เปิดคลิป! คนร้ายทำทีเป็นพลเมืองดี พาสาวเมากลับบ้าน ก่อนลากเข้าหวังข่มขืน

เปิดคลิป! นาทีคนร้ายทำทีเป็นพลเมืองดี อาสาพาสาวเมากลับบ้าน ก่อนลากเข้าป่าพยายามข่มขืน

จากกรณีที่ เจ้าหน้าที่ รปภ. ของนิคมอุตสาหกรรมนวนคร พบชายหญิงคู่หนึ่งกำลังฉุดกระชากกันอยู่บริเวณที่เปลี่ยวหลังห้าง แอ๊บบลูม นวนคร ถนน 24  หมู่ที่ 19 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงไปร้องเรียกเพื่อน รปภ. มาตรวจสอบเพราะคาดว่าน่าจะเป็นเหตุร้าย ก่อนจะพบหญิงวัยรุ่นคนหนึ่ง อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งในเขต อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกชายรูปร่างใหญ่อ้างตัวเป็นการ์ดของสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง อาสาจะขับรถจยย.ของเพื่อนผู้เสียหายไปส่งที่หอพักภายในซอยนครชัยมงคลวิลล่า ก่อนจะหายตัวไปและไปพบอยู่บริเวณป่ากระถิน โดยคนร้ายพยายามจะกระทำชำเราผู้เสียหายแต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่รปภ. มาพบเสียก่อน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเวลา เวลา 04.30 น. วันที่ 26 มี.ค. 61 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ ผกก.สภ.คลองหลวง ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ฐานพันธ์ เฉลิมพัชรพรกุล รอง ผกก.สส.สภ.คลองหลวง พ.ต.ต.สามารถ เปาจีน สว.สส.สภ.คลองหลวง พร้อมชุดสืบสวนเร่งหาเบาะแสของคนร้าย เบื้องต้นจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า สามารถจับภาพคนร้ายไว้ได้อย่างชัดเจนทั้งบริเวณหน้าสถานบันเทิงที่คนร้ายอาสาอุ้มผู้เสียหายขึ้นรถยนต์แท็กซี่และนั่งรถไปด้วยเพื่อกลับหอพักของเพื่อน รวมทั้งกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าหอพักเพื่อนผู้เสียหายที่บริเวณ ซ.นครชัยมงคลวิลล่า จุดที่นั่งคุยกันครู่ใหญ่บริเวณหน้าหอพักเพื่อนผู้เสียหายก่อนจะขับจยย.ออกไปโดยมีผู้เสียหายซ้อนท้าย เพื่ออาสาขับพาไปส่งที่หอพักที่ซอยนครชัยมงคลวิลล่า ซ.1 ก่อนจะขับรถหายไป ขณะเดียวกันพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์เพื่อขออำนาจศาลจังหวัดธัญบุรีออกหมายจับแล้วเพื่อจับกุมตัว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทราบว่า เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 1 ราย ภายในซอยโรงเรียนวัดคุณหญิงส้มจีน หมู่ที่ 14 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี  และกำลังนำตัวมาทำการสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.คลองหลวง ว่าใช่คนร้ายที่ก่อเหตุหรือไม่

ช่อง 5 จับมือ อพวช. จัดประกวดหนังสั้นวิทยาศาสตร์ ชิงรางวัลกว่า 1 ล้านบาท

ช่อง 5 จับมือองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ( อพวช. ) จัดประกวดหนังสั้นวิทยาศาสตร์ ชิงรางวัลกว่า 1 ล้านบาท

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ( อพวช. ) ร่วมกับ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ททบ.5) และบริษัท อาร์ทีเอ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดตัวรายการ “สนุก มหัศจรรย์ ที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ Amuse & Amaze Short Film Contest Season 2” จัดประกวดหนังสั้นวิทยาศาสตร์ โดยเปิดพื้นที่ให้แก่เยาวชนไทย นักเรียน นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่มีอายุไม่เกิน 25 ปีและมีใจรักการทำหนังสั้นแนววิทยาศาสตร์ ร่วมส่งผลงานการประกวดหนังสั้นทางวิทยาศาสตร์ในหลากหลายเรื่องราว ภายใต้แนวคิด “สนุก มหัศจรรย์ ที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์” ชิงเงินรางวัลกว่า 1 ล้านบาท หมดเขตรับสมัคร 31 มีนาคม นี้

ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กล่าวว่า ปัจจุบันการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์มีความสำคัญอย่างมากในการขับเคลื่อนประเทศ การผลิตหนังสั้นแนววิทยาศาสตร์ ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการสื่อสารเรื่องราววิทยาศาสตร์ไปสู่สังคมในวงกว้างได้เป็นอย่างดี โดยได้นำความรู้ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์มาบอกเล่าในรูปแบบของหนังสั้น ซึ่งให้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลิน เพื่อจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ และความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ให้กับคนในสังคม และนำไปสู่การพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ การจัดประกวดหนังสั้นวิทยาศาสตร์ สนุก มหัศจรรย์ ที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ Amuse & Amaze Short Film Contest Season 2 นี้ ภายใต้แนวคิด “สนุก มหัศจรรย์ ที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์”

พล.ท.กิตติเชษฐ์ ศรดิษฐพันธ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ททบ.5) กล่าวว่า การจัดประกวดหนังสั้นซีซั่นแรกในปีที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา กว่า 100 สถาบัน และผ่านการคัดเลือกผลงานหนังสั้นเพียง 40 เรื่องเท่านั้น จากนั้นได้นำผลงานทั้ง 40 เรื่อง มาเผยแพร่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ททบ.5) และทีวีดาวเทียม ช่อง TGN ไปยัง 177 ประเทศ ใน 6 ทวีปทั่วโลก และยังได้จัดกิจกรรมเชิญชวนผู้ชมหนังสั้นทั้ง 40 เรื่อง โหวตหนังสั้นที่ชื่นชอบ เพื่อชิงรางวัล “ป๊อปปูล่าโหวต” จากนั้นก็จะเริ่มดำเนินการจัดการประกวดหนังสั้นปีที่ 2 ในปีนี้ ซึ่งหวังว่าจะได้รับผลตอบรับที่ดีจากเยาวชน และประชาชนทั่วไปเป็นอย่างดีในการส่งผลงานเข้ามาประกวด”

พล.อ.กิจพันธ์ ธัญชวนิช กรรมการบริหาร บริษัท อาร์ทีเอ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า รางวัลสำหรับผู้ชนะการประกวด แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

1.ประเภทอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป อายุไม่เกิน 25 ปี รางวัลชนะเลิศ อันดับที่ 1 เงินรางวัล 100,000.- บาท พร้อมโล่ และประกาศนียบัตร , รางวัล ชนะเลิศ อันดับที่ 2 เงินรางวัล 70,000.-บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร และรางวัลชนะเลิศ อันดับที่ 3 เงินรางวัล 50,000.- บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร

2. ประเภทมัธยมศึกษา อายุ 14-17 ปี รางวัลชนะเลิศ อันดับที่ 1 เงินรางวัล 50,000.- บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร , รางวัล ชนะเลิศ อันดับที่ 2 เงินรางวัล 30,000.-บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร และรางวัลชนะเลิศ อันดับที่ 3 เงินรางวัล 20,000.- บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร

รางวัลพิเศษ โล่พร้อมประกาศนียบัตร และเงินรางวัลจำนวน 20,000.-บาท จำนวน 2 รางวัล แบ่งเป็นพล็อตเรื่องดีเด่นและ เทคนิคยอดเยี่ยม นอกจากนี้มีรางวัลพิเศษอีก 20,000.- บาท สำหรับการสุ่มรายชื่อจากผู้เข้าร่วมโหวต

รวมรางวัลมูลค่าร่วม 1 ล้านบาท โดยผู้สนใจสามารถส่งใบสมัครได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึง 31 มีนาคมนี้ ใบสมัครดาวน์โหลดจาก Facebook Fanpage : Amuse & Amaze Short Film Contest (Season 2 ) หมดเขตส่งผลงาน วันที่ 30 เมษายน 2561 พร้อมประกาศผลผู้เข้ารอบ 28 ทีม ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2561 และประกาศผลผู้ชนะเลิศ ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2561 นี้ โดยจะเริ่มออกอากาศเทปแรก ทาง ททบ.5 เสาร์ที่ 12 พฤษภาคม 2561 เวลา 10.45 -10.55 น.”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center : 096 7585009 Facebook Fanpage : Amuse & Amaze Short Film Contest ( Season 2 ) Line : amuseandamaze

รวบแล้ว! หนุ่มช่วยตัวเองต่อหน้า นศ. บนรถตู้ อ้างทำครั้งแรก

รวบแล้วหนุ่มโรคจิต ช่วยตัวเองต่อหน้านักศึกษา อ้างทำครั้งแรก

พ.ต.ท.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก. สภ.ธัญบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.ธัญบุรี ได้ร่วมกันจับกุม นายเอกนาริน อายุ 40 ปี อยู่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี สืบเนื่องเมื่อวันที่ 23 มี.ค. 61 ที่ผ่านมา หลังจากที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Noey panita เจอโรคจิตบนรถตู้สายคลอง 1-6 ราชมงคล นั่งช่วยตัวเองและมีการโพสต์คลิปเตือนภัยตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ด้าน พ.ต.ท.ภูมิเรศ อินทร์คง สารวัตรสอบสวน กล่าวว่า นายเอกนาริน ยอมรับสารภาพว่าเป็นบุคคลในคลิปจริง และได้กระทำการช่วยตนเองในรถตู้จริง พึ่งทำเป็นครั้งแรกและกำลังจะออกไปหางาน ซึ่งในเบื้องตนได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ใดกระทำการอันขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล โดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกายหรือกระทำการลามกอย่างอื่น ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท