รวบโจรแสบ! แต่งชุดตำรวจ ตระเวนลักทรัพย์ในโรงพยาบาล

รวบโจรแสบ! แต่งชุดตำรวจ ตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์ ในโรงพยาบาลหลายพื้นที่

พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบก.ภ.ปทุมธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิชาติ วรรณศักดิ์ รอง ผบก.ภ.ปทุมธานี พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผกก.สส.ภ.ปทุมธานี และชุดสืบสวน บก.สส.ภ.1 กก.สส.ภ.ปทุมธานี และสภ.สามโคก ร่วมแถลงข่าวจับกุมคนร้ายแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนลักทรัพย์ในโรงพยาบาลสามโคก

จากกรณีที่โลกออนไลน์ แพร่ภาพกล้องวงจรปิด ส่งมายังไลน์ต่างๆ เป็นภาพชายสวมชุดคล้ายตำรวจและหมวกกันน็อค ขี่จักรยานยนต์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เข้าไปลักทรัพย์ในโรงพยาบาล ขณะนี้ได้จับกุมตัวได้แล้ว ที่บริเวณย่านโรงงานโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ระวังการนำตัวไปค้นหาของกลาง ที่หอพักย่านอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เบื้องต้นยังไม่ได้ชุดตำรวจที่ก่อเหตุ แต่ได้นำของกลางส่วนหนึ่งที่คาดว่า ผู้ก่อเหตุได้โจรกรรมมาไว้ที่ สภ.สามโคก เพื่อตรวจสอบ

จากการสอบสวน ทำให้ทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุรายนี้ ชื่อนายพิทักษ์ และนายสถาพร ชุดจับกุมได้จับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองตามหมายจับจากศาลปทุมธานีและศาลจังหวัดธัญบุรีนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.สามโคกและสภ.คลอง 5 ดำเนินคดี จากการตรวจสอบประวัติคนร้ายปรากฏว่าเคยกระทำผิดมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งหลังก่อเหตุและได้เห็นจากภาพสื่อมวลชน ผู้ก่อเหตุจึงกลัวว่าจะถูกจับจึงได้เผาชุดตำรวจทิ้งเพื่อทำร้ายหลักฐาน

เด้งเข้ากรุ! 13 ตำรวจ เซ่นจับ ‘นาตารี อาบอบนวด’ โยงค้ามนุษย์

รองโฆษก ตร. ยันเด้ง 13 ตร. เข้าสำนักนายกฯ เพื่อเปิดทางสอบกรณีเกี่ยวโยงค้ามนุษย์ ‘นาตารี อาบอบนวด’ ยันหากหลักฐานชัดเจนว่าผิด ต้องดำเนินการทางวินัยถึงที่สุด

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. เปิดเผยกรณี ตำรวจ 13 นาย ที่มีคำสั่งให้ช่วยราชการสำนักนายกฯ เนื่องจากมีความเกี่ยวพันการค้ามนุษย์สถานบริการนาตารี อาบอบนวด กทม. และสถานบริการใน อ.ภูเรือ จ.เลย โดยทั้งหมดถูกดำเนินคดีใน ป.ป.ช.-ป.ป.ท. การให้พ้นจากตำแหน่งไปช่วยราชการที่สำนักนายกฯ เพื่อให้การดำเนินการทางวินัย เป็นไปด้วยความรวดเร็ว หากพบหลักฐานปรากฏชัดเจนว่ามีความผิดจริง ต้องดำเนินการทางวินัยให้ถึงที่สุด

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้กำชับมาโดยตลอด ว่าตำรวจห้ามเกี่ยวข้องกระทำผิดกฎหมาย โดยเรื่องค้ามนุษย์ ทั้งยังสั่งการให้ปราบปรามจริงจัง

สำหรับตำรวจทั้ง 13 นาย ประกอบด้วย

พ.ต.อ.นคร พักไพโรจน์ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.ภ.4

พ.ต.อ.พิศุทธิ์ ศุกระศร รอง ผบก.อก.ภ.7

พ.ต.ต.กิตติชัย โถวิเชียร สว.สส.สภ.นากลาง จว.หนองบัวลำภู

ร.ต.อ.หญิง จริยาภรณ์ พ่วงพี่ดี รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี

ด.ต.ยุทธพล อนันตวิเชียร (ในคำสั่ง ยศ ร.ต.ท. ) ผบ.หมู่ ฝ่าย ตม.ขาออก ด่าน ตม.ทอ.สุวรรณภูมิ บก.ตม.2 ร.ต.ท.สมปอง หีบแก้ว

รอง สว.กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.4

ร.ต.ท.สุรศักดิ์ ชาญขุนทด รอง สว.(สส.) กก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.3

ร.ต.ต.กัมปนาท สาเกทอง รอง สว.(ป.) ส.ทท. 2 กก.1 บก.ทท.1

ด.ต.วชัยรัตน์ มงคลเคหา ผบ.หมู่ ตม.จว.เลย บก.ตม.4

ด.ต.สมศักดิ์ หวังมีสุข ผบ.หมู่ กก.สส.2 บก.สส.บช.น.

ด.ต.อนันต์ สมศรี ผบ.หมู่ (ป.) สน.ฉลองกรุง

ด.ต.อภินันท์ แก้วผล ผบ.หมู่ ส.รฟ.นพวงศ์ กก.1 บก.รฟ.

จ.ส.ต.วโรดม วรพันธ์ ผบ.หมู่ งานสายตรวจ 3 กก.สายตรวจ บก.สปพ.

ศาลสั่งไต่สวน ‘เปรี้ยว ฆ่าหั่นศพ’ กับพวก ถ่ายภาพในห้องคดี

ศาลจังหวัดขอนแก่น สั่งไต่สวนคดี “เปรี้ยว” ฆ่าหั่นศพ กับพวก ละเมิดอำนาจ ถ่ายภาพในห้องพิจารณาคดี พบผู้เกี่ยวข้อง 3 คน – ออกหมายเรียก เมษายน

นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม พร้อมด้วย นายสุริยันต์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม แถลงความคืบหน้าคดีฆ่าหั่นศพในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ว่า หลังจากมีการเผยแพร่ภาพการสนทนาผ่านสื่อสังคม Social ของ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว พร้อมด้วย น.ส.กวิตา ราชดา หรือ เอิร์น และ น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือ เบนซ์ จำเลยในคดีฆ่าหั่นศพ ที่มีลักษณะการถ่ายภาพในห้องพิจารณาคดี ซึ่งจากการตรวจสอบ ภาพจากกล้องวงจรปิด ในห้องพิจารณาคดี พบว่า จำเลยที่ได้รับการประกันตัว ได้ใช้โทรศัพท์มือถือ มาถ่ายภาพในห้องพิจารณาคดีวันนัดสืบพยาน ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดภายในห้องพิจารณาคดีสามารถบันทึกภาพไว้ได้ในช่วงบ่ายของวันที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา

ส่วนรายละเอียดว่า เปรี้ยวได้นำโทรศัพท์ของเบนซ์ ไปแชท สนทนากับบุคคลภายนอกตามที่ปรากฏในสื่อโซเชียลหรือไม่ ในเรื่องนี้ต้องมีการไต่สวนข้อเท็จจริง เบื้องต้น พบผู้เกี่ยวข้องในการละเมิดอำนาจศาลครั้งนี้ 3 คน อธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 4 ได้สั่งให้ศาลจังหวัดขอนแก่น ตั้งสำนวนไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาล เพราะการกระทำดังกล่าว เข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล ซึ่งเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล โดยจะออกหมายเรียก จำเลยที่ได้รับการประกันตัว มาไต่สวน สอบข้อเท็จจริง ในช่วงเดือนเมษายนนี้ สำหรับอัตราโทษของการละเมิดอำนาจ มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 500 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ