ในวันนี้ทางกรุงเทพมหานครได้ชี้แจงต่อศาลว่ามีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการจัดตั้งตลาด 5 แห่งในพื้นที่หมู่บ้านของผู้ฟ้องคดี โดยมีรองประธานสภากรุงเทพมหานครเป็นประธานคณะกรรมการ ซึ่งขณะนี้ผลการตรวจสอบยังไม่แล้วเสร็จ คณะกรรมการขอเลื่อนระยะเวลาในการตรวจสอบจากเดิมต้องสรุปผล ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เลื่อนไปเป็นวันที่ 5 มีนาคม โดยจะมีการนำผลการตรวจสอบรายงานต่อศาล ในวันที่ 6 มีนาคม เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณา

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยืนยันว่าตลาดทั้ง 5 แห่ง ในซอยหมู่บ้านเสรีวิลล่า ละแวกบ้านของนางสาวบุญศรี แสงหยกตระการ ผู้ฟ้องคดี ต้องปิดกิจการไปจนกว่าศาลปกครองจะมีคำสั่งว่าตลาดสามารถเปิดค้าขายในพื้นที่ดังกล่าวได้หรือไม่ หลังนางสาวบุญศรีและครอบครัว รวม 4 คน ฟ้องกรุงเทพมหานคร และพวก รวม 4 ราย ฐานละเลยให้มีการก่อสร้างอาคารและตลาด โดยผิดกฎหมาย เป็นเหตุให้พื้นที่ซึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยกลายเป็นที่จอดรถและเป็นกรณีที่ผิดวัตถุประสงค์ของหมู่บ้านเสรีวิลล่า ซึ่งได้จดทะเบียนจัดสรรเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย ก่อให้เกิดมลพิษทางเสียงและก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้ฟ้องคดี