กองสลากขอ 3 เดือนทำประชาพิจารณ์ ก่อนรู้ผลออกสลากรวมชุด

สำนักงานสลากฯ ขอประชาพิจารณ์ 3 เดือน ก่อนออกสลากรวมชุด

เมื่อเวลา 12.00 น.วันนี้ (28 มี.ค. 2561)  ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล อ.เมือง จ.นนทบุรี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ในฐานะโฆษกคณะกรรมการสลากฯ ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับการดำเนินการจัดทำสลากแบบรวมชุด ว่า

สำนักงานจะเปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็น หรือประชาพิจารณ์ ผ่านช่องทางเว็บไซต์ www.glo.or.th และส่งความเห็นผ่านตู้ปณ. เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอย่างทั่วถึง พร้อมด้วยผู้บริหาร จะเดินทางลงพื้นที่ เพื่อรับฟังความเห็นของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

เช่น ผู้ขาย ผู้ซื้อ เจ้าหน้าที่จังหวัด นักวิชาการ ภาคประชาสังคม ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศอีกด้วย โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน เป็นต้นไป และจะใช้เวลา 3 เดือนในการรับฟังความคิดเห็นผ่านช่องทางดังกล่าวข้างต้น เพื่อนำไปสู่การทำสลากชุดที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและความเหมาะสมกับสังคมไทยต่อไป

สำหรับมาตรการในการแก้ไขปัญหาสลากเกินราคานั้น โฆษกคณะกรรมกรสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัญหาสลากเกินราคานั้น เกิดจากปัจจัยแวดล้อมหลายประการ การแก้ไขปัญหาจึงต้องใช้มาตรการหลายอย่างประกอบกันในทุกมิติ รวมทั้งต้องมีความต่อเนื่องในการดำเนินการ

ในห้วงที่ผ่านมา จาก road map ระยะที่ 2 สำนักงานฯ ได้สร้างโอกาสในการเข้าถึงสลากอย่างเป็นธรรม ด้วยระบบซื้อ-จองล่วงหน้าสลากกินแบ่งรัฐบาล ผ่านระบบธุรกรรมของธนาคารกรุงไทยและจัดส่งสลากผ่านไปรษณีย์ ถึงผู้รับโดยตรง ในราคาต้นทุน ฉบับละ 70.40 บาท ตลอดจนการปรับปริมาณสลากในตลาดให้เข้าสู่สมดุล จาก 37 ล้านฉบับ เป็น 50 ล้านฉบับ

ในเดือนตุลาคม 2558 และ 80 ล้านฉบับ ในเดือนพฤศจิกายน 2560 ตามความต้องการของตลาด เพื่อสร้างสมดุลราคาในตลาดขายปลีกสำหรับผู้ซื้อ และสมดุลราคาที่ผู้ขายพอใจมากขึ้น จากนี้ไป จะเข้าสู่ road map ระยะที่ 3 จะมีการพัฒนาระบบซื้อ-จองล่วงหน้าฯ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

อีกทั้งจะมีการคัดกรองผู้ขายจริงให้อยู่ในระบบที่ชัดเจน และสามารถตรวจสอบได้โดยประชาชนรวมถึงภาคประชาสังคม ทั้งนี้ จะยังคงความเข้มข้นในการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับผู้กระทำผิดสัญญา เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเกินราคาอย่างเป็นระบบและกระจายโอกาสในการเข้าถึงการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลอย่างเป็นธรรมและเป็นระบบยิ่งขึ้น โฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวในที่สุด

รุมประณามนักดำน้ำ หลังลอบยิงปลาหมอ ในทะเลหมู่เกาะชุมพร

เจ้าหน้าที่เข้าแจ้งความดำเนินคดี 2 นักดำน้ำลักลอบยิงปลาหมอขนาดใหญ่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ด้านเจ้าของเรือโร่พบตำรวจแสดงความบริสุทธิ์ใจ

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร  ได้เดินทางไปยัง สภ.ปากน้ำชุมพร เพื่อแจ้งความให้ดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยว 2 รายมาดำเนินคดี พรบ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 16 (3)ห้ามมิให้บุคคลใด นำสัตว์ออกไปหรือทำด้วยประการใดๆให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ มาตรา 16 (15)

ห้ามมิให้บุคคลใด นำเครื่องสำหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์หรืออาวุธใดๆเข้าไป เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่และปฏิบัติตามเงื่อนไขซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้อนุญาตนั้นกำหนดไว้ ตามกฎหมายฐาน  หลังเขาก่อเหตุลอบยิงปลาหมอขนาดใหญ่ กว่า 5 ตัว บริเวณท่าแพ ซึ่งเป็นจุดดำน้ำดูปะการัง

โดย นางสิริยา แก่นแก้ว ผอ.ททท.ชุมพร เปิดเผยว่า “ทราบข่าวดังกล่าวด้วยความสลดใจ แต่คิดว่าคงไม่กระทบกับการท่องเที่ยวทางทะเลของ จ.ชุมพร แต่อย่างใด เนื่องจาก ททท.ชุมพรได้มีกิจกรรม ในการสร้างความเข้าใจกับ นทท.ที่มาทองเที่ยวชุมพร โดยเฉพาะการดำน้ำ ในมีความเข้าใจในธรรมชาติใต้ท้องทะเล รวมถึงกิจกรรมการเก็บขยะใต้ท้องทะเลอยู่สม่ำเสมอ รวมถึงการสร้างกลุ่มมวลชนเพื่อระวังการทำลายแหล่งท่องเที่ยว โดยทำงานร่วมกับอุทยานหมู่เกาะชุมพร

การยิงปลาของนักดำน้ำสกูบ้า ที่ ชุมพร ถือว่าเป็นการทำลายห่วงโซ่อาหารที่สำคัญ เนื่องจากแหล่งตกปลา ที่อยู่นอกเหนือเขตอุทยานฯในจ.ชุมพร มีอยู่มากมาย จึงอยากขอว่าในเขตอุทยานขอให้เป็นที่อยู่ของปลา และ สัตว์น้ำทะเล ได้เจริญเติบโตอย่างเต็มที่เพื่อท้องทะเล

ททท.ชุมพรได้สร้างเพจ ชื่อ “ตาสับปะรดสวี” ไว้ให้ นัก ททท.ที่พบเห็น สิ่งที่ไม่ดีทางด้านการท่องเที่ยวได้แจ้งให้ ททท.ชุมพรได้รับทราบ อย่างกรณีครูเทพ ที่โพส เรื่องการยิงปลา ก็ เป็นการทำงานร่วมกับ ททท.ชุมพร ด้วย

ทางด้าน นางสาว อรญา กะนะแสง อายุ 31 ปี ชาว กทม. อาชีพ พนักงานเอกชน นทท.ที่เดินทางมาเที่ยวชุมพร กล่าวว่า “รู้สึกเสียใจที่มีพฤติกรรมทำลายแหล่งทรัพยกากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง โดยเฉพาะนักดำน้ำที่ใส่ชุดสกูบ้ายิ่งไม่สมควรกระทำ ควรช่วยกันอนุรักษ์ มากกว่า สังคมควรประณาม การกระทำแบบนี้

ขณะที่ นางวิยะดา จันทร์เพ็ญ เจ้าของเรือโอ๊ตไดฟ์วิ่ง ที่ผู้ก่อเหตุเหมาไปดำน้ำยิงปลาเข้าพบตำรวจแล้ว โดยยอมรับว่าสามีเป็นเป็นผู้พานักท่องเที่ยวไปดำน้ำดูปะการังจริง แต่ไม่รู้ว่าไปส่วนไหนต้องรอให้สามีกลับมาจากการนำทีมนักวิจัย ไปเก็บข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากรสัตว์น้ำ และจะกลับเข้ามาอีก 2 วันถึงจะทราบความได้ ทั้งนี้ยืนยันว่า ตนเป็นเจ้าของเรือไม่รู้ไม่เห็นในการกระทำของนักท่องเที่ยวทั้งสองแต่อย่างใด

ในขณะที่ทาง ร.ต.ต.จิตวัตร กมลวิริยะวัฒน์ รอง สว.ทท.ชุมพร ได้เข้าร่วมสอบปากคำและตรวจสอบเอกสารต่างๆเกี่ยวกับเรือประกอบการท่องเที่ยว ตรวจสอบใบประกันภัยคุ้มครองนักท่องเที่ยว ว่าถูกต้องหรือไม่อย่างไร หากพบว่าไม่มีก็จะร่วมลงบันทึกฟ้องร้องเอาผิดกับผู้ประกอบการรายนี้ต่อไป

แอปฯ อูเบอร์พาไปทางลัด รถติดแหง็กคาบันไดห้าง

ผู้ให้บริการรถอูเบอร์หาทางลัดออกจากศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ ติดแหง็กอยู่ตรงบันได หลังขับตามเส้นทางที่แนะนำโดยแอปพลิเคชันอูเบอร์

เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศ เผยแพร่ภาพ พร้อมรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา รถยนต์โตโยต้า คัมรี่ สีขาว ติดอยู่ตรงขั้นบันไดด้านนอกซูเปอร์มาร์เกตเซฟต์เวย์ ในซานฟรานซิสโก ทำให้แอปพลิเคชัน ‘อูเบอร์’ต้องออกมากล่าวขอโทษต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

พร้อมกันนี้ ‘อูเบอร์’ เปิดเผยว่า ได้ทราบข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้แล้ว และอยู่ในระหว่างสืบสวน พร้อมยอมรับว่าคนขับใช้แอปพลิเคชันอูเบอร์ตอนที่เกิดเหตุจริง โดยทางบริษัทฯ ได้ติดต่อไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องในอุบัติเหตุครั้งนี้แล้ว เพื่อสอบถามความปลอดภัยของพวกเขา ซึ่งคนขับและผู้โดยสารอีก 2 คนที่อยู่ในรถตอนเกิดเหตุไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ทั้งนี้คนขับรถคันดังกล่าวได้โยนความผิดให้ซูเปอร์มาร์เกตเซฟต์เวย์แห่งนี้ พร้อมทั้งแนะนำว่าทางห้างฯ ปรับปรุงบางอย่างบริเวณลานจอดจอด เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก รวมถึงตัวเขาจะไม่ขับรถมาในพื้นที่แถวนี้อีก

อย่างไรก็ตามไม่นานหลังจากเกิดเหตุ ผู้เห็นเหตุการณ์บางส่วนได้โทรเรียกรถลากมาเคลื่อนย้ายรถคันดังกล่าว ซึ่งกว่าจะสามารถยกรถออกจากบันไดได้ต้องใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงครึ่งเลยทีเดียว โดยการเคลื่อนย้ายต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง

ที่มา www.brecorder.com