ระทึก! วินาทีแผ่นเหล็กจากโรงปูนกระเด็นลงพื้นถนน เก๋งเฉียดตาย

นาทีระทึก! แท๊งค์เก็บปูนระเบิด แผ่นเหล็กกระเด็นไปถูกสายไฟฟ้าแรงสูงก่อนร่วงลงพื้นถนนเกือบร่วงใส่รถที่สัญจรผ่าน

วันนี้ 19 เมษายน 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้ชื่อเฟสบุ๊กว่า ‘ลืม จีวร’ ได้โฟสต์ข้อความและภาพคลิปกล้องหน้ารถประกอบว่า “UFO ขัดข้อง ลงจอดฉุกเฉิน จากโรงงานปูน ปทุมธานี#เกือบไปแล้วพี่ ฟาดเคราะห์หลังสงกรานต์แล้วกัน

#ฝากให้พี่เผื่อใช้เป็นหลักฐาน#กล้องราคาถูกครับ ภาพไม่ชัด แฮะๆ โดยภาพเหตุการณ์ที่พบเห็นเป็นวัสดุเหล็กวงกลมขนาดใหญ่ลอยกระเด็นถูกสายไฟฟ้าแรงสูงจนเกิดการช๊อตก่อนที่จะร่วงมาใส่ผิวถนน โชคดีที่ไม่ตกร่วงใส่รถยนต์ที่วิ่งมาในเส้นทาง”

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายสิทธิชัย ริยะบุตร อายุ 31 ปี ผู้ที่บันทึกภาพนี้ได้ เปิดเผยว่า เหตุการณืนี้เกิดขึ้นเวลาประมาณ15.00น.ของวันที่18 เมษายน 2561 ขณะที่ตนเองอยู่ระหว่างขับรถยนต์กระบะกลับจากที่ทำงานใน จ.นนทบุรี กลับบ้านที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยใช้ถนนรังสิต-ปทุมธานี เมื่อตนเองถนนรังสิต-ปทุมธานี มุ่งหน้ารังสิตก่อนถึงแยกบางพูนเล็กน้อย ก็ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นหนึ่งครั้งเสียดังสนั่น

ก่อนที่จะมีเหล็กขนาดใหญ่กระเด็นออกมาจากโรงงานปูซีเมนต์แห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียง ก่อนที่แผ่นเหล็กจะกระเด็นขึ้นสูงด้วยแรงระเบิดไปถูกสายไฟฟ้าแรงสูงจนเกิดการช๊อต แผ่นเหล็กนั้นยังกระเด็นลงมาใส่ผิวการจราจรโชคดีที่ไม่ร่วงใส่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อโตโยต้ารุ่นยาลิสที่วิ่งอยู่ด้านหน้าตน ห่างเพียงผิวเฉียดไม่เช่นนั้นคนเกิดความสูญเสียไม่ชีวิตก็ทรัพย์สิน

หลังเกิดเหตุผู้ขับขี่รถยนต์ด้านหน้าได้จอดรถลงมาดูความเสียหายของรถก่อนจะขับรถออกจากจุดเกิดเหตุไป ขณะที่ตนเองขับผ่านโรงงานปูนยังพบว่ามีควันฝุ่นพวยพุ่งออกมาจากโรงงานปูน คาดว่าเกิดจากการระเบิดของแท๊งค์เก็บปูนซีเมนต์ผงในโรงงาน

การเคหะฯ ขานรับนโยบายปล่อยกู้ผู้มีรายได้น้อยซื้อบ้าน

การเคหะแห่งชาติ เตรียมตั้งกองทุนปล่อยกู้และค้ำประกันสินเชื่อ วงเงินกว่า 5 พัน 2 ร้อยล้านบาท หวังช่วยผู้มีรายได้น้อยมีบ้านเป็นของตัวเอง

ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี อนุมัติโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า สำหรับผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระยะแรก บริเวณ ใกล้แนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม เส้นทางหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต 820 หน่วย วงเงินลงทุนรวม 903 ล้านบาท

พร้อมกำหนดรูปแบบอาคารและราคาตามกลุ่มเป้าหมาย แบ่งเป็น อาคารชุด 4 ชั้น ขนาดห้อง 27 ตารางเมตร จำนวน 616 หน่วย ราคาขาย 8 แสน 6 หมื่นบาท ถึง 8 แสน 9 หมื่นบาท สำหรับผู้มีรายได้น้อย

ส่วนแบบทาวเฮ้าส์ 3 ชั้น ขนาด 20-28 ตารางวา จำนวน 34 หน่วย ราคาขายเริ่มต้น 3 ล้าน 2 แสนบาท ถึง 3 ล้าน 5 แสนบาท และแบบบ้านแฝดเชิงอิสระ 2 ชั้น ขนาด 35 ตารางวา จำนวน 170 หน่วย ราคาขายเริ่มต้น 3 ล้าน 5 แสนบาท สำหรับผู้มีรายได้ปานกลาง กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2564

นาย ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า บอร์ด กคช. ได้จัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยฯ รองรับการปล่อยสินเชื่อรายย่อยเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย และการค้ำประกันสินเชื่อ วงเงินตั้งต้น 5 พัน 2 ร้อยล้านบาท คาดว่า จะช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ไม่น้อยกว่า 1 หมื่น 7 พันคน

ขณะที่ นายอภิชาติ ประสิทธิ์นฤทธิ์ นายกสมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์และพันธมิตร กล่าวว่า ราคาบ้านแบบทาวน์เฮาส์ที่เริ่มต้นกว่า 3 ล้าน 5 แสนบาท ซึ่งเป็นระดับราคาใกล้เคียงกับตลาด และถือว่าสูงเมื่อเทียบกับการเป็นโครงการบ้านเพื่อผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง

เพราะจะต้องผ่อนชำระกับธนาคารมากกว่าเดือนละ 2 หมื่นบาท และอาจต้องมีรายได้ของครอบครัวมากกว่าเดือนละ 6 หมื่นบาท ซึ่งภาครัฐอาจต้องหาวิธีลดต้นทุนเพื่อให้ราคาบ้านถูกลง

‘แมงมัน’ สุดยอดเมนู 1 ปี มีครั้ง ราคาสูงถึงกก.ละ 500-2,000 บาท

ชาวพะเยาตื่นเก็บ ‘แมงมัน’ สุดยอดเมนู 1 ปี มีครั้ง ราคาแพงถึงกิโลกรัมละ 500-2,000 บาท

กลุ่มชาวบ้านทั้งในและต่างอำเภอทั่วจังหวัดพะเยา พากันออกหาแมงมันที่บินออกจากรูในดิน เพื่อมาผสมพันธุ์ตามฤดูกาล ก่อนจะเข้าฤดูฝน ซึ่งนำเอามากินและขายสร้างรายได้ เพราะ 1 ปี จะมีเพียง 1 ครั้ง ที่จะได้กินแมงมัน โดยต่างเชื่อว่าแมงมันนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการด้านอาหาร มีประโยชน์สูงทานแล้วสุขภาพแข็งแรง ที่สำคัญมีราคาแพงถึงกิโลกรัมละ 500-2,000 บาท

ทั้งนี้ แมงมัน ที่พากันออกมาจากรูตามธรรมชาติจำนวนมาก ซึ่งชาวบ้านต่างก็ไม่ผิดหวังเพราะตั้งแต่ช่วงเย็น แมงมันตัวเมียก็พากันไต่ออกมาจากรูอย่างไม่ขาดสาย โดยชาวบ้านแต่ละคนที่จับจองนั่งเฝ้ารูก็พากันเก็บแมงมันใส่ขวดพลาสติก และแม้จะล่วงเลยถึงช่วงค่ำ ชาวบ้านก็ไม่ลดละ เพราะเตรียมอุปกรณ์ทั้งเทียนไขและไฟฉายมาพร้อม โดยแสงไฟจากเทียนไขที่จุดไว้ปากรูช่วยล่อให้แมงมันออกมาอีกจำนวนมากแม้ว่าการเก็บแมงมันจะทำให้หลายคนต้องแสบคัน เพราะถูกนางพญาของแมงมันกัดก็ตาม

นายสมพงษ์ บุญช่วย อายุ 41 ปี ชาวบ้าน จอมทอง ต.เวียง อ.เมือง จ..พะเยา กล่าวว่า ช่วงก่อนจะเข้าฤดูฝน หรือเกิดฝนตก เดือนเมษายนของทุก จะมีแมงมันหรือแมลงมัน พากันบินออกมาจากรู เพื่อผสมพันธุ์ตามฤดูกาล เมื่อแมงมันบินออกมาชาวบ้านก็จะพากันออกหารูหรือไล่จับตามพื้นดินและตามกิ่งไม้เพื่อนำเอามาทำอาหารและขาย ซึ่งในปีหนึ่งจะมีแมงมันเพียง 1 ครั้ง  หากซื้อขายเริ่มตั้งแต่ราคากก.ละ 500-2,000 บาท ซึ่งแมงมันนำมาประกอบทำอาหารได้หลากหลายชนิดเช่น ทอด ตำน้ำพริก

สำหรับ แมงมัน เป็นแมลงจำพวกมดและปลวก พอถึงฤดูผสมพันธุ์ก็จะพากันบินออกมาจับคู่เพื่อผสมพันธุ์ แต่ก็ถูกชาวบ้านต่างพากันจับมาทำอาหารกินและขาย ทำให้สามารถสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง เพราะแมงมัน มีรสชาติ อร่อย และที่สำคัญราคาแพงมากด้วย ทำให้แมงมันเป็นอาหารเปิบพิสดารอีกเมนูหนึ่ง ของชาวล้านนาที่นิยมบริโภคกันมาตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบัน