บุพเพสันนิวาสฟีเวอร์! ดันยอดขายผ้าไหมสาวสุรินทร์ พุ่งกว่าครึ่งล้านต่อเดือน

ผู้คนฮิตแต่งกายตามรอยละครดัง บุพเพสันนิวาส ดันยอดขายผ้าไหมของสาวน้อยเมืองช้าง เดือนละกว่าครึ่งล้าน

ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์ รายงานว่าได้พบกับ น้องเมย์ หรือ นางสาวมนัฐกานต์ กงแก้ว อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48 บ้านประดู่ทอง หมู่ที่ 5 ตำบลลำดวน อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์ สาวน้อยเมืองสุรินทร์ผู้มีอาชีพเป็นแม่ค้าขายผ้าไหม และขายทางออนไลน์ ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นเพราะกระแสละครดัง บุพเพสันนิวาส เนื่องจากขณะนี้ ผู้คนกำลังนิยมตามรอยละครดัง แต่งกายแบบชุดไทยโบราณ ส่งผลให้มียอดขายสาวน้อยเมืองสุรินทร์คนนี้พุ่งกว่าครึ่งล้านต่อเดือน

น้องเมย์ เล่าว่า ลาออกจากงานประจำมาขายผ้าไหม โดยจะขายออกร้านในงานต่างๆ ที่ติดต่อมา และขายทางออนไลน์ ตนจะขายตั้งแต่ ผ้าไหมโบราณ ผ้าอันปรม ราคาเริ่มตั้งแต่ 1,500 – 25,000 บาท ส่วนในการออกงานแต่ละเดือนก็จะออกประมาณเดือน 1 – 4 ครั้ง และต้องเลือกงานด้วย ซึ่งบางงานก็จะขายไม่ค่อยได้ ส่วนงานที่มียอดขายสูงสุด จะเป็นงานของกลุ่มนุ่งซิ่นโดยเฉพาะ งานเดอะสตรีท บ้านซิ่นปันกันสวย ไปออกงาน 3 วัน ได้ยอดขาย 150,000 บาท เพราะเป็นการเจาะกลุ่มเป้าหมายเจ้าของร้านที่ผ้าไหมมีคุณภาพ เพราะคัดสินค้าเข้าไปขายในงาน

ซึ่งผ้าไหมยกทอสุรินทร์จะต่างจากที่อื่นเพราะ ผ้าจะมีลายที่เด่นชัด การมัด สี ลวดลาย และการออกแบบพัฒนามาเรื่อยๆ ตอนนี้ผ้าเราถูกเลียนแบบไปทางผ้าพิมพ์ จากเราขายผืนละ 1,900 -2,500 บาท ผ้าพิมพ์จะอยู่ที่ราคา 199 บาท ก็อาจจะเป็นทางเลือกหนึ่งของกลุ่มลูกค้าอีกระดับหนึ่ง จากกระแสละครดัง ออเจ้าที่กำลังฮิตติดปากคนทั่วไป และเป็นกระแสการแต่งกายชุดไทยแบบโบราณทำให้ยอดขายผ้าไหมยกเมืองสุรินทร์ของตนเป็นที่นิยมและมีการสั่งซื้อผ้าไหมยกเป็นอย่างมาก จากที่มียอดขายปกติเดือนละ 200,000 บาท ปัจจุบันมียอดว่ากว่า 500,000 บาทต่อเดือน

สนใจสั่งซื้อติดต่อได้ที่ นางสาวมนัฐกานต์ กงแก้ว (น้องเมย์) เบอร์โทรศัพท์ 0636245989 หรือ facebook : https://www.facebook.com/may.kongkaew

อัยการภาค 7 สั่งสอบคดี ‘เปรมชัย’ ล่าสัตว์เพิ่ม 2ประเด็น

อัยการภาค 7 เผย สั่งพนักงานสอบสวนคดี “เปรมชัย” กับพวกล่าสัตว์ป่า เพิ่มเป็นครั้งที่ 2 อีก 2ประเด็น คาดใช้เวลาไม่นาน

นายสมเจตน์ อำนวยสวัสดิ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 2 ภาค 7 หัวหน้าคณะทำงาน คดีล่าสัตว์ป่าฯ ของนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัทอิตาเลียนไทย และพวกรวม 4 คน เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า คณะทำงานพนักงานอัยการได้ประชุม โดยมีข้อสรุปว่า ให้พนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ สอบสวนเพิ่มเติม เป็นครั้งที่สอง เนื่องจากผลการสอบสวนเพิ่มเติมในครั้งแรกที่พนักงานสอบสวนได้ส่งมา ยังไม่ครบถ้วน

แฟ้มภาพ

ซึ่งมี 2 ประเด็น ที่ได้สั่งการไปสอบเพิ่มเติม เรื่องแรก เป็นประเด็นเดิม ที่เคยให้ไปสอบสวน แต่อาจมีการเข้าใจไม่ตรงกัน ทำให้ผลการสอบสวนที่ส่งมาไม่ตรงกับประเด็นที่อัยการได้สั่งไป ซึ่งครั้งนี้อัยการได้ชี้แนะวิธีการด้วยวาจาให้กับพนักงานสอบสวนทองผาภูมิไปแล้ว ส่วนอีกประเด็น เกี่ยวกับข้อกฏหมายบางอย่างที่ยังไม่ชัดเจน ขณะที่ประเด็นค่าเสียหายทางระบบนิเวศ ซึ่งเป็นคดีแพ่ง พนักงานสอบสวนได้ส่งผลการคำนวนค่าเสียหายมาให้แล้ว ซึ่งคณะทำงานอยู่ระหว่างพิจารณา ประเด็นนี้ยังไม่ได้สั่งให้สอบเพิ่มแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามคาดว่าประเด็นที่ได้สั่งไปสอบเพิ่มเติมครั้งที่ 2 นี้ จะใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 วัน เนื่องจากเป็นประเด็นที่ได้สั่งให้สอบไปแล้ว น่าจะใช้ระยะเวลาไม่นาน

ชายแต่งกายคล้ายพระ ย่องเงียบขโมยเงินบริจาควัดดัง

ชายแต่งกายคล้ายพระ ย่องเงียบขโมยเงินบริจาควัดดังเมืองขอนแก่น ตำรวจเร่งล่า

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังมีชายแต่งตัวคล้ายพระ เข้าทำการก่อเหตุลักทรัพย์ภายในวัด ที่วัดบ้านหนองตูม ต.หนองตูม อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยพบกับ พระสุนัยเมธ สาสนสิริ เลขาเจ้าคณะตำบลหนองตูม และเป็นพระลูกวัด ได้พาผู้สื่อข่าวดูจุดที่คนร้าย ห่มจีวร เลียนแบบพระสงฆ์ เข้าไปขโมยเงินในห้องพัก ภายในกุฏิพระครูสุนทร ศีรวงศ์ เจ้าอาวาสวัดหนองตูมและยังคงดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลหนองตูมด้วย

โดยจุดที่เกิดเหตุเป็นกุฎิตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของวัด นอกจากนี้พระลูกวัดยังคงพาผู้สื่อข่าวไปดูกุฏิสองชั้น ทางด้านทิศเหนือ ซึ่งเป็นอีกจุดที่คนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ในวันเดียวกัน ดูจากภาพวงจรปิด พบว่าเป็นบุคคลที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน และเชื่อว่าไม่ใช่พระสงฆ์ในพื้นที่ น่าจะเป็นโจรเป็นคนร้ายที่เลียนแบบพระ เพื่อมาก่อเหตุโดยเฉพาะ แต่น่าแปลกใจ คนร้ายไม่รื้อค้นข้าวของอย่างอื่น แต่คนร้ายมุ่งไปที่ย่ามพระอย่างเดียว และเอาเฉพาะเงินสด ทองคำรูปพรรณที่อยู่ในย่ามคนร้ายไม่เอาไป”

พ.ต.อ.พันกฤษณ์ วิชญชีวินทร์ ผกก.สภ.เมืองไหม กล่าวว่า คนร้ายได้เข้าไปขโมยเงินในย่ามของท่านเจ้าอาวาสได้เงินไปรวมกว่า 10,000 บาท และยังได้ขโมยเงินของพระสงฆ์อีก 3 รูปที่พักอยู่กุฏิสองชั้นไปอีกกว่า 20,000 บาท ซึ่งสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในวัดทั้งหมด 8 ตัว มีเพียงกล้องที่กุฏิเจ้าอาวาสบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้ ”

คนร้ายอายุประมาณ 25-30 ปี ซึ่งพระและชาวบ้านต่างก็ไม่เคยเห็นหน้าคนร้ายมาก่อน คาดว่าคนร้ายน่าจะวางแผนมาเป็นอย่างดี อาศัยช่วงวันทำบุญ แต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ เข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองไหม ได้แชร์ภาพคนร้าย ไปยังสภ.ต่างๆ แจ้งเบาะแสคนร้ายมาที่สภ.เมืองไหม 043-283559