กรมราชทัณฑ์ สั่งสอบ ปมสาวร้องแฟนหนุ่มโดนซ่อมดับในเรือนจำ

กรมราชทัณฑ์ สั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ปมสาวร้องแฟนหนุ่มโดนซ่อมดับในเรือนจำสมุทรปราการ

จากกรณีที่มีสมาชิกเฟซบุ๊กเป็นหญิงสาวรายหนึ่งได้ร้องเรียนว่าแฟนหนุ่มซึ่งกำลังจะพ้นโทษ ได้เสียชีวิตในเรือนจำและไม่ทราบสาเหตุ แต่พบรอยเขียวช้ำคล้ายถูกทำร้ายร่างกาย เบื้องต้นสอบถามจากผู้คุมที่พาแฟนมาร.พ. บอกว่าโดนซ่อม ซึ่งโดนทั้งหมด 18 คน แต่เสียชีวิตคนเดียว และบอกต่อว่าการซ่อมคือการฝึกวินัย มีลุกนั่ง กลิ้งไปกับพื้น สาวคนดังกล่าวบอกต่อว่า บาดแผลตามร่างกายที่พบ มันไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เจ้าหน้าที่พูด คำถามคือ ผู้คุมในเรือนจำมีสิทธิ ทำแบบนี้กับกับผู้ต้องขังได้หรอ?

ล่าสุด พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เบื้องต้นได้รับรายงานจากผู้บัญชาการเรือนจำกลางสมุทรปราการแล้วว่า ผู้ต้องขังที่เสียชีวิตรายดังกล่าวเข้าไปเกี่ยวข้องกับการรับยาเสพติดเข้ามาภายในเรือนจำ โดยพบว่ามีการส่งจดหมายมาให้กับผู้ต้องขังรายดังกล่าว ทางเรือนจำจึงได้เรียกตัวมาสอบสวน จากนั้น ก็ได้มีการลงโทษทางวินัย แต่ก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าทางเรือนจำมีการกระทำที่เกินกว่าเหตุจนทำให้ผู้ต้องขังรายนี้เสียชีวิตหรือไม่

ทั้งนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงอาจจะต้องมีการพิจารณาด้วยว่าต้องสั่งย้ายหรือไม่ ซึ่งการลงโทษวินัยผู้ต้องขังมีให้ทำได้หลายรูปแบบที่ไม่กระทบกระทั่ง หรือถึงเนื้อถึงตัวผู้ต้องขัง เช่น การงดให้เยี่ยมญาติ และการให้ออกกำลังกาย เป็นต้น หรือหากพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย ก็ให้ดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

พายุดพัดถล่มอยุธยา เสาไฟฟ้าล้มกว่า 30 ต้น – ต้นไม้ล้มทับรถเสียหาย

พายุดพัดถล่มอยุธยา เสาไฟฟ้าล้มกว่า 30 ต้น – ต้นไม้ล้มทับรถเสียหาย ด้านการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดเร่งแก้ไขระบบไฟฟ้าและจ่ายไฟให้กับบ้านเรือนภายในค่ำนี้

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 20 เม.ย. ผู้สื่อข่าวเกิดพายุโซนร้อนพัดถล่มในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ส่งผลทำให้ต้นไม้ขนาดใหญ่ร่องกลางถนนสายเอเซียล้มทับรถยนต์เบนซ์ สีบอรนหมายเลขทะเบียน 7กข- 356 กทม สภาพกระจกหน้าแตก หลังคาพังยับ และรถยนต์กระบะ นิสสัน สีดำ หมายเลขทะเบียน ถง- 5087 กทม. สภาพกระจกหน้าแตก ที่วิ่งอยู่บนถนนสายเอเซียขาขึ้นช่วงหลักกิโลเมตรที่ 25 ต.บ้านเกาะ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ขับขี่ไม่ได้รับบาดเจ็บ

นายประพัฒน์ สุนันตา อายุ 22 ปี คนขับรถยนต์ กล่าวว่า เดินทางมาจากกรุงเทพเพื่อกลับบ้านพักที่ จ.นครสวรรค์ เมื่อมาถึง จ.พระนครศรีอยุธยา มีฝนตกและลมกรรโชกแรงเห็นต้นไม้โยกไปมากำลังจะล้มจึงรีบขับเพื่อให้ผ่านแต่ไม่ทันต้นไม้ล้มทับที่รถ โชคดีที่ขับผ่านมาไม่ถูกทับคาไว้จึงไม่ได้รับบาดเจ็บมาก

นอกจากนี้ยังพบว่าในช่องทางคู่ขนานขาเข้ากรุงเทพ เสาไฟฟ้าแรงสูงถูกลมพายุพัดจนทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูง และเสาไฟฟ้าแรงต่ำล้ม 30 ต้น ล้มระเนระนาดกีดขวางบนถนน ส่งผลทำให้กระแสไฟฟ้า ในพื้นที่อ.พระนครศรีอยุธยา อ.นครหลวง ดับ เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเร่งสำรวจความเสียหาย ดำเนินการซ่อมแซมจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราว เนื่องจากมีโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช และบ้านเรือนจำนวนมาก

ต้นไม้ล้มขวางถนนและเสาไฟฟ้าล้มจำนวนหลายต้นส่งผลทำให้การจราจรติดขัดทั้งในเส้นทางขาขึ้นและขาเข้ากรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรย์ต้องเร่งตัดต้นไม้ และเคลื่อนย้ายออก

ด้าน นาย กัมพล ดำเนินศิลป์ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จากการสำรวจของทีมเจ้าหน้าที่ พบว่าเสาระบบ 115 เควี ล้ม14 ต้นและเสาระบบ22 เควี 21 ต้น รวมทั้งหมด 35 ต้น คงเหลือผู้ใช้ไฟระบบ 22 เควี ไฟยังดับอยู่บางส่วน อยู่ระหว่างตรวจสอบจำนวนหม้อแปลงที่ได้รับผลกระทบไฟยังดับอยู่บางส่วน และจะเร่งแก้ไขระบบไฟฟ้าและจ่ายไฟให้กับบ้านเรือนประชาชนให้เสร็จภายในค่ำนี้ ส่วนสาเหตุเบื้องต้นเกิดจากมีลมพายุหมุนและเกิดฝนตกอย่างแรงจนทำให้เสาไฟฟ้าล้มและค่าเสียหายยังอยู่ระหว่างประเมิณ

เด้งแล้ว ผกก. 4 จังหวัด เซ่น 7 วันอันตรายสงกรานต์

ผบ.ตร. มีคำสั่งย้ายแล้ว ผู้กำกับการ 4 จังหวัด เซ่น 7 วันอันตรายสงกรานต์ ชี้ เป็นเพราะอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า ทั้งที่ย้ำและกำชับ

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (20 เม.ย. 2561 ) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีหนังสือสั่งย้าย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด 4 นายแล้ว ให้มาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.)  ประกอบด้วย

1.พล.ต.ต.ทิวา บุญดำเนิน ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ,
2.พล.ต.ต.สัณฆ์ โพธิ์รักษา ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์,
3.พล.ต.ต.ถวาย บูรณรักษ์ ผบก.ภ.จว.อำนาจเจริญ
และ 4 พล.ต.ต.ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี

โดยสาเหตุที่มีคำสั่งย้ายดังกล่าว พล.ต.อ.จักรทิพย์ เผยว่า เป็นผลมาจากการปฏิบัติงานที่หย่อนยาน ละเลย ในการป้องกันแก้ไขปัญการจราจรช่วงเทศกรานต์สงกรานต์ที่ผ่านมา เพราะเมื่อตรวจสอบดู ก้พบว่ามีอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าตัว เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 กับปี 2561

ทั้งนี้คำสั่งดังกล่าวไม่ต้องตกใจ เพราะการช่วยราชการเป็นเรื่องปกติ เรามองจากภาพรวม การสั่งให้มารายงานตัวแล้ว แต่เมื่อช่วงเช้าจนมีประชุมจึงยังไม่ได้พบกัน ทั้งนี้ การพิจารณาดูที่บก.ภ.จว.เป็นหลัก ในส่วนของตำรวจทางหลวงนั้นทำงานดีอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม คำสั่งให้ช่วยราชการ ศปก.ตร. ไม่มีกำหนด