โวยวายทำไม ? คลิปหนุ่มฉุนพูดเสียดัง ทั้งที่ขับรถไปชนท้ายคันอื่น

คลิปว่อนเน็ตหนุ่มอารมณ์ฉุนเฉียว พูดโวยวายเสียดัง ข่มขู่คู่กรณีทั้งๆ ที่ตัวเองผิดขับรถไปชนท้ายคันอื่น อ้างเพราะเหยียบเบรคกระทันหันจึงทำให้เกิดอุบัติเหตุ

เพจ Youlike ทุกๆนาที ได้มีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์อุบัติเหตุรถเก๋งชนท้ายกันบนถนนแห่งหนึ่ง ซึ่งเรื่องคงจะจบโดยดีไม่เกิดกระแสดรามาให้เกิดเป็็นที่ หากแต่หนุ่มเจ้าของรถที่ขับไปชนท้ายรถคู่กรณีไม่ออกมาโวยวายพูดจาเสียงดังทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นฝ่ายผิด

โดยคลิปได้เผยให้เห็นภาพของคู่กรณียืนรอประกันภัยเพื่อมาตกลงเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแต่ชายที่เป็นคนขับรถชนท้ายกลับไม่ยอมจบง่ายๆ  เอาแต่พูดจาเสียงดังโวยวาย ไม่พอใจที่รถคันหน้าเบรคกระทันหันจนนำไปสู่การชน  จนคู่กรณีที่เป็นผู้เสียหายต้องเร่งโทรแจ้งตำรวจ รวมถึงแฟนสาวต้องคอยห้ามเป็นระยะๆ

ข่าวอุบัติเหตุ, ข่าวรถชน, ข่าวสดวันนี้, ประกัน

ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า  #ไปชนเค้าแล้วเมิงโวยวายอะไร? ตัวเองก็มีประกันก็โทรเรียกไปสิวะ ที่ไม่เรียกประกันเพราะจะโยนความผิดว่าเค้าเบรค เลยทิ่มตูดเค้า เลยจะเคลมว่าเค้าเป็นฝ่ายผิดงี้ก็ได้เหรอ? ยังไงเมิงก็ผิด เพราะเมิงไม่เว้นระยะห่างให้เหมาะสม เก่งแต่กับผู้หญิง จะปรี่เข้าไปหาเรื่องเค้าอีก เก่งจริงๆ พ่อคุณ

เครดิต@เฮียขับรถ

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น โดยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับเจ้าของกระทู้ พร้อมกับตั้งข้อสงสัยว่าสาเหตุที่เขาโวยวายแบบนั้นคงเป็นเพราะไม่มีประกันเป็นแน่

วัดดังฝึกเณรน้อย นั่งสมาธิปิดตา – ทายอะไรก็ถูก

เจ้าอาวาสวัดหนองสาร เผย เณรน้อย ปิดตา – ทายอะไรก็ถูก เพราะว่าสามเณรที่มาบวชนั่งสมาธิ จนเกิดความแตกฉานจากญาณที่เกิดขึ้น  

หลังจากช่วงนี้ข่าวที่เกี่ยวกับพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ กำลังได้รับความสนใจจากสังคม แต่ที่วัดหนองสาร หมู่ 10 ต.หนองกระโดน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ วัดห่างใกลซึ่งตั้งอยู่กลางทุ่งนาห่างจากตัวเมืองนครสวรรค์ปรมาณ 30 กม. กำลังได้รับความสนใจจากประชาชน

เพราะว่าช่วงนี้เขาจัดบวชสามเณรภาคฤดูร้อน มีสามเณรมาบวชจำนวนมากพอสมควร ปรากฏว่า ได้รับการเปิดเผยจาก พระสมชาติ สุจิณโณ หรือว่า อาจายร์เค เจ้าอาวาสวัดหนองสาร ว่าสามเณร 4 – 5 รูปที่บวชกำลังจะสึกเกิดมีสมาธิดี เกิดนิมิตร จับปิดตา สามารถทายสิ่งของเครื่องใช้ ตัวเลข ได้แม่นยำถึงขั้นพิสูจน์ได้เห็นกันจะๆ

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปทดสอบปรากฏว่าเหลือเชื่อ เพราะว่าเจ้าอาวาสห้ามเณรจำนวน 5 รูป มานั่งสมาธิสวดมนต์พักใหญ่ จากนั้นก็จับเอากระดาษปิดตา มัดทับด้วยผ้าสีขาวอีกชั้น จากนั้นก็เริ่มนำเอากระดาษสีแผ่นสีเหลี่ยมผืนผ้า นำมาวางให้สามเณรทายว่ากระดาษสีอะไร สามเณรสามารถทายได้ตรงสีเป๊ะๆ ทำเอาผู้สื่อข่าวงงไปตามๆกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เท่านั้นยังไม่พอผู้สื่อข่าวได้เขียนข้อความ และเลขส่งให้สามเณรรูปหนึ่งทาย ปรากฏว่าทายข้อความดังกล่าวถูกต้องและเลขที่เขียนก็ทายถูกด้วย

ด้านเจ้าอาวาสบอกว่า สาเหตุที่สามเณรสามารถทายสีของกระดาษ และเลข หรือข้อความที่ส่งให้ได้ตรง เป็นเพราะว่าสามเณรที่มาบวชนั่งสมาธิ จนเกิดความแตกฉานจากญาณที่เกิดขึ้น สามารถทายสิ่งของที่อยู่ตรงหน้าได้ ส่วนหนึ่งเกิดจากการนั่งสมาธิล้วนๆ เด็กที่มาบวชส่วนใหญ่ติดเกม ทางวัดจึงนำเอาสมาธิมาจับให้เด็กๆ ได้เรียนรู้จนเกิดญาณดังกล่าวมิใช่การอวดอุตริแต่อย่างใด

“อาตมาไม่ได้สอนให้งมงายแต่การที่ให้เณรปิดตานั่งสมาธิ เนื่องจากเด็กๆ ยังใสๆ หรือเปรียบเหมือนผ้าขาว บริสุทธิ์ การนั่งสมาธิจะเข้าถึงฌานมองเห็นวัตถุที่อยู่ตรงหน้าได้” พระสมชาติ หรืออาจารย์เค กล่าวว่าในการบวชภาคฤดูร้อนปีนี้มีผู้ปกครองอนุญาตให้ลูกหลานที่บางคนติดเกมมาบวช เพื่อขัดเกลาอบรมนิสัย ฝึกความอดทนให้เข้าถึงธรรมะ รวมทั้งสิ้น 19 คน แต่ได้สึกออกไปแล้วเหลืออยู่ 5 คน

กลุ่มคัดค้านชงผนวกพื้นที่เป็น อช.ดอยสุเทพ-ปุย กันเป็นป่ากันชน

ทางออกบ้านพักตุลาการเริ่มชัดเจน กลุ่มคัดค้านชงผนวกพื้นที่เป็น อช.ดอยสุเทพ-ปุย กันเป็นป่ากันชน

ทางออกกรณีการก่อสร้างบ้านพักตุลาการในพื้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่จังหวัดเชียงใหม่ เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ล่าสุดช่วงสายวันนี้ ( 18 เม.ย.) ตัวแทนเครือข่ายทวงคืนผืนป่าดอยสุเทพและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในนามคณะทำงานร่วม ทั้ง ธนารักษ์ มณฑลทหารบกที่ 33 ฝ่ายปกครองจังหวัด และ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ได้ประชุมติดตามความคืบหน้า หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้วางแนวทางในเบื้องต้นไว้หลายแนวทาง โดยเฉพาะการแบ่งเส้นสมมุติเพื่อกำหนดพื้นที่การรื้อถอน

เวทีเจรจาวันนี้ ตัวแทนเครือข่ายทวงคืนผืนป่าโดยสุเทพได้เสนอว่าจะใช้แนวเขตป่าดั้งเดิมเป็นเส้นแบ่ง จะทำให้เหลืออาคารชุด 4 หลังด้านล่าง ใกล้กับสำนักงานศาลอุทธรณ์ภาค 5 ส่วนพื้นที่เหนือขึ้นไปทั้งหมดจะต้องรื้อถอนและฟื้นฟูกลับคืนสภาพป่าทั้งหมด

นอกจากเส้นแบ่งพื้นที่ เครือข่ายฯ ยังเห็นร่วมกันว่าจะขอให้คณะรัฐมนตรีใช้อำนาจ ครม. ผนวกพื้นที่ก่อสร้างเข้าเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ – ปุย ให้บริเวณพื้นที่ก่อสร้างเป็นป่ากันชน หรือ บัฟเฟอร์โซน ( Buffer Zone ) โดยระหว่างขั้นตอนการประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ขอให้มีการทำบันทึกข้อตกลงระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ระงับการดำเนินการใด ๆ ทุกอย่าง

ส่วนในการรื้อถอนขอให้ตั้งคณะกรรมการร่วมขึ้นมาพิจารณาหาทางออกเพื่อให้ไม่ให้ทุกฝ่ายได้รับผลกระทบ หรือ ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด โดยเฉพาะในประเด็นทางกฎหมาย

สำหรับเรื่องผลกระทบกับแหล่งน้ำดิบธรรมชาติ นายเจนศักดิ์ ลิมปิติ ผู้อำนวยการโครงการชลประเทานเชียงใหม่ อธิบายว่า ในส่วนของน้ำดีหรือน้ำฝนธรรมชาติ บริเวณดังกล่าวมีสันปันน้ำที่จะไม่ทำให้ปริมาณน้ำที่จะไหลลงอ่างเก็บน้ำแม่จอกลดลง เนื่องจากพื้นที่รับน้ำประมาณ 4.2 กิโลเมตร ยังคงเดิม แต่หากจะลดลงก็จะเพียงร้อยละ 0.25 ซึ่งไม่มีนัยยะสำคัญต่อประมาณน้ำดิบที่จะใช้ในการผลิตเพื่อการอุปโภคบริโภค ส่วนน้ำเสียจากการพักอาศัย ไม่สามารถให้คำตอบได้เนื่องจากยังไม่เห็นแผนผังระบบระบายน้ำเสีย

ขณะที่ล่าสุด มณฑลทหารบกที่ 33 ได้รับแบบแปลนจากสำนักงานศาลยุติธรรมมาแล้ว หลังจากนี้ธนารักษ์จังหวัดจะส่งแบบแปลนให้กับโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด และจะทำหนังสือไปยังสำนักงานศาลยุติธรรมเพื่อขออนุญาตเข้าดูระบบระบายน้ำและสุขาภิบาลในพื้นที่ก่อสร้างในวันที่ 20 เม.ย. นี้ เพื่อดูถึงผลกระทบอีกครั้ง

นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายทวงคืนผืนป่าดอยสุเทพ บอกว่า ทั้งหมดนี้เป็นข้อสรุปที่เครือข่ายเห็นว่าเหมาะสม ส่วนในวันที่ 20 เม.ย. นี้ ไม่ว่าศาลจะอนุญาตให้เข้าพื้นที่หรือไม่ ข้อเสนอทั้งหมดจะสรุปให้เป็นมติของคณะทำงานร่วม เพื่อให้ทางจังหวัดเสนอไปยัง พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ภายในวันที่ 29 เม.ย. นี้ เพื่อส่งไปให้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก พิจารณาตามขั้นตอน