ศาลสั่งประหารชีวิต บังฟัต พวก 6 คน คดีฆ่ายกครัว ผู้ใหญ่วรยุทธ รวม 8 ศพ

ศาลจังหวัดกระบี่พิพากษาสั่งประหารชีวิต “บังฟัต” พวก 6 คนแก๊งฆ่ายกครัว “ผู้ใหญ่วรยุทธ” ขณะที่ผู้ต้องหาคนที่ 7 ถูกจำคุก 1 ปี 7 เดือนและผู้ต้องหาคนที่ 8 สั่งจำคุก 12 เดือน

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (28 มี.ค. 2561) ที่ศาลจังหวัดกระบี่ ได้มีการอ่านคำพิพากษา ในคดีที่ นายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์กุล หรือ บังฟัต อายุ 41 ปี 2.นายประจักษ์ บุญทอย (จักร์) อายุ 36 ปี 3.นายคมสรรค์ เวียงนนท์ (ม่อน) 4.นายอับดุลเลาะ ดอเลาะ (เลาะห์) อายุ 30 ปี 5.นายธวัฒชัย บุญคง (ชัย) อายุ 37 ปี

6.นายอรุณ ทองคำ (กี้ร์) อายุ 29 ปี 7.นายธนชัย จำนอง (โกบ) อายุ 41 ปี 41 ปี และ 8 นางสาวชลิตา สังข์โชติ อายุ 41 ปี ร่วมกันฆ่านายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ พร้อมครอบครัว และญาติๆ รวม 8 ศพ ภายในบ้านพักนายวรยุทธ เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา

โดยศาลได้พิจารณาจากพยานและหลักฐานแล้วจึงได้มีคำสั่งพิพากษาตัดสินให้ประหารชีวิตนายซูริก์ฟัต บ้านนพวงศ์สกุล หรือ บังฟัต พร้อมพวกรวม 6 คน โดยไม่รอลงอาญา ส่วนผู้ต้องหาคนที่ 7 ศาลพิพากาา จำคุก 1 ปี 7 เดือน ขณะที่ผู้ต้องหาคนที่ 8 ศาลสั่งจำคุก 12 เดือน

ทั้งนี้หลังจากที่ฟังคำพิพากษาแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่ก็ได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดเข้าเรือนจำทันที แต่ขณะกำลังออกจากศาลนั้น บังฟัต ไม่ได้มีทีท่าสลดแถมทำมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยูให้กับบรรดาญาติที่เฝ้าติดตามในคดีที่มาให้กำลังใจด้วย

รถยังผ่อนไม่หมด! ถูกมิจฉาชีพหลอกเช่ารถหรู นำไปจำนำเสียหายกว่า 7 ล้าน

ผู้เสียหายเจ้าของธุรกิจรถเช่าร้องทุกข์ต่อดีเอสไอ หลังมิจฉาชีพหลอกเช่ารถยนต์หรู 2 คัน ก่อนเชิดหนีนำไปจำนำ

วันที่ 28 มีนาคม 2561 เวลา 11.00 น.ผู้เสียหายเจ้าของธุรกิจรถเช่า เดินทางร้องทุกข์ต่อ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ หลังถูกหลอกเช่ารถหรูจำนวน 2 คัน แล้วนำไปจำนำกับนายทุน โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารอยู่เบื้องหลังเสียหายมูลค่ากว่า 7 ล้านกว่า โดยมี นายทัชชกร อรรณพเพ็ชร ผอ.ส่วนบริหารระบบงานคดีพิเศษ ดีเอสไอ เป็นผู้รับเรื่องแทน

นางพัชรินทร์ ยิ้มแย้ม อายุ 35 ปี ผู้เสียหาย ประกอบธุรกิจเปิดบริการเช่ารถยนต์แบบประเภทรายวันและรายเดือน  “ไอริณ ออโต้คาร์” อยู่ที่ อ.เมือง จ.สระบุรี เปิดเผยว่า การเช่ารถนั้นทาง น.ส.ศรัญญา เกษียรจังหรีด ผู้เช่า ได้มีการติดต่อพูดคุยกับเธอผ่านทางแอพพลิเคชั่น LINE ไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว

โดยผู้เช่าได้ให้เหตุผลว่า ต้องการเช่ารถเพื่อเดินทางไปดูงาน พร้อมอ้างด้วยว่า มีการทำงานเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ อีกทั้งผู้เช่ามีที่พักอาศัยเป็นหลักแหล่งในพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง มีฐานะร่ำรวย ทำให้เธอรู้สึกเชื่อมั่น ผู้เช่าติดต่อขอเช่ารถยนต์ 2 คัน คือ รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู รุ่นเอ็กซ์ 1 (BMW X1) สีขาว หมายเลขทะเบียน ฆย 5168 กรุงเทพมหานคร กับรถยนต์เมอร์เซเดส เบนซ์ คลาส 180 (BENZ-CLAS 180) สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 กษ 7788 กรุงเทพมหานคร

ตัวผู้เช่าได้ติดต่อเช่ารถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู คันแรกเมื่อเดือน กันยายน พ.ศ. 2560 ราคา 65,000 บาท มีการจ่ายเงินตามปกติ สัญญาเช่า 1 เดือน ต่อมาเมื่อครบกำหนดเดือนตุลาคม พ.ศ. 2560 ผู้เช่าติดต่อขอเช่ารถคันที่สอง เป็นรถยนต์เมอร์เซเดส เบนซ์ คลาส ราคา 95,000 บาท นำรถยนต์ไปส่งมอบให้ที่บ้านของ น.ส.ศรัญญา

หลังจากที่ผู้เช่าเช่ารถคันที่สองไป ได้ขอเช่ารถยนต์ต่ออีก 1 เดือน ในเดือน พ.ย. 2560 บ่ายเบี่ยงไม่นำรถมาคืน แต่โอนเงินค่าเช่ามาให้ ทางตนก็ได้แจ้งให้นำรถมาเช็คระยะ เนื่องจากผิดสังเกตเพราะจากสัญญาณจีพีเอส มีการขับขี่น้อย แต่เมื่อสอบถามไปตัวผู้เช่าก็อ้างว่าญาตินำรถไปใช้ พูดจาบ่ายเบี่ยง ตนหมดความอดทนจึงบอกให้ผู้เช่านำรถมาคืน สุดท้ายตัวผู้เช่ารายดังกล่าวบอกว่า นำรถไปจำนำแล้ว

ในวันที่ 14 พ.ย. 60 ได้พบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์ 1 สีขาว หมายเลขทะเบียน ฆย 5168 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ที่บริเวณข้าง สภ.บางบัวทอง และรถยนต์เมอร์เซเดส เบนซ์ คลาส 180 (BENZ-CLAS 180) สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 กษ 7788 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่หน้าบ้านของนายเม้ง ในพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.บางบัวทอง และกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) แต่คดคีไม่มีความคืบหน้า

พร้อมกันนี้ตัวผู้เสียหายยังระบุอีกว่า มีเจ้าของธุรกิจรถเช่า ซึ่งเป็นผู้เสียหายเช่นเดียวกับเธออีกหลายราย แต่ไม่มีใครกล้าที่จะออกมาร้องเรียน เพราะเกรงกลัว เพราะอาจจะมีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้อง ตนได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเรื่องที่เกิดขึ้น เนื่องจากรถทั้งสองคันเธอยังต้องผ่อนอยู่ ด้านนายทัชชกรเผยว่า เบื้องต้นรับเรื่องผู้เสียหายเอาไว้ตรวจสอบรายละเอียดหลักฐานก่อนนำเสนออธิบดีเอสไอพิจารณาตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

สำรวจแล้ว ! สกายวอล์กหมอชิตไม่ได้เอื้อคอนโด หลังชาวเน็ตแห่วิจารณ์ยับ

สำรวจแล้วสกายวอล์กบริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิตไม่ได้ทำจุดเชื่อมเข้าคอนโดเพื่อเอื้อผลประโยชน์

จากกรณีเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง เฮ้ย นี่มันฟุตบาทไทยแลนด์ ได้มีการโพสต์ภาพสกายวอล์กที่กำลังก่อสร้างบริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิต พร้อมระบุข้อความถึงความเหมาะสมของโคงการดังกล่าว พร้อมมองว่าเมืองกรุงฯในอนาคตควรเป็นเมืองสีเขียว มากกว่ากว่าการปิดทึบไปด้วยสกายวอล์ก หลังมีการเผยแพร่ไปบรรดาผู้ใชเฟซบุ๊กต่างเข้ามามาแดสงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวมีความคืบหน้าไปมากแล้ว และเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามในโลกออนไลน์ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องดังกล่าว โดยส่วนใหญ่มองว่าโครงการสกายวอล์กแห่งนี้ทำให้ทัศนียภาพดูแย่ลงไป เนื่องด้วยจากเดิมบริเวณเกาะกลางถนนจะมองเห็นต้นไม้ชัดเจน แต่หลังจากมีการก่อสร้างได้มีการตัดต้นไม้ อีกทั้งมีกระแสข่าวว่าสกายวอล์กดังกล่าวมีการทำจุดเชื่อมเข้าคอนโดแห่งหนึ่งในบริเวณดังกล่าวด้วย ทั้งนี้จากการลงพื้นที่สำรวจของทีมข่าว MThai วันนี้ ( 28 มี.ค. 61 ) ที่ บริเวณ(สกายวอล์ก) ถนนพหลโยธิน นั้นไม่ได้มีเชื่อมเข้าคอนโดตามที่ในโลกโซเชียลแต่อย่างใด

สำหรับโครงการก่อสร้างทางเดินยกระดับ (สกายวอล์ก) ตามแนวเกาะกลางถนนพหลโยธินระยะทางยาว 466 เมตร จากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิต ไปตามแนวเกาะกลางถนนพหลโยธินเกาะหลัก เชื่อมเข้ากับสะพานลอยคนเดินข้ามบริเวณทางเข้าสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสวนจตุจักรฝั่งขาเข้าเมือง และเชื่อมจากสะพานลอยคนข้ามในจุดเดียวกันกับฝั่งบริเวณขาออกเมืองไปตามแนวเกาะกลางถนนพหลโยธิน (เกาะรอง) และเลี้ยวข้ามถนนพหลโยธินฝั่งขาเข้าเมืองบริเวณปากซอยพหลโยธิน 18/1 พร้อมก่อสร้างบันไดขึ้นลงบริเวณทางเท้า 2 ตัวโดยอยู่บริเวณหน้าสวนจตุจักรฝั่งขาออกเมือง 1 ตัว และปากซอยพหลโยธิน 18/1 ฝั่งขาเข้า 1 ตัว