พ่อเลี้ยง ฉุน ทุบลูกเลี้ยงวัย 2 ขวบ ขาหักเหตุฉี่รดที่นอน

เกิดเหตุ พ่อเลี้ยง ฉุน ทุบลูกเลี้ยงวัย 2 ขวบ จนขาหักเหตุฉี่รดที่นอน ด้านตำรวจเร่งสอบปากคำแม่เด็กพร้อมรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดี

เพจเฟซบุ๊ก แหม่มโพธิ์ดำ โพสต์ภาพพร้อมข้อความอ้างว่า เกิดเหตุเด็กน้อยวัย 2 ขวบ ที่ถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายอย่างรุนแรงถึงขั้นขาหัก ต้องใส่เฝือกนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล โดยเหตุเกิดในพื้นที่ตำบลดงคอน อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท ขณะที่มีลูกเพจเข้ามาแสดงความคิดเห็นประณามพ่อเลี้ยงรายนี้กันอย่างรุนแรง ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากแม่เด็ก แต่ทางแม่เด็กปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเพราะยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จากการสอบถาม ร้อยตำรวจเอก โสธร สุขแก้ว พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธร (สภ.) สรรคบุรี เจ้าของคดี ทราบว่า เมื่อ 26 มีนาคม ที่ผ่านมา แม่ของเด็กแจ้งว่า นายสมเจตน์ บุญโต วัย 28 ปี สามีและเป็นพ่อเลี้ยงของเด็ก น่าจะทำร้ายลูกจนขาหัก ซึ่งผ่านมา ฝ่ายชายเป็นคนอารมณ์ร้อน แถมมักทำร้ายภรรยาและลูกเลี้ยงเป็นประจำ

ต่อมา ตำรวจได้ควบคุมตัวนายสมเจตน์ ซึ่งเจ้าตัวรับสารภาพว่า ตีลูกเลี้ยงจริง โดยตีที่ขา 2-3 ที เพราะโมโหที่ลูกเลี้ยงฉี่รดที่นอน แต่ไม่คิดว่าจะบาดเจ็บรุนแรงถึงขั้นขาหัก โดยหลังเกิดเหตุก็ไม่ได้หลบหนีอยู่รอให้ปากคำอยู่ในบ้านที่เกิดเหตุ จากนั้นพนักงานสอบสวนพร้อมเจ้าหน้าที่กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร เพื่อสอบปากคำแม่เด็กเพิ่มเติมและรับฟังการประเมินอาการบาดเจ็บของเด็กจากแพทย์เจ้าของไข้ ก่อนรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับพ่อเลี้ยงโหดรายนี้ต่อไป

ผู้กำกับ สน.พหลโยธิน แจงปมหักเบี้ยเลี้ยงตำรวจชั้นผู้น้อยจ่ายค่าแอร์

ผู้กำกับ สน.พหลโยธิน ชี้แจงกรณีตำรวจชั้นประทวนร้องเรียนสารวัตรหักเบี้ยเลี้ยงจ่ายค่าแอร์ ระบุเรื่องเกิดก่อนมารับตำแหน่ง ยืนยันให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย

กรณี จ่าสิบตำรวจเลอศักดิ์ นนท์ขุนทด ผู้บังคับหมู่งานสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน นำเอกสารร้องเรียนเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบพร้อมหลักฐาน แชทข้อความคำสั่งของสารวัตรสืบสวน สน.พหลโยธิน 2 นาย ที่สั่งการขอหักเงินเบี้ยเลี้ยงจากตำรวจชั้นผู้น้อย 11 นาย หัวละ 2-4 พัน เพื่อใช้จัดซื้อเครื่องปรับอากาศติดตั้งในห้องทำงาน มาร้องเรียนต่อ ป.ป.ท.

ล่าสุด พันตำรวจเอกอิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวล ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน เผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนหน้า ที่ตนเองจะเข้ามารับตำแหน่ง โดยขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเสียก่อน จากนั้นจะชี้แจงกับทางสื่อมวลชนอีกครั้ง ขณะที่ทาง ป.ป.ท.จะตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมส่งข้อมูลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ตรวจสอบคู่ขนาน ก่อนมีการพิจารณานำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ท.ต่อไป

ขณะที่มีรายงานข่าวแจ้งว่า หนึ่งในสารวัตรที่ถูกร้องเรียน มีพฤติกรรมเป็นที่เอือมระอาของชาวบ้านในละแวกนั้น เนื่องจากเคยมีเรื่องการกระทบกระทั่งกันและถูกสาววัตรคนดังกล่าวเรียกเงินค่าเสียหายเป็นเงินเกือบ 1 หมื่นบาท

ดำเนินคดี ‘เปรี้ยว’ ฆ่าหั่นศพพร้อมพวกละเมิดอำนาจศาล หลังมีแชทหลุด

ศาลแถลงดำเนินคดี ‘เปรี้ยว’ ฆ่าหั่นศพพร้อมพวก ละเมิดอำนาจศาล กรณีใช้โทรศัพท์ถ่ายภาพและส่งข้อความในขณะที่รอศาลขึ้นบันลังก์

จากกรณี น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว ผู้ต้องขังคดีฆ่าหั่นศพ น้องแอ๋ม กับ น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือ เบนซ์ ใช้โทรศัพท์ถ่ายภาพและสนทนากับเพื่อนชายในขณะที่รอศาลขึ้นบันลังก์ และถูกเผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียลจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมหรือไม่

ล่าสุด นายศราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม พร้อมด้วย นายสุริยัน หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ได้ชี้แจงผลการตรวจสอบกรณีนี้ ว่า เมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา นางสาวจิดารัตน์ หรือเบนซ์ ได้นำโทรศัพท์เข้ามาภายในห้องพิจารณาคดีเนื่องจากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว

และได้นำโทรศัพท์มาถ่ายภาพและส่งข้อความร่วมกับนางสาวเปรี้ยวและเอิร์น ก่อนที่ผู้พิพากษาจะขึ้นบันลังก์ จึงมีความผิดในข้อหาละเมิดอำนาจศาล มีมติให้ส่งหมายเรียก นางสาวเบนซ์ ให้มารายงานตัว และคาดว่าจะดำเนินคดีได้ในช่วงเดือน เม.ย.นี้ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ระบุว่า โทษจำคุกความผิดละเมิดอำนาจศาล คือ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 500 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ