รื้อถอน! ทำลายต้นยางพารา บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ กว่า 29 ไร่

สนธิกำลังดำเนินการรื้อถอนทำลาย ต้นยางพารา ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ บริเวณป่าสงวนแห่งชาติ ป่ายางโพรงและป่าเขาใหญ่

วันที่ 19 เม.ย.61 ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นศ.1 (สิชล-ขนอม) ต.ทุ่งปรัง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช นายชากรี รอดไฝ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 เม.ย. มีการสนธิกำลังทหารจากค่ายฝึกการรบพิเศษสิชล ตชด.424 ตำรวจภูธรสิชล เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ป่าไม้จังหวัดนครศรีธรรมราช รวมประมาณ 150 คน

เข้าดำเนินการรื้อถอนทำลายพืชผลอาสิน ต้นยางพารา เขตป่าสงวนแห่งชาติบริเวณป่าสงวนแห่งชาติ ป่ายางโพรงและป่าเขาใหญ่ ต.สี่ขีด อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ โดยตัดโค่นทำลายต้นไม้ยางพาราอายุประมาณ 3 ปี จำนวน 3 แปลง รวม 29 ไร่ 16 ตาราง สำหรับพื้นที่รื้อถอนทำลาย สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 นครศรีธรรมราช จะดำเนินการฟื้นฟูเมื่อถึงฤดูกาลที่เหมาะสมต่อไป

‘ทรัมป์-อาเบะ’ ถกเรื่องความมั่นคงที่ฟลอริด้า คงมาตรการกดดัน ‘เกาหลีเหนือ’

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กับนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่นพูดคุยเรื่องความมั่นคงและเศรษฐกิจที่รัฐฟลอริด้า ประเทศสหรัฐฯ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทั้งสองฝ่าย ต่างกำลังประสบปัญหาเรื่องอื้อฉาวภายในประเทศเหมือนกัน

นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นและประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เห็นพ้องกันว่าพวกเขาจะคงใช้มาตรการกดดันเกาหลีเหนือในขั้นสูงสุดอย่างต่อเนื่องไปจนกว่าเกาหลีเหนือจะเริ่มดำเนินมาตรการต่างๆเพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างชัดเจน นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองตกลงที่จะให้มีการจัดทำกรอบการทำงานใหม่เพื่อใช้เป็นหลักในการหารือเรื่องการค้าและการลงทุน เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศทั้งสองให้มากขึ้น

นายอาเบะและนายทรัมป์กล่าวเรื่องนี้ระหว่างการแถลงร่วมกันที่่รีสอร์ตมาร์อาลาโกของนายทรัมป์ที่เมืองปาล์ม บีช รัฐฟลอริดา หลังเสร็จสิ้นการเยือนสหรัฐฯ 2 วัน โดยนายอาเบะกล่าวว่าสถานการณ์เกี่ยวกับเกาหลีเหนือในขณะนี้มาถึงจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ เขาขอบคุณผู้นำสหรัฐฯกรณีการตัดสินใจที่จะจัดให้มีการประชุมสุดยอดสหรัฐฯ-เกาหลีเหนือเป็นครั้งแรกในเร็ว ๆ นี้

นายอาเบะย้ำว่าญี่ปุ่น สหรัฐฯและประชาคมระหว่างประเทศเรียกร้องให้เกาหลีเหนือทำลายคลังอาวุธนิวเคลียร์ อาวุธที่มีอานุภาพร้ายแรงอื่นๆ รวมถึงขีปนาวุธ พร้อมทั้งอนุญาตให้นานาชาติเข้าไปตรวจสอบด้วย สำหรับประเด็นเรื่องเกาหลีเหนือลักพาตัวประกันชาวญี่ปุ่นไปในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 นายอาเบะกล่าวว่า ญี่ปุ่นและสหรัฐฯจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อให้สามารถนำตัวตัวประกันชาวญี่ปุ่นทั้งหมดกลับบ้านโดยปลอดภัย

ด้านนายทรัมป์ กล่าว่าเขาจะพบปะกับนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อหารือเรื่องการปลดอาวุธบนคาบสมุทรเกาหลี โดยผู้นำสหรัฐฯแสดงความหวังว่าการประชุมครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ แต่นายทรัมป์เตือนว่าเขาจะเดินออกนอกห้องประชุมทันที ถ้าหากประเมินสถานการณ์แล้วเห็นว่าการพูดคุยต่อไปไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควร

ส่วนประเด็นเรื่องเศรษฐกิจ นายเอเบะกล่าวว่าทั้งสองฝ่ายตกลงจะทำข้อตกลงการค้าเสรีที่เกิดประโยชน์และเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย ส่วนกรณีสหรัฐฯใช้มาตรการขึ้นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมที่นำเข้าจากญี่ปุ่นเมื่อเดือนที่แล้ว ผู้นำสหรัฐฯกล่าวว่าสหรัฐฯจะพิจารณายกเว้นมาตรการนั้นให้กับญี่ปุ่น หากทั้งสองประเทศสามารถจะบรรลุข้อตกลงเรื่องการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ผู้นำสหรัฐฯย้ำว่าจะไม่กลับไปเข้าร่วมในข้อตกลงการค้ายุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก(ทีพีพี) เพราะมองว่าการทำข้อตกลงการค้าระดับทวิภาคีจะเกิดผลดีกับสหรัฐฯมากกว่าการทำข้อตกลงการค้าแบบพหุภาคี

ขอบคุณเนื้อหาจาก  www.js100.com

นาซาปล่อย ‘TESS’ ยานสำรวจดาวเคราะห์นอกระบบดวงใหม่

เทสส์ ( TESS ) ดาวเทียมสำรวจลำใหม่ของนาซา ออกเดินทางสู่อวกาศเพื่อค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบดวงใหม่

จรวดฟอลคอน-9 ของสเปซเอ็กซ์ ทะยานขึ้นจากฐานปล่อยจรวดภายในศูนย์อวกาศเคนเนดี บนแหลมคันนาเวรัล ทางตะวันออกของรัฐฟลอริดา เมื่อเวลา 18.51 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันพุธ หรือราว 05.51 น. วันพฤหัสบดีตามเวลาในประเทศไทย เพื่อนำส่งยานสำรวจลำใหม่ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา ในชื่อ “เทสส์” Transiting Exoplanet Survey Satellite – TESS ดาวเทียมสำรวจอวกาศ ขนาดเท่าเครื่องซักผ้าที่ผ่านการติดตั้งกล้องโทรทรรศน์กำลังขยายสูง เพื่อสำรวจดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ โดย TESS วางแผนที่จะสำรวจพื้นที่กว่า 85 เปอร์เซ็นต์ของท้องฟ้า

ทั้งนี้ ‘นาซา’ ประเมินว่ายานสำรวจ ‘TESS’ น่าจะค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบเพิ่มอีกราว 20,000 ดวง เมื่อโคจรห่างจากระบบสุริยะออกไปประมาณ 30 ถึง 300 ปีแสง ซึ่งรวมถึงดาวเคราะห์ 50 ดวงที่มีขนาดเทียบเท่าโลก และดาวเคราะห์ขนาดเล็กกว่าโลกไม่เกิน 2 เท่าอีกประมาณ 500 ดวง

นอกจากนี้ นาซายังตั้งเป้าให้ภารกิจของ ‘TESS’ สานต่องานโครงการสำรวจดาวเคราะห์นอกระบบต่อจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ “เคปเลอร์”  ซึ่งโคจรอยู่ในอวกาศตั้งแต่ปี 2552 และค้นพบดวงดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะแล้วมากกว่า 2,300 ดวง โดยมีเป้าหมายว่า ‘TESS’ จะเติมเต็ม สำรวจส่วนที่ “เคปเลอร์” ยังครอบคลุมไม่ถึงในบางพื้นที่

ส่วนทางด้าน Lisa Kaltenegger นักวิทยาศาสตร์นอกระบบปฏิบัติการแห่งมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์กล่าวในแถลงการณ์ว่ากล้องโทรทรรศน์อวกาศ “เคปเลอร์” สำรวจพบดาวเคราะห์นอกระบบที่น่าตื่นตา แต่ส่วนมากอยู่ห่างออกไปหลายปีแสงมากจนยากเกินกว่าที่จะทำการศึกษาเรียนรู้ จึงเป็นเหตุผลที่ TESS ถูกตั้งความหวังในการสำรวจดาวเคราะห์ที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษา รวมถึงค้าหาสิ่งมีชีวิต และหวังว่าประชาชนจะได้มีส่วนร่วมในการค้นหาของ TESS ด้วย

ดูบทความต้นฉบับ : NASA’s TESS planet-finder satellite just rode a Falcon 9 to space