รวบแล้ว! พ่อค้านาฬิกาทะเลาะวิวาทกลุ่มทหาร ‘คอบร้าโกลด์’

เจ้าหน้าที่ตำรวบจับกุมพ่อค้านาฬิกาเร่พัทยาแล้ว หลังก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับกลุ่มทหารนอกเครื่องแบบอเมริกันที่เข้าร่วมฝึก ‘คอบร้าโกลด์ 2018’ เจ้าตัวเผยถูกปฏิเสธพร้อมขว้างสินค้าลงพื้นก่อน

จากกรณีที่เกิดเหตุการณ์กลุ่มพ่อค้านาฬิกาเร่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับกลุ่มชาวต่างชาติ ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นกลุ่มนายทหารสัญชาติอเมริกัน ที่เข้าร่วมการฝึกผสมคอบบร้าโกลด์ 2018 ซึ่งหลังมีการเผยแพร่ข่าวทั้งทางโลกโซเชียลและสื่อแขนงต่างๆ พบว่ามีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากจากประชาชน โดยร้องขอให้เจ้าหน้าที่ทำการกวดขันปราบปรามจับกุม เนื่องจากที่ผ่านมามีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งถือว่าสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาเป็นอย่างยิ่ง

ล่าสุดเวลา 19.00 น.วันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวพัทยา พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ แสงสี สารวัตรสืบสวน สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ต.สมบูรณ์ เอื้อสมานไมตรี สวป. ร่วมแถลงผลการกวาดล้างจับกุมกลุ่มผู้ประกอบการจำหน่ายนาฬิกาเร่จำนวน 6 ราย พร้อมของกลางเป็นนาฬิกาลอกเลียนแบบลิขสิทธิ์จำนวน 40 เรือน ตามความผิดในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 275 โดยกล่าวหาว่าเสนอจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมหรือเลียนแบบเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2,000 บาท ซึ่งจะได้นำส่งพนัก งานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้จากการสอบถาม นายอุทิศ สูทอก 45 ปี ให้การว่าสำหรับเหตุการณ์ที่ทะเลาะกับนายทหารอเมริกันนั้น ยอมรับว่าก่อนเกิดเหตุได้นำนาฬิกาเข้าไปเสนอขายจริง แต่ปรากฏว่านายทหารกลุ่มดังกล่าวกลับส่งกันไปมาและมีการต่อราคาสินค้าระหว่างกัน แต่ช่วงนั้นชาวต่างชาติกลุ่มนี้กลับเหวี่ยงนาฬิกาลงกับพื้นและใช้เท้าเหยียบซึ่งทำให้ทรัพย์สินเกิดความเสียหาย จึงได้แจ้งว่าให้นำสินค้ามาคืนโดยแจ้งว่ามีหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดของร้าน

ทางกลุ่มชาวต่างชาติกลุ่มนี้จึงส่งคืนนาฬิกาให้ จากนั้นจึงได้พยายามขอถ่าย ภาพตัวบุคคลไว้เป็นหลักฐาน แต่กลับถูกปัดและตบที่ศีรษะจึงได้ต่อสู้เพื่อป้องกันตัว ซึ่งขณะนั้นน้องชายที่อย่ด้วยกันได้เข้ามาช่วยเหลือจนเกิดการชุลมุนขึ้น แต่ต่อมาก็ถูกเจ้าหน้าที่นำตัวมาดำเนินคดี โดยเป็นกลุ่มตน 2 คน ซึ่งถูกเปรียบเทียบปรับข้อหาทะเลาะวิวาทรายละ 5,000 บาท ขณะที่กลุ่มชาวต่างชาติทั้ง 6 รายถูกปรับรายละ 1,000 บาทก่อนจะแยกย้ายกันไป และมีถูกจับกุมข้อหาขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ครั้งนี้

ขณะที่ พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ เปิดเผยว่ากรณีของการทะเลาะวิวาททางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการไปแล้ว เพราะเป็นคดีลหุโทษซึ่งมีโทษเปรียบเทียบปรับ แต่กรณีการจำหน่ายสินค้าและรบเร้านักท่องเที่ยวที่มีประชาชนร้องเรียนเป็นจำนวนมากนั้น ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ก็กวดขันจับกุมอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว

กรมอุตุฯ เผยไทยตอนบนฝนลดลง กทม.ฝนฟ้าคะนอง 20%

กรมอุตุนิยมวิทยา เผยไทยตอนบน มีฝนลดลงกับมีอุณหภูมิสูงขึ้น สำหรับบริเวณภาคใต้มีฝนบางพื้นที่ กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยตอนบน มีฝนลดลงกับมีอุณหภูมิสูงขึ้นและมีอากาศร้อน สำหรับบริเวณภาคใต้มีฝนบางพื้นที่

สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีเมฆบางส่วนกับมีอากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ระทึก! ถังใส่สารแอมโมเนียรั่วไหล ในโรงน้ำแข็ง เจ็บกว่า 40 ราย

ระทึก! ถังใส่สารแอมโมเนียล้ม รั่วไหลในโรงน้ำแข็ง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บาดเจ็บกว่า 40 ราย

วันที่ 28 ก.พ. เวลา 20.30 น. พ.ต.ท มาโนช ฤทธิพูนสว(สอบสวน) สภ. พระนครศรีอยุธยารับแจ้งเหตุมีแอมโมเนียรั่วไหลภายในโรงน้ำแข็งอยุธยา เลขที 31 ม.7 ต.บ้านป้อม อ. พระนครศรีอยุธยา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมประสานเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยามูลนิธิพุทไธสวรรย์ ให้ความช่วยเหลือ

ในที่เกิดเหตุพบเป็นโรงน้ำแข็ง พบผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นพนักงานโรงงานน้ำแข็งจำนวนกว่า 35 คนชาย 14 คน หญิง 16 คน เด็กเล็ก 5 คน ได้รับสารแอมโมเนียหายใจไม่ออก เจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์ช่วยกันลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา

จากการสอบถามนาย คงคา แก้วสระแสน 45 ปี ผู้ดูแลโรงน้ำแข็ง เล่าว่า สาเหตุเกิดจากเมื่อช่วงเย็นคาดว่า มีรถเก็บของเก่าเข้ามารับซื้อของแล้วไปชนเข้ากับถัง 200 ลิตรที่วางเรียงไว้ภายในบรรจุสารแอมโมเนีย ที่หมดแล้วเตรียมนำไปบรรจุใหม่ จนล้มไป 1 ถังทำให้สารแอมโมเนียเริ่มระเหยตั้งแต่ช่วงเย็นจนมาช่วงค่ำคนงานที่พักผ่อนอยู่ในบ้านพักคนงาน ได้รับสารแอมโมเนียสูดดมเข้าไป ทำให้เกิดอาการแน่นหน้าอกจำนวนกว่า 34 คน จึงรีบโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่มาทำการช่วยเหลือ

ด้านนายอภิชาติ สุขสมบูรณ์ นายก อบต.บ้านป้อม เดินทางมาตรวจสอบ และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ได้นำผ้าใบมาปกคลุมถัง 200 ที่ล้มลง เพื่อไม่ให้กินระเหย

ต่อมานายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายสมศักดิ์ เจริญไพฑูรย์ นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา นายธานินทร์ สีวราภรณ์สกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา เดินทางมาดูผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา เบื้องต้นผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่มีอาการแน่นหน้าอก แต่ส่วนใหญ่บาดเจ็บเล็กน้อย แพทย์รอตรวจดูอาการ และยังสั่งการให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องคนอพยพคน ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงออกจากจุดเกิดเหตุและสั่งการให้โรงงานดังกล่าวหยุดผลิต ชั่วคราวเพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง