กฎหมายจราจรใหม่ ปฎิเสธใบสั่งแล้วต่อสู้คดีได้ ชงตัดแต้มแบบต่างประเทศ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชงแก้ กฎหมายจราจรใหม่ ตัดแต้มความประพฤติแบบต่างประเทศ  ขณะที่ ใบสั่งรุ่นใหม่ปฎิเสธแล้วต่อสู้คดีได้

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ ว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เสนอแก้กฎหมายการใช้รถใช้ถนนให้คณะกรรมการพิจารณา โดยหากมีผู้กระทำความผิดให้มีการตัดคะแนนความประพฤติแบบต่างประเทศ เมื่อคะแนนถูกหักจนหมดก็จะถูกยึดใบขับขี่ แต่หากกระทำผิดซ้ำอีกอาจถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ ซึ่งคณะกรรมการเห็นชอบกับกฎหมายดังกล่าว

ด้าน พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3 เปิดเผยว่า สำหรับหลักเกณฑ์ที่วางไว้แล้ว 80% คือ ผู้มีใบอนุญาตขับขี่จะมีคะแนนทั้งหมด 12 คะแนน การตัดคะแนนจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ 1.การกระทำผิดต่อตนเองแต่ไม่กระทบต่อสาธารณะ เช่น การไม่คาดเข็มขัดนิรภัย การไม่สวมหมวกกันน็อก จะโดนตัด 1 คะแนน 2.ความผิดปานกลาง คือทำให้สาธารณะได้รับผลกระทบ เช่น การฝ่าไฟแดง การขับรถย้อนศร จะตัด 2 คะแนน และ 3.ความผิดรุนแรงที่เป็นอันตรายต่อสังคม เช่น เมาแล้วขับ เสพยาเสพติดแล้วขับรถ หรือ การชนแล้วหนี จะถูกตัดคะแนนเพิ่มขึ้น

ขณะที่ สำหรับผู้ที่ได้รับใบสั่งรุ่นใหม่สามารถปฏิเสธใบสั่งแล้วต่อสู้คดีได้ แต่ถ้าได้รับใบสั่งแล้วไม่ชำระค่าปรับจะถูกปรับเป็น 2 เท่า ทั้งนี้กฎหมายใหม่จะไม่มีการยึดใบอนุญาตขับขี่ แต่ความผิดจะถูกบันทึกในระบบคอมพิวเตอร์แทน

โฆษกศาล เเจง ไม่มีฎีกาอ้าง สามีฟ้องหย่าภรรยาเพราะอวัยวะเพศเหม็น

โฆษกศาลเเจง ไม่มีฎีกาอ้าง สามีฟ้องหย่าภรรยาเพราะอวัยวะเพศเหม็น เตือนประชาชนระมัดระวังการเเชร์ข้อมูลเสี่ยงโดน พ.ร.บ.คอมพ์

นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่สื่อมวลชนเเละโลกออนไลน์มีการนำเสนอข่าว เกี่ยวกับคำพิพากษาคดีที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาว่าผู้หญิงมีอวัยวะเพศเหม็นเป็นเหตุให้สามีฟ้องหย่า โดยมีการยกอ้างฎีกาที่ 488/2557 เเละอ้างว่าศาลฎีกาได้พิพากษายกฟ้องโดยให้เหตุผลว่า ข้อหาอวัยวะเพศหญิงเหม็นไม่ใช่เหตุข้ออ้างที่จะฟ้องหย่าได้ เนื่องจากอวัยวะเพศมีไว้สืบพันธ์ไม่ได้มีไว้เพื่อดม

จากการตรวจสอบพบว่าคำพิพากษาฎีกาเลขที่ 488/2557 เป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ไม่ใช่ความผิดในเรื่องการฟ้องหย่าดังกล่าว และยังไม่เคยพบว่ามีคดีลักษณะเนื้อหาเเบบนี้มาก่อน

ทั้งนี้นายสุริยัณห์ ยังกล่าวต่อว่า การเผยเเพร่หรือเเชร์เรื่องราวนี้ออกไปจนเป็นวงกว้างอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ว่าเรื่องดังกล่าวมีคำพิพากษาศาลฎีกาเช่นนั้นจริง จึงฝากเตือนพี่น้องประชาชนระมัดระวังในการนำข้อมูลที่เป็นเท็จ เเละการเเชร์ข้อมูลที่เป็นเท็จ อาจเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ได้

สลด! รถไฟทับร่างชายวัย 60 ดับคาที่ บริเวณสถานีบางซื่อ

สลด! เกิดอุบัติเหตุรถไฟทับร่างชายวัย 60 ปี เสียชีวิตคาที่ บริเวณสถานีบางซื่อ ตำรวจเร่งตรวจสอบหาสาเหตุ

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถไฟชนคนเสียชีวิตบริเวณสถานีรถไฟบางซื่อ ซึ่ง พ.ต.ต.จอมประสาน นาคภู่ สว.ส.รฟ สน.นพวงศ์ เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยยืนยันว่า เป็นรถไฟขบวน 140 อุบลราชธานี – กรุงเทพมหานคร จุดเกิดเหตุบริเวณ สถานีรถไฟบางซื่อ 2 โดยรถได้ทับร่างชายวัย 60 ปี เสียชีวิตคาที่

จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบเอกสารติดตัว แต่มีโทรศัพท์มือถือที่ยังใช้งานได้ ซึ่งมีลูกสาวได้ติดต่อเข้ามา เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งให้ทราบแล้ว อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดว่าเป็นการพลัดตกมาจากรถไฟ หรือเดินอยู่บริเวณดังกล่าว เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ส่วนศพต้องรอร้อยเวรและแพทย์ชันสูตรก่อน