กรมคุมประพฤติเผยสงกรานต์ 6 วัน เมาแล้วขับพุ่งกว่า 7พันคดี

อธิบดีกรมคุมประพฤติ เผยเทศกาลสงกรานต์ 6 วันที่ผ่านมา พบประชาชนเมาแล้วขับมากกว่า 7 พันคดี ทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า วันที่หกของ 7 วันอันตราย มีสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติจากสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ วันที่ 16 เมษายน 2561 จำนวน 325 คดี ซึ่งเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 325 คดี

สำหรับยอดสะสม 6 วัน (11-16 เมษายน 2561) มีคดีทั้งหมดจำนวน 7,148 คดี จำแนกเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 6,982 คดี หรือคิดเป็นร้อยละ 97.6, ขับรถประมาท จำนวน 21 คดี หรือคิดเป็นร้อยละ 0.29 แข่งรถหรือขับซิ่ง จำนวน 2 คดี หรือร้อยละ 0.02 ขับเสพ จำนวน 143 คดี หรือคิดเป็นร้อยละ 2 ส่วนจังหวัดที่มีสถิติคดีเมาแล้วขับสะสมสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเชียงราย จำนวน 455 คดี สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 394 คดี และสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสุรินทร์ จำนวน 313 คดี

ทั้งนี้ จากตัวเลขของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ยอดสะสม 5 วัน (11-15 เมษายน 2561) จำนวนครั้งอุบัติเหตุสะสม รวม 3,001 ครั้ง ผู้เสียชีวิตสะสม จำนวน 323 ราย ผู้บาดเจ็บสะสม จำนวน 3,140 คน ซึ่งมีสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุอันดับหนึ่ง คือ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 42.03

ดังนั้น กรมคุมประพฤติ จึงได้ดำเนินการมาตรการเข้มกับผู้ถูกคุมความประพฤติในคดีเมาแล้วขับ โดยจัดให้ทำงานบริการสังคมเพื่อสร้างจิตสำนึกและให้ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคมประกอบด้วย ช่วยเจ้าพนักงานตำรวจที่จุดตรวจค้น จุดบริการประชาชน ด่านชุมชน อาสาจราจร จุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ จุดตรวจเล่นน้ำสงกรานต์ และกิจกรรมรณรงค์ลดอุบัติเหตุ

ตลอดจนทำความสะอาดบริเวณจุดตรวจค้น ทาสีขอบทางขาว-แดง รวมทั้งบริการช่วยเหลือประชาชนคนชรา คนพิการ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ มารดาพร้อมทารกแรกคลอด และประชาชนที่มีกระเป๋าสัมภาระหลายใบ ที่เดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ ณ ศูนย์อำนวยการร่วมฯ สถานีขนส่ง

ตัวเป็นๆ ฉลามว่ายในทะเล หลังข่าวนทท.ถูกกัดเจ็บ ที่หาดทรายน้อย

คลิปเผยให้เห็นฉลามตัวเป็นๆ ขณะว่ายน้ำอยู่ในทะเลหัวหิน หลังมีภาพว่อนนักท่องเที่ยวถูกกัดจนได้รับบาดเจ็บ บริเวณหาดทรายน้อย

จากกรณีที่มีการส่งภาพต่อภาพนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บจากการถูกฉลามกัดที่ขา ขณะลงเล่นน้ำที่หาดทรายน้อย หมู่บ้านเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จนเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จนทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งติดป้ายประกาศเตือนให้ระวังตามที่ได้เสนอข่าวไปนั้น (อ่านข่าว : สั่งติดป้ายเตือนนักท่องเที่ยว หลังมีคลิปอ้างถูกฉลามกัดที่ หาดทรายน้อย)

ล่าสุดเพจ แดง จิตต์วารินทร์  ได้มีการเผยแพร่คลิปที่เผยให้เห็นภาพฉลามจำนวนหนึ่งว่ายน้ำอยู่ในทะเลบริเวณวัดถ้ำเขาเต่า หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมกับระบุข้อความว่า โปรดเอาความจริงมาพูด อย่าโกหก รอให้คนตาย มันจะกลายเป็น โศกนาฏกรรม หัวหินจะเงียบกว่านี้ ขอเชิญกรมประมงเข้ามาช่วยดูแลด้วย จร้า วันนี้ไม่ได้ทำวัตรเพราะต้องการพิสูจน์ความจริงให้ดู อย่าปกปิดกันเลย คนตายไม่คุ้มนะจ๊ะ พระครูบุญญาภิราม วัดถ้ำเขาเต่า หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์

พร้อมกันนี้ผู้โพสต์ ได้เผยสาเหตุที่โพสต์คลิปดังกล่าวด้วยว่า ไม่ต้องการให้คนเข้าไปทำร้ายฉลาม หรือสร้างความหวาดกลัว แต่เป็นเจตนาดีที่ไม่อยากให้มีใครได้รับอันตรายจากฉลามเหมือนกับที่เป็นข่าว

โปรดเข้าใจตามนี้นะคุณโยมทั้งหลาย ตามที่อาตมาโพสต์คลิปปลาฉลามมิได้มีเจตนา ที่จะให้ใครไปทำร้ายปลาฉลามเลยแม้แต่ประโยคเดียว แต่มุ่งหวังให้คนปลอดภัยจากปลาฉลามไม่ต้องการให้ใครลงน้ำทะเลเลย ในขณะที่มีปลาฉลามมาหากินอยู่ริมหาดมากมายขนาดนี้

ถ้าไม่เข้าใจเจตนาดี และ ความปรารถนาดี ของอาตมาก็สุดแล้วแต่ อาตมาขออภัย ขอซ้ำอีกครั้ง ว่าอาตมารักถิ่น รักวัด รักศาสนา บวชมา 33 พรรษา รู้ผิดรู้ถูกทุกประการ แต่เจตนาไม่ต้องการใครเจ็บใครตาย และไม่อยากให้อะไรเกิดขึ้นกับผู้คน นั้นคือสิ่งที่อาตมามุ่งหวัง ลองอ่านทุกโพสต์ ตั้งแต่โพสต์แรกเลยนะ

โพสต์แรก
ขอบอกว่า ฉลามเข้าหาดเขาเต่าจริง หลายตัวด้วย ตัวยาวประมาณ 2 เมตร ตอนเย็นเข้าอุโบสถ มองเห็นเลยโทร ไปบอกโยมหมู ประกาศให้โยมขึ้นจากน้ำ หาดเขาเต่า พระที่วัดถ้ำเขาเต่าไปหาดทรายน้อยบ่าย 16.33 น.ยังไปช่วยฝรั่งเลย ขอบอก อย่าเป็นห่วงเรื่องการท่องเที่ยว แต่ให้เป็นห่วงคนก่อน ก่อนที่จะมีใครตาย สาธุๆๆ ใช่ไม่ใช้ป้องกันไว้ก่อนดีกว่านะ และถ้าอยากรู้มีจริงมั้ยหาไก่สดมาสักห้าหกตัว เอาเลือดมาด้วย โยนที่วัดถ้ำได้เห็นเลย

โพสต์2

ชัดๆ แผลฉลาม หรือ แผลจากตัวเพียง
ถ้าเป็นตัวเพียง จะเป็นแผลด้านใดด้านนึง หรือใต้ฝ่าเท้า
แต่จากแผลที่เห็นเนื้อหายไปด้านนึง และแผลเป็นโดยรอบข้อเท้า
และเมื่อวานโยมมาเที่ยวหลายคน เห็นฉลามเข้าบริเวณ เต่าทอง
หน้าวัดถ้ำเขาเต่า กันทุกคน เวลา 17.30 น.
จนต้องโทรไปบอกโยมที่จัดงานวันสงกรานต์ ประกาศให้
โยมที่กำลังเล่นน้ำหน้าหาดเขาเต่า ขึ้นจากน้ำ

โพสต์ 3
นำภาพให้ดูลักษณะเปรียบเทียบ ว่าโดนตัวเพียง หรือ โดนฉลาม
ลักษณะแผล จากฉลามกัด จะเป็นอย่างนี้
ภาพที่ฝรั่งโดนฉลามกัด อยู่บริเวณนี้ ของหาดทรายน้อย
พระทื่วัดถ้ำเขาเต่าอยู่ในเหตุการณ์นี้ ด้วยจร้า
ซึ่งบริเวณนี้ไม่มีตัวเพียงแน่นอนจร้า ขอยืนยัน

โพสต์ 4

16:15 อ.แดง จิตต์วารินทร์ ถ้าจะรอให้คนตายก่อนตามสบาย
ถ่ายได้สดๆร้อนๆ ปลาฉลาม จร้า หนักโดยประมาณ 50 ก.ก.
ถ่ายได้บริเวณ เต่าทอง หน้าวัดถ้ำเขาเต่า เวลา 16.10 น.
ไม่ใช้ตัวเดียวตามที่ประมาณ 40-50ตัว
ฝรั่งที่โดนกัดเมื่อวานเวลาประมาณนี้เลยจร้า เย็บ 41 เข็ม กระดูกแตกหัก

โพสต์5

ขอให้ลืมตาก่อนพูด ว่าไม่จริงไม่ใช่
และให้เป็นห่วงคนก่อน การท่องเที่ยว หาวีธีจัดการให้ถูกต้องตามหลักการ วิธีทางประมง จะดีกว่า
😰😰😰😰😰😰ค่ำนี้จะรอถ่ายให้ดูอีก ว่าจริงมั้ย

โพสต์6

โปรดเอาความจริงมาพูด อย่าโกหก รอให้คนตาย
มันจะกลายเป็น โศกนาฏกรรม หัวหินจะเงียบกว่านี้
ขอเชิญกรมประมงเข้ามาช่วยดูแลด้วย จร้า
วันนี้ไม่ได้ทำวัตรเพราะต้องการพิสูจน์ความจริงให้ดู
อย่าปกปิดกันเลย คนตายไม่คุ้มนะจ๊ะ
พระครูบุญญาภิราม วัดถ้ำเขาเต่า หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์

โพสต์7

สรุปนะ คุณโยมทั้งหลาย จะเชื่อหรือไม่สุดแต่ใจ แค่ทำหน้าที่พลเมืองดี ส่วนใครจะมีความเห็นอย่างไรก็ว่ากันไป แต่ขอบอกให้หน่วยงานราชการเข้ามาดูด้วย เพราะมันมีมากเกินไป ไม่เป็นอันตรายก็ดีไป แต่ถ้าเป็นอันตรายขึ้นมาจะเป็นเรื่องเศร้า สาธุๆๆ ส่วนใครจะว่าอาตมา ว่าไป จะไม่ตอบแล้ว กรรมใครกรรมมัน อาตมาพูดตามที่เห็น เห็นอย่างไรพูดอย่างนั้น ราตรีสวัสดิ์

ลองอ่านดูมีมั้ย หรือมีคำไหน ประโยคไหนบอกให้ไปฆ่าปลาฉลาด มีแต่เจตนาให้คนปลอดภัย ส่วนโยมจะเข้าใจไปไหน สุดแต่จร้า สาธุๆๆ
ตื่นมาตีสามจะ สรงน้ำทำวัตรเช้า ลองเปิดดู เสียความรู้สึกมากๆ

แดง จิตต์วารินทร์

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนส่งต่อและเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบเป็นการด่วน พร้อมกับตั้งข้อสงสัยว่าทำไม พื้นที่ที่ไม่เคยมีฉลามมาก่อนถึงได้มีฉลามโผล่มาได้ในปัจจุบัน

ฉลาม, ฉลามหัวหิน, ข่าวจังหวัดประตวบคีรีขันธุ์

ปปป.นัด ผอ.พศ. ให้ข้อมูลทุจริตเงินทอนวัดเพิ่ม

ปปป. เผย ส่ง 4 สำนวน กรณีพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัดไปให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบแล้ว พร้อมนัด ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้ข้อมูลเพิ่มเติม 19 เมษายนนี้

จากกรณีกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ป.ป.ป.) ได้รับการร้องทุกข์จาก พันตำรวจตโทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ร้องทุกข์กล่าวโทษคดีทุจริตเงินทอนวัดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 3 แห่ง 4 คดี มีชื่อพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป

พลตำรวจตรีกมล เหรียญราชา ผู้บังคับการ.ปปป. เปิดเผยว่า ได้ส่งสำนวนทั้งหมด 4 สำนวน ซึ่งเป็นกรณีที่มีพระชั้นผู้ใหญ่เกี่ยวข้องทั้งหมด 5 รูป ไปให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) แล้ว เมื่อวันที่ 11 เมษายน ทีผ่านมา ดังนั้นอำนาจการสอบสวนจะอยู่ในความรับผิดชอบของ ป.ป.ช.ที่จะต้องตรวจสอบเรื่องทุจริตต่อไป

ในส่วนของการฟอกเงินจะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) และในวันที่ 19 เมษายนนี้ ได้นัด ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม เรื่องทุจริตเงินทอนวัด ที่จะเป็นคดีใหม่โดยบางประเด็นจะมีการเจาะลึกลงไปถึงงบประมาณในแต่ละวัด ซึ่งไม่เกี่ยวกับ 4 สำนวนที่ส่งไปยัง ป.ป.ช.