ด่วน!! เมืองคอนฝนตกหนัก น้ำป่าเทือกเขาหลวงไหลทะลัก

ด่วน!!! เมืองคอนฝนตกหนักหลายพื้นที่ น้ำป่าเทือกเขาหลวงนครศรีธรรมราช บริเวณน้ำตกอ้ายเขียวไหล่ทะลัก ชาวบ้านที่ราบลุ่มให้เฝ้าระวัง

วันนี้ (29 เม.ย.61) ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครศรีธรรมราชได้รายงานว่า ได้เกิดฝนตกหนักและมีลมพัดแรงขึ้นในหลายพื้นที่เกือบทุกอำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้พื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำฝนตลอดทั้งวันที่ผ่านมา ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวว่าเมื่อเวลา 15.30 น.วันเดียวกัน หลังจากฝนตกหนักติดต่อกันตลอดทั้งวัน ทำให้เกิดน้ำป่าจากต้นน้ำเทือกเขาหลวงนครศรีธรรมราช มีมวลน้ำจำนวนมากมหาศาลได้ไหลหลากลงมาที่บริเวณน้ำตกอ้ายเขียว ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่อุทยาน ได้มีการเฝ้าระวังเตือนประชาชนที่อยู่ด้านล่างน้ำตกอ้ายเขียวในพื้นที่ ต.บ้านเกาะ ต.นาเรียง และพื้นที่ใกล้เคียงที่อยู่ด้านล่างน้ำตกให้ระวังน้ำท่วมฉับพลันได้ในค่ำคืนนี้ โดยให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ให้อพยพไปยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว ล่าสุดระดับน้ำในลำคลองต่างๆ ได้เพิ่มสูงขึ้นตลอดเวลา อย่างไรก็ตามยังไม่ได้รับรายงานความเสียหายจากน้ำป่าครั้งนี้แต่อย่างใด

หวิดสิ้นชื่อ! ตำรวจเมืองคอน กระบะเสียหลักชนเสาไฟฟ้าหัก ก่อนชนต้นไม้ซ้ำ เจ็บสาหัส

หวิดสิ้นชื่อ ร.ต.ต.หัวหน้าจราจร โรงพัก สภ.เปลี่ยนเมืองคอน ขับกระบะกลับจากเลี้ยงรุ่นตอนเช้ามืดเสียหลักชนเสาไฟฟ้าหักขาดสองท่อนก่อนเสียหลักไปชนต้นไม้ริมถนน บาดเจ็บสาหัส

วันนี้(29 เม.ย. 61) เมื่อเวลา 05.30 น. ร.ต.อ.อาทร ทองนาค รอง สว.(สอบสวน) สภ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักชนเสาไฟฟ้าและต้นไม้ริมถนน มีผู้บาดเจ็บสาหัส2รายติดอยู่ในรถ ที่บริเวณริมถนนสายขนอม-คลองเหลง หน้าบ้านเลขที่ 69 หมู่ 11 ต.ควนทอง อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งแล้วจึงพร้อมด้วยกำลังตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยอ่าวขนอม,เจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต๊กตึ้งขนอม รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่ติดอยู่ในรถ

เมื่อไปถึงพบรถยนต์กระบะ4ประตู ยี่ห้อมิตซูบิซิ สีเขียว ทะเบียน กค – 8353 นครศรีธรรมราช เสียหลักชนอัดก๊อปปี้กับต้นไม้ริมถนน จนสภาพรถด้านหน้าพังยุบ และที่เกิดเหตุยังพบเสาไฟฟ้าถูกชนขาด 2 ท่อน ตรวจสอบพบคนเจ็บติดในรถ 2 ราย ทราบชื่อคนขับชื่อ ร.ต.ต.ธวัชชัย ฮวดกุล อายุ 55 ปี รับราชการเป็นตำรวจ ตำแหน่ง รอง สว.จราจร ทำหน้าที่ หน.จราจร สภ.เปลี่ยน อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ 109 หมู่ 2 ต.เทพราช อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้รับบาดเจ็บแขนขวาหักถูกอัดติดพวงมาลัยรถ และที่นั่งด้านข้างชื่อนายวิชัย ทรัพย์มี อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนกันได้รับบาดเจ็บปวดบริเวณคอและหัวไหล่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์ตัดถ่างงัดร่างทั้งสองออกจากรถรีบลำเลียงส่งโรงพยาบาลขนอม และส่งต่อโรงพยาบาลสิชล แพทย์ช่วยเหลือจนพ้นขีดอันตรายแล้ว

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ ร.ต.ต.ธวัชชัย ได้ขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวกลับจากงานเลี้ยงรุ่นในพื้นที่ อ.ขนอม เพื่อจะกลับบ้านพักในพื้นที่ อ.สิชล ไปตามถนนสายดังกล่าว โดยมีนายวิชัย เพื่อนนั่งมาด้วยด้านข้าง ปรากฏว่าเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถได้เสียหลักตกถนนพุ่งชนเสาไฟฟ้าริมถนนขาดสองท่อน และยังเสียหลักไปพุ่งชนอัดก๊อปปี้ติดกับต้นไม้ ทำให้ ร.ต.ต.ธวัชชัย และนายวิชัย ได้รับบาดเจ็บสาหัส ดังกล่าว โดยสาเหตุทางตำรวจสันนิษฐานว่า อาจจะเกิดจากการหลับในหรือหักหลบอะไร ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าและต้นไม้ดังกล่าว

เพชรบูรณ์อ่วม! พายุพัดกระหน่ำรุนแรง จนฝ้าเพดานโบสถ์วัดดังพังถล่ม

เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มในหลายพื้นที่ของจังหวัดเพชรบูรณ์ วัดโพธิ์กลาง ฝ้าเพดานอุโบสถได้พังถล่มลงมาเสียหายเป็นจำนวนมาก 

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มในหลายพื้นที่ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ส่งผลทำให้หลายในหลายพื้นที่ได้รับความเสียหาย โดยวัดโพธิ์กลาง หมู่ 11 บ้านป่าแดง ต.ป่าเลา อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ฝ้าเพดานอุโบสถได้พังถล่มลงมาเสียหายเป็นจำนวนมาก จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบนายมนูญ อินเหลือง ผู้ใหญ่บ้านบ้านป่าแดงหมู่ที่ 15 ต.ป่าเลา ซึ่งเป็นไวยาวัจกรวัดโพธิ์กลาง บอกว่า อุโบสถหลังดังกล่าวสร้างมาประมาณ 60 – 70 ปี มีการบูรณะซ่อมแซมมาแล้ว 1 – 2 ครั้ง ใช้เป็นที่ประกอบสังฆกรรมของพระสงฆ์

ส่วนเหตุการณ์ที่ผ้าเพดานพังทลายลงมานั้นเกิดจากพายุฝนได้พัดอย่างรุนแรง ประกอบกับมีฟ้าผ่าต้นไม้ในหมู่บ้านถึง 2 ครั้ง หลังจากพายุฝนสงบตนได้รับแจ้งว่าฝ้าเพดานโบสถ์วัดโพธิ์กลางพังถล่มลงมา จึงรีบไปตรวจสอบพบฝ้าเพดานบางส่วนได้หลุดหล่มมากองอยู่บนพื้นบริเวณที่พระสงฆ์นั่งทำสังฆกรรม แต่โชคดีไม่มีพระสงฆ์อยู่ภายในโบสถ์ จากนั้นได้ชักชวนชาวบ้านมาช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาด ส่วนสาเหตุคาดว่าอาจจะเกิดจากลมพายุที่พัดรุนแรง ประกอบกับฝ้าเพดานชื้นและชำรุดอยู่แล้วจึงทำให้พังถล่มลงมา

ด้านเจ้าอาวาสวัดโพธิ์กลาง ได้บอกกับชาวบ้านว่า อาจจะต้องงดประกอบศาสนกิจในอุโบสถดังกล่าวชั่วคราว เพราะเกรงว่าฝ้าเพดานที่ยังคงอยู่อาจจะพังถล่มลงมาอีก โดยเฉพาะวันที่ 6 พ.ค. นี้ จะมีชาวบ้านนำบุตรหลานมาประกอบพิธีอุสมบทภายในอุโบสถดังกล่าว และ ประกาศทางหอกระจายข่าวเพื่อแจ้งให้ย้ายไปประกอบพิธียังวัดทุ่งสะเดียง ที่อยู่ตำบลใกล้เคียง เบื้องต้นคณะกรรมการวัด และชาวบ้านจะจ้างช่างมาดำเนินการรื้อฝ้าเพดานเพื่อดำเนินการซ่อมแซมต่อไป