วัยรุ่นนับสิบ! บุกทวงค่าเช่าหอถึงบ้าน เคลียร์ไม่ลงตัวลงมือกระทืบปู่วัย 70 เจ็บหนัก

วัยรุ่นนับสิบบุกกระทืบพ่อกับปู่อ่วม ปู่วัย 70 บาดเจ็บหนัก ปมผู้ก่อเหตุตามทวงหนี้ค่าเช่าหอพักหลานชายจำนวน 2,400 บาท แต่ไม่เจอตัว

นายอนัญวิชญ์ บัวชุมโชติพงษ์ อายุ 44 ปี และ นายประชัญ บัวชุม อายุ 70 ปี 2 พ่อลูกในหมู่บ้านลวงเหนือ หมู่ 5 ต.ลวงเหนือ อ.ดอยสะเก็ด พาร่างกายบอบช้ำ เข้าให้ปากคำกับตำรวจ สภ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ หลังถูกกลุ่มวัยรุ่นนับสิบคนบุกเข้าไปรุมทำร้ายถึงในบ้าน เมื่อคืนวันที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา จนทำให้ทั้งสองได้รับบาดเจ็บทั่วร่างกาย โดยเฉพาะนายประชัน ผู้เป็นพ่อถูกตีด้วยของแข็งบริเวณศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์ แพทย์ต้องเย็บถึง 8 เข็ม

เพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เมื่อเวลา 21.30น คืนวันที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา ขณะที่นายอนัญวิชญ์ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 128 และ นายประชัญ บิดา ที่เป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 144 ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน กำลังพักผ่อนอยู่ภายในบ้านของตัวเอง ได้มีกลุ่มวัยรุ่นเข้ามาสอบถามนายอนัญวิชญ์ว่า ลูกชายของนายอนัญวิชญ์ (นายบอม อายุ 26 ปี) อยู่หรือไม่ โดยจะมาถามสอบถามเรื่องค่าเช่าหอพักที่ค้างอยู่ 2 เดือน เป็นจำนวนเงิน 2,400 บาท ซึ่งนายอนัญวิชญ์ได้บอกว่าลูกชายของตน ไม่ได้อยู่ที่นี่และช่วงนี้ไม่พบเห็นลูกชายเลย

จากนั้น นางสาวแพรวาที่มากับพวก ได้ต่อว่า ว่าเป็นพ่อภาษาอะไรไม่รู้เลยเหรอว่าลูกชายไปไหนและได้มีการถกเถียงกันรุนแรง หลังจากนั้นกลุ่มของนางสาวแพรวาได้ลงมือทำร้ายร่างกายนายอนัญวิชญ์จนได้รับบาดเจ็บ บริเวณใบหน้า ศีรษะและตามร่างกาย ขณะที่นายประชัญ อายุ 70 ปี ซึ่งเป็นบิดาของนายอนัญวิชญ์ ได้ยินเสียงดังเอะอะโวยวาย จึงออกมาห้ามปราม และขอร้องให้พูดคุยกันดี ๆ แต่กลุ่มวัยรุ่นไม่ฟังเสียง หนึ่งในนั้นได้โทรศัพท์เรียกพรรคพวกมาสมทบอีก ก่อนจะกรูกันเข้ารุมทำร้ายนายประชัญ ซึ่งเป็นผู้สูงอายุและนายอนัญวิชญ์ จนได้รับบาดเจ็บตามร่างกายหลายแห่งและถูกตีที่ศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์ทั้งคู่ ก่อนจะหลบหนีไป

หลังเกิดเหตุ นายอนัญวิชญ์ ได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ สภ.ดอยสะเก็ด ให้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุและแจ้งความให้ติดตามกลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดมาดำเนินคดี ให้ถึงที่สุด ล่าสุดตำรวจทราบแล้วว่าเป็นกลุ่มวัยรุ่นจากหมู่บ้านดงเจริญชัย ต.หนองแหย่ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ และกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการของเจ้าหน้าที่

เกิดเหตุไฟไหม้โรงงาน รถดับเพลิงกว่า 20 คัน ไม่สามารถระงับไว้ได้

เกิดเหตุไฟไหม้โรงงาน ในอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี รถดับเพลิงกว่า 20 คัน ไม่สามารถระงับไว้ได้ เบื้องต้นคาดว่าค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 10ล้าน ส่วนสาเหตุ อยู่ระหว่างสอบสวน

เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีภูธรพนัสนิคม พร้อมด้วยรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลหมอนนาง และรถดับเพลิงใกล้เคียงกว่า 20 คัน ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุภายในห้างหุ้นส่วนจำกัด หมอนนุ่มเพราะเนื้อนิ่ม เลขที่49/6 หมู่ที่ 10ตำบลหมอนนาง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี หลังจากได้รับแจ้งว่าเกิดเพลิงไหม้ โดยไปถึงได้พบเป็นโรงงานที่ผลิตที่นอน และหมอน ส่งออก

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ระดมฉีดน้ำใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง แต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เนื่องจากเป็นใยสงเคราะห์ เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้โรงงานดังกล่าววอดทั้งหมด และหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงคงต้องรอฉีดหล่อเลี้ยง หวั่นเกรงจะลุกลามไปยังบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่พบใครมาแสดงตัวเป็นเจ้าของบริษัท อีกทั้งในระหว่างเกิดเหตุ ไม่มีพนักงานทำงาน จึงทำให้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ซึ่งเบื้องต้นความเสียหายคาดว่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ส่วนสาเหตุยังไม่มีการระบุแน่ชัด คงต้องรอการพิสูจน์หลักฐาน ด้านชาวบ้านบริเวณใกล้เคียง เผยว่า โรงงานแห่งนี้ เคยเกิดเหตุเพลิงไหม้มาแล้ว เมื่อ 2 ปี ก่อน จึงอยากให้มีการป้องกันให้มากกว่า เพราะกลัวว่า ถ้ารถดับเพลิง มาไม่ทัน ก็อาจจะไหม้ไปถึงหมู่บ้านและชุมชนได้

เซลล์สาว ขับเก๋งชนกับกระบะอย่างแรง เจ็บสาหัส 3 ราย

เซลล์สาวขายโทรศัพท์มือถือ ขับเก๋งชนกับกระบะอย่างแรง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวน 3 ราย กู้ภัยนำออกจากซากรถเร่งส่งโรงพยาบาล

วันที่ 20 เมษายน 2561 เวลา 21.00 น ศูนย์แพทย์นเรนธรได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถเก๋งชนกับรถยนต์กระบะมีผู้บาดเจ็บหลายคน มีผู้โดยสารติดอยู่ในรถด้วย จึงประสานลูกข่ายเจ้าหน้าที่กู้ภัยในแต่ละพื้นที่ ไปยังที่เกิดเหตุเพื่อไปให้การช่วยชีวิตผู้ที่ประสบอุบัติเหตุ ที่ถนนสายตรัง-ปะเหลียน ตรงบ้านคลองลำเลียง ต.ทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัย พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงตรัง ร้อยเวรสอบสวน สภ.ย่านตาขาว เดินทางถึงที่เกิดเหตุ

พบรถรถเก๋งสีขาว ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน กธ 94 ตรัง จอดอยู่กลางถนน สภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน คนขับเป็นผู้หญิงทราบชื่อ นางสาวสุคนธรส สันพินิจ อายุ 27 ปี อยู่หมู่ที่ 8 ต.บ้านนา อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ได้รับบาดเจ็บ ส่วนที่นั่งด้านซ้ายหน้าเป็นชายยังไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 30-32 ปี ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะและขาติดอยู่ในซากรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัย ย่านตาขาว ได้นำเครื่องตัดถ่างมาดำเนินการตัดประตูรถออกมาได้ ก่อนที่จะนำร่างของชายคนดังกล่าวออกมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยยืนยันว่าขาหัก จึงรีบนำตัวขึ้นรถพยาบาลและนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ตรัง เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีสามารถนำร่างคนเจ็บออกมาได้

ส่วนรถยนต์กระบะอีซูซุ 4 ประตู ป้ายทะเบียน กค 6933 พัทลุง มีนายชัย หยงสตาร์ อายุ 43 ปี เป็นคนขับ โดมีนางนภาวรรณ ชัยจินดา อายุ 39 ปี ภรรยานั่งมาด้วย ภรรยาได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ตรัง

จากการสอบถามนายชัย หยงสตาร์ คนขับเล่าว่า ขับรถมาจากตลาดทับเที่ยงเพื่อกลับบ้านที่ หยงสตาร์ อ.ปะเหลียน เมื่อวิ่งมาถึงที่เกิดเหตุ รถเก๋งสีข่าวขับมาจาก อ.ย่านตาขาว มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองตรัง ทันใดนั้นรถเก๋งสีขาวก็ขับเข้ามาเลนของตน เพราะจุดดังกล่าวเป็นทางแยกและจุดกลับรถ เกิดชนกันอย่างแรง ให้รถเก๋งได้รับความเสียหายจอดบนถนน ส่วนรถยนต์ของตนนั้นตกไปในไหล่ถนน ตนเองแน่นหน้าอกเล็กน้อย ไม่แน่ใจว่าคนขับรถเก๋ง หลับในแล้วมากินเลนของตน เพราะหากจะกลับรถจะต้องชะลอความเร็วแต่เหตุการณ์ ในครั้ง รถเก๋งพุ่งข้ามเลนมาชนตนเองเต็มๆ ไม่แน่ใจว่าขับรถหลงเลนหรือเปล่า