เปิดตัวแอพ EXAT Portal คู่ใจผู้ใช้ทาง พร้อมตรวจสอบยอดเงิน Easy Pass

เปิดตัวแอพ EXAT Portal คู่ใจผู้ใช้ทางตอบสนองความต้องการผู้ใช้ทางพิเศษ พร้อมตรวจสอบยอดเงินบัตร Easy Pass 

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดตัว EXAT Portal แอพพลิเคชันสำหรับเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่าง ตรวจสอบยอดเงินคงเหลือและการใช้บัตร Easy Pass และการจัด Promotion และกิจกรรมต่าง ๆ ของ กทพ. รวมถึงเป็นศูนย์รวบรวมการเรียกใช้แอปพลิเคชั่นอื่น ๆด้วย โดยผู้ใช้ทางสามารถใช้แอปพลิเคชันได้ทั้งระบบ Android และ IOS สำหรับวิธีดาวน์โหลดและติดตั้ง EXAT Portal สามารถเข้าไปที่แอปพลิเคชัน Play Store สำหรับ Android หรือ Apple Store สำหรับ IOSค้นหาแอปพลิเคชัน EXAT Portal

ทั้งนี้ การใช้งานระบบ EXAT Portal แบ่งการใช้งานออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ ประกอบด้วย NEWS เผยแพร่ข่าวสารต่าง ๆ เช่น โปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์ กิจกรรม ข่าวสารจราจร EASY PASS สำหรับตรวจสอบยอดคงเหลือ และการใช้งานบัตร Easy Pass และ EXAT APPS เป็นศูนย์รวมการเรียกใช้งานแอปพลิเคชันอื่น ๆ ของ กทพ. เช่น EXAT Traffic นอกจากนี้ผู้ใช้ทางพิเศษยังสามารถตั้งค่า (Setting) แล้วกำหนดภาษาในการแสดงผล (รองรับภาษาไทยและอักฤษ รวมทั้งตั้งค่าการรับการแจ้งเตือน (Push Notification) ได้ด้วยตนเอง

หนุ่มสวีเดนงง! ฝากเงินนับแสนไว้ในบัญชี ผ่านไป 2 ปี เหลือแค่บาทเดียว

หนุ่มสวีเดนฝากเงินนับแสนไว้ในบัญชีธนาคาร ผ่านไป 2 ปี มีมือมืดเจาะระบบขโมยไปเกลี้ยง เหลือติดบัญชีให้ดูต่างหน้าแค่บาทเดียว

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 มี.ค.61 ด.ต.ภูดิษฐ์ รักษ์ทะเล เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล พา นายเฮนริค คริสเตียน ก็อค (Mr.Henrik Christian Koch ) อายุ 49 ปี สัญชาติสวีเดน เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ธานินทร์ กันภัย รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ว่ามีมือมืดแอบขโมยเงินที่ฝากไว้ในบัญชีธนาคารกรุงเทพไปนับแสนบาท เมื่อไปสอบถามเจ้าหน้าที่ธนาคารกลับได้รับคำแนะนำให้มาแจ้งความกับตำรวจ และไม่ได้ระบุว่า จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร

โดยนายเฮนริค ให้การว่า เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.59 หรือเมื่อปีเศษที่ผ่านมา ตนเองนำเงินสด 500 บาท ไปเปิดบัญชีกับธนาคารแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะฝากสะสมจนมียอดเงินรวมทั้งสิ้นเกือบ 1 แสนบาท แต่ต่อมาตนเดินทางกลับไปทำงานที่ประเทศบ้านเกิดอยู่นานปีเศษ ก่อนบินกลับมาท่องเที่ยวและพักผ่อนที่เมืองพัทยาเมื่อไม่นานมานี้

พอตนนำสมุดบัญชีธนาคารไปเช็กยอดเงิน ผลปรากฏว่าเงินที่ฝากไว้นับแสนบาทได้หายไปอย่างมีเงื่อนงำ ด้วยความสงสัยจึงขอให้พนักงานธนาคารตรวจสอบความเคลื่อนไหวในบัญชี เพราะมั่นใจว่าตนเองไม่ได้มีการเบิกถอนเงินออกมาแม้แต่บาทเดียว

พอเช็กอย่างละเอียดพบว่า มีผู้ที่ใช้หมายเลขโทรศัพท์เบอร์ 098-9301045 สมัครอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้งแล้วทำการถอนเงินออกจากบัญชีเมื่อ 12 มี.ค.60 จำนวน 2 ครั้ง ครั้งแรกถอดไป 90,000 บาท ครั้งที่ 2 จำนวน 9,900 บาท และเหลือเงินติดบัญชีไว้ให้ดูต่างหน้าเพียง 1 บาท 38 สตางค์

เมื่อถามหาความรับผิดชอบจากทางธนาคาร ปรากฏว่าพนักงานทำได้เพียงแนะนำให้เดินทางเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน แต่ไม่ได้ระบุว่าจะรับผิดชอบอย่างไร ตนขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนเบิก หรือใช้ให้ใครมาเบิกเงินในบัญชีของตนไปแต่อย่างใด จึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษา ด.ต.ภูดิษฐ์ รักษ์ทะเล เพื่อนที่เป็นตำรวจสันติบาล ก่อนเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับคนที่แอบขโมยเงินออกไปจากบัญชี ชนิดที่ตนเองไม่รู้เนื้อรู้ตัว

“การที่ตนนำเงินมาฝากเข้าบัญชีธนาคาร เพราะคิดว่าเป็นแหล่งเก็บรักษาเงินที่น่าจะปลอดภัยที่สุด ปลอดภัยกว่าการที่เก็บไว้กับตัวเองเสียด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเงินมันหายไปได้อย่างไร จึงอยากจะถามธนาคารว่าควรมีมาตรการในด้านการรักษาความปลอดภัยที่ดีกว่านี้หรือไม่ เพราะจู่ๆ มีใครก็ไม่รู้แอบเข้ามาขโมยเงินออกไปจากบัญชีอย่างง่ายดายแบบนี้ แล้วจะทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นได้อย่างไร” นายเฮนริค กล่าว

ทางด้าน ร.ต.อ.ธานินทร์ กันภัย รอง สว.(สอบสวน) เจ้าของคดี เปิดเผยว่า เบื้องต้นตำรวจได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหายและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนทำหนังสือไปยังบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ เพื่อเช็กหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้สมัครอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้งแล้วฉกเงินของหนุ่มสวีเดนรายนี้ไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับประสานตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าวเพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

เชื่อบารมีหลวงพ่อองค์ใหญ่ รอดชีวิตจากอุบัติเหตุรถพ่วง 18 ล้อชน ไร้บาดเจ็บ!

เชื่อบารมีหลวงพ่อองค์ใหญ่ ทำรอดชีวิตจากอุบัติเหตุรถพ่วง 18 ล้อชนเก๋ง คนในรถรอดตายและไม่ได้รับอันตรายใดๆ

วันที่ 2 มี.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขาวง จากกรณีเกิดเหตุรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีดำ หมายเลขทะเบียน กท 7401 สงขลา ประสบอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกพ่วง หมายเลขทะเบียน 70 – 3896 นครศรีธรรมราช ของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งบรรทุกอิฐก่อสร้างมาเต็มคันรถได้ชนอัดเข้าที่ตัวรถเก๋งด้านคนขับจนยุบไปทั้งแถบ

ก่อนที่รถบรรทุกพ่วงจะไถลดันรถเก๋งไปกับพื้นถนนระยะทางกว่า 500 เมตร เหตุเกิดถนน 4 เลนสายนครศรีธรรมราช – ทุ่งสง บริเวณหน้าโรงเรียนวัดพิศาลนฤมิตร ห่างจากสี่แยกไฟแดงหน้า สภ.ร่อนพิบูลย์ ประมาณ 1 กม. ต.ร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเย็นวานนี้ (1 มี.ค.) โดยที่พระภิกษุ และคนในรถรวม 3 รูป/คน รวมทั้งคนขับรอดตายราวปาฏิหาริย์ โดยทั้งหมดไม่ได้รับอันตรายใด ๆ แม้แต่น้อย

พระอาจารย์อนนท์ เตชะธมฺโม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเขาพระทอง ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งนั่งมาในรถเก่งคันเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุคณะสงฆ์และคณะพุทธบริษัทวัดเขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ได้เดินทางมุ่งหน้าไปร่วมพิธีปล่อยริ้วขบวน “ มาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ ” จากสนามหน้าเมืองไปยังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยใช้รถตู้หลายคัน รวมทั้งรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ หมายเลขทะเบียน กท 7401 สงขลา

ซึ่งมีนายหีด เพ็งศรี อยู่บ้านเลขที่ 67 หมู่ที่ 6 ต.เขาย่า อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง เป็นขับ โดยมีอาตมาและญาติโยมอีก 1 คน นั่งมาด้วย เมือรถถึงสี่แยกไฟแดงและขับผ่านไฟแดง ปรากฏว่ามีรถบรรทุกพ่วงขับตามหลังมาอย่างกระชันชิด เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ นายหีด คนขับพยายามจะหักเลี้ยวเปลี่ยนจากเลนซ้ายเข้าเลยขวา ทำให้รถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ที่วิ่งในเลนขวาด้วยความเร็วสูงเบรกไม่ทันพุ่งชนเข้าบริเวณด้านขวาตรงที่นั่งคนขับจนยุบไปทั้งแถบ คาดว่าคนขับรถพ่วง 18 ล้ออาจจะไม่รู้ว่ารถพ่วงชนอัดกับรถเก๋ง

เนื่องจากรถเก๋งต่ำคนขับจึงมองไม่เห็น ยังคงขับดันรถเก๋งไถลไปกับพื้นถนนกว่า 500 เมตรอย่างน่าหวาดเสียว ท่ามกลางเสียงหวีดร้องอย่างตกใจของคนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งสองฝั่งถนน รวมทั้งรถที่ขับสวนทางในเลนฝั่งขาออก จนกระทั้งคนขับรถพ่วง 18 ล้อรู้ตัวว่ารถชนจึงจอดรถลงมาตรวจสอบ

พระอาจารย์อนนท์ เปิดเผยอีกว่า ไม่น่าเชื่อว่าอาตมาและคนในรถเก๋ง โดยเฉพาะนายหีด คนขับรอดตายเหลือเชื่อ โดยไม่มีใครได้รับอันตรายใด ๆ ปลอดภัยทุกคน อาตมาและคนในรถเก๋งเชื่อกันว่าเป็นเพราะบารมีของหลวงพ่อองค์ใหญ่วัดเขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ที่อาตมาและทุกคนในรถเก๋งพกพาติดตัวตลอด รวมทั้งนายหีด เจ้าของรถเก๋งยังแขวนหลวงพ่อองค์ใหญ่ไว้ที่กระจกมองหลังภายในรถเก๋งด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์และปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อองค์ใหญ่วัดเขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช แม้จะพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ แล้วแต่ความเชื่อความศรัทธาของแต่ละบุคคล แต่ชาวบ้านรวมทั้งผู้ประสบกับตัวเองจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นหลายเหตุการณ์และรอดตายราวปาฏิหาริย์นั้นล้วนแต่เป็นผู้มีที่ศรัทธาเลื่อมใส และบูชาวัตถุมงคลหลวงพ่อองค์ใหญ่ติดตัว มั่นใจและเชื่อบารมีหลวงพ่อองค์ใหญ่คุ้มครองให้ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวงได้

ขณะที่พระอารยนันต์ อานันโท เจ้าอาวาสวัดเขาพระทอง กล่าวว่า อาตมานั่งมาในรถตู้ ซึ่งขับนำหน้ารถเก๋งคันที่เกิดเหตุ หลังจากเกิดเหตุพระอาจารย์อนนท์ ได้โทรศัพท์แจ้งให้ทราบ อาตมาจึงให้คนขับรถตู้ยูเทิร์นกลับไปยังที่เกิดเหตุ ตอนแรกที่เห็นสภาพและลักษณะการชนก็ตกใจ เพราะคิดว่าคนในรถเก๋งน่าจะได้รับอันตรายไม่น้อย เมื่อทราบว่าคนในรถรอดตายและไม่ได้รับอันตรายใดๆ

จึงคิดว่าเป็นเพราะมารมีหลวงพ่อองค์ใหญ่ วัดเขาพระทอง ที่คนในรถพกพาติดตัวและแขวนหน้ารถคุ้มครองให้รอดตาย หลังเกิดเหตุได้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน สภ.ร่อนพิบูลย์ ในการทำแผนที่ในที่เกิดเหตุและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมยกรถเก๋งและรถคู่กรณีไปเก็บไว้ที่ สภ.ร่อนพิบูลย์ ชั่วคราว ส่วนอาตมาและทุกคนได้ขออนุญาตเดินทางต่อด้วยรถตู้ไปร่วมในขบวนแห่ผ้าขึ้นธาตุ ที่สนามหน้าเมือง ซึ่งแม้จะไปช้ากว่ากำหนด แต่ก็ยังทันได้ร่วมในขบวนท้าย ๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านและคอหวยที่ทราบข่าว รวมทั้งผู้ที่ขับรถผ่านไปมาลงมามุ่งดูเหตุการณ์ต่างนำเอาเลขป้ายทะเบียนรถยนต์ ทั้งของรถยนต์เก่ง กท 7401 สงขลา ของคณะพระวัดเขาพระทองและเลขป้ายทะเบียนรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ 70 – 3896 นครศรีธรรมราช คู่กรณี ไปเสี่ยงโชคแทงหวยงวดวันที่ 2 มี.ค. 61 กันอย่างคึกคักเช่นกัน