คลิประทึกแก๊งโจ๋ไม่สนโลก เปิดฉากไล่ตะลุมบอนกันเละ ทั้งๆ มีชาวบ้านอยู่เต็มพื้นที่

เก่งกันจริง แก๊งโจ๋เกือบร้อยคน ยกพวกตีกันเละหลังเขม่นกันระหว่างเล่นน้ำช่วงสงกรานต์ 

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก  Fern Tarika ได้มีการส่งต่อคลิประทึกผ่านทางกลุ่มเฟซบุ๊ก กลุ่มข่าวคนโคราชบ้านเอ็ง ขณะเกิดเหตุวัยรุ่น 2 กลุ่มใหญ่ประมาณ 60 คน ได้เปิดฉากไล่ตีกันที่บริเวณคลองส่งน้ำชลประทานแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ. ชุมพวง จ.นครราชสีมา

โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่าวัยรุ่นทั้งฝ่ายอยู่กันคนละ 2 ฝั่งคลอง จากนั้นได้มีการท้าทายกันขึ้น จนเกิดการปาข้าวของใส่กันและไล่ทำร้ายกัน โดยไม่สนใจชาวบ้านคนอื่นๆ ที่มาเที่ยวเล่นและขายของอยู่ที่บริเวณดังกล่าว ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า กร่างแบบนี้ ใครรับผิดชอบคะ เขตอำเภอ ชุมพวง ค่ะ

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นโจมตีการกระทำของวัยรุ่นทั้ง 2 กลุ่มที่ยกพวกตีกันในครั้งนี้ เพราะเหตุที่เกิดขึ้นทำให้คนอื่นที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเดือดร้อน ข้าวของได้รับความเสียหายไปด้วย พร้อมทั้งเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี และชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ให้เร็วที่สุดด้วย

ใครล้ำเส้นมีเปียก! จีนใช้เทคโนโลยี ‘เสาพ่นน้ำ’ สร้างวินัยคนใช้ถนน

จีนใช้เทคโนโลยี ‘เสาพ่นน้ำ’ เพื่อป้องกันคนข้ามถนนฝ่าสัญญาณไฟ มาเป็นตัวช่วยในการสร้างวินัยให้คนใช้ถนน

เพจChina Xinhua Newsเผยแพร่ข่าวกรณีที่ประเทศจีน มีการใช้เทคโนโลยี มาใช้สร้างวินิยให้คนใช้ทางข้ามถนน ป้องกันผู้ใช้ถนนฝ่าฝืนกฏ และไม่สามารถฝ่าสัญญาณไฟทางข้ามถนนได้

เทคโนโลยีดังกล่าวถูกนำมาใช้ที่เมืองต้าเหย่ มณฑลหูเป่ยโดยมีชื่อเรียกว่า “เสาพ่นน้ำ” ซึ่งการทำงานของเสานี้ มันจะพ่นน้ำใส่คนเดินผ่านขณะที่สัญญาณข้ามถนนยังคงเป็นสีแดงทันที นอกจากนี้ก็ยังใช้เทคโนโลยีเสียงและแสงร่วมด้วยเพื่อให้สัญญาณกับผู้คนตอนข้ามถนน โดยมีการเผยแพร่คลิปหญิงสูงวัยชาวจีนที่เดินล้ำเสาดังกล่าว จนถูกเสานี้พ่นน้ำใส่ ทำให้ต้องถอยหลังกลับมาอยู่หลังเสาอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ต้องนำเอาเทคโนโลยีมาบังคับใช้ เพราะเพียงแต่การรณรงค์ให้ผู้คนเคารพกฎจราจรยังไม่ได้ผลอย่างเพียงพอ พร้อมกันนี้เอง จีนก็กำลังเร่งแก้ปัญหาการข้ามถนนแบบไม่ดูสัญญาณ อาทิ ที่นครเซินเจิ้น มีการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ เช่น เทคโนโลยีถ่ายรูปคนทำผิดกฎพร้อมประจานที่จอสกรีนขนาดใหญ่ เป็นต้น

ยูเนสโก ยก สตูล เป็นอุทยานธรณีโลกแห่งแรกในไทย

องค์การยูเนสโก ขึ้นบัญชีให้ จ.สตูล ของไทย เป็นสมาชิกอุทยานธรณีโลก หรือ Unesco Global Geopark แห่งแรกของประเทศ

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมสำนักเลขาธิการยูเนสโก ครั้งที่ 204 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปารีสของฝรั่งเศส ได้มีมติรับรองให้ จ.สตูล เป็นสมาชิกอุทยานธรณีโลกของยูเนสโกแห่งแรกในประเทศไทย ภายหลัง ครม. ได้มติเห็นชอบข้อเสนอของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และมอบหมายให้คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ กระทรวงศึกษาธิการ เสนอเรื่องต่อสำนักเลขาธิการยูเนสโก

ยูเนสโก, สตูล, อุทยานธรณีโลก, ข่าวสดวันนี้

เนื่องจากพบว่าพื้นที่ที่ครอบคลุม 4 อำเภอของจังหวัดสตูล คือ ทุ่งหว้า มะนัง ละงู และอำเภอเมือง มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาหินปูน มีเกาะน้อยใหญ่ และชายหาดที่สวยงาม มีความรุ่มรวยทางประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชน คุณค่าด้านธรณีวิทยา โบราณคดี นิเวศวิทยา และวัฒนธรรม

อีกทั้งเว็บไซต์ อุทยานธรณีสตูล ระบุว่า “ผืนดินแห่งนี้ เป็นบันทึกหลักฐานของโลกใต้ทะเลเมื่อ 500 ล้านปีก่อน ที่อุดมไปด้วยสิ่งมีชีวิตยุคเก่า เกิดเป็นแหล่งสร้างออกซิเจนให้กับโลกในช่วงเวลานั้น ต่อมามีการยกตัวของเปลือกโลกก่อเกิดเป็นเทือกเขา และถ้ำ ซึ่งได้กลายเป็นบ้านหลังแรกของมนุษย์โบราณ ปัจจุบันผู้คนยังดำรงชีวิตโดยใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของแผ่นดินนี้อยู่ และก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมประเพณีที่มีเอกลักษณ์

ทั้งนี้การขึ้นทะเบียนยกให้ จ.สูตล เป็น อุทยานธรณีสตูล ก็จะทำให้เกิดการอนุรักษ์ผ่านการท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยา และจะทำให้ไทยเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติเพิ่มขึ้น รวมถึงช่วยให้ทรัพยากรธรรมชาติได้รับการปกป้องคุ้มครองอย่างยั่งยืน เกิดเป็นเครือข่ายความร่วมมือด้านการอนุรักษ์และเสริมสร้างความยั่งยืนของแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติทั่วโลก

สำหรับอุทยานธรณีโลก ที่ทางยูเนสโกประกาศรับรอง มีจำนวนทั้งสิ้น 120 แห่ง ใน 33 ประเทศทั่วโลก โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก 4 แห่ง ใน 3 ประเทศ ในมาเลเซีย 1 แห่ง เวียดนาม 1 แห่ง และอินโดนีเซีย 2 แห่ง

อย่างไรก็ตามจากการประกาศขึ้นทะเบียนครั้งนี้ ทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายการเป็นสมาชิกของยูเนสโกรายปี จำนวนปีละ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 35,000 บาท ซึ่งมติครม.เมื่อปี 2559 มีมติเห็นควรให้จังหวัดสตูลจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามขั้นตอนต่อไป ตามความเห็นของสำนักงบประมาณต่อไป