คึกคัก! วันไหลบางแสน ทำรถติดยาวนับ 10 กิโลเมตร

เริ่มแล้ว! วันไหลบางแสน ประชาชนและนักท่องเที่ยวแห่ร่วมงานอย่างคับคั่ง รถติดยาวนับ 10 กิโลเมตร

สภาพการจราจรบนถนนสุขุมวิทไปจนถึงถนนหน้าหาดบางแสน ในอำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ระยะทางกว่า 10 กิเลเมตร ติดขัดอย่างหนัก เพราะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมาก ร่วมเล่นน้ำสงกรานต์วันไหลบางแสน ที่เทศบาลเมืองแสนสุข จัดขึ้นที่ชายหาดบางแสน ซึ่งเมื่อวานนี้เป็นวันแรก

นอกจากกิจกรรมสาดน้ำสงกรานต์แล้วยังมีกิจกรรมอีกหลายอย่างที่อยู่ในความสนใจของผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยที่ได้ความสนใจมากเป็นพิเศษคือการแข่งขันก่อกองทราย ซึ่งมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนส่งตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันมากถึง 80 กอง

โดยกิจกรรมแข่งขันก่อเจดีย์ทราย จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ใช้พื้นที่ริมชายหาดบางแสนระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร เป็นสถานที่แข่งขัน และจะมีการตัดสินผู้ชนะในวันพรุ่งนี้ หลังจากนั้นจะจัดแสดงไว้ 7 วัน นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมสรงน้ำพระพุทธรูป รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ

และที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กันคือการชกมวยทะเลที่มีการแข่งขันกันทั้งผู้ชายและผู้หญิง ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมสงกรานต์วันไหลบางแสนได้ จนถึงเวลาเที่ยงคืนวันนี้ (17เม.ย.) แต่มีข้อแม้ว่าต้องแต่งกายสุภาพ ไม่ใช้ดินสอพอง ไม่ใช้ท่อฉีดน้ำแรงดันสูง ไม่พกพาอาวุธ และไม่ดื่มสุรา

แจ้ง 6 ข้อหา แท็กซี่ทิ้งผู้โดยสารริมมอเตอร์เวย์ แถมพยามติดสินบน

ตำรวจจับกุมโชเฟอร์แท็กซี่ ทิ้งผู้โดยสาร ริมถนนมอเตอร์เวย์ พบยาไอซ์ 0.4 กรัม บนรถ ขณะที่ผู้ต้องหาพยามติดสินบน เพื่อแลกกับการปล่อยตัว แต่เจ้าหน้าที่ไม่เล่นด้วย ถูกแจ้ง 6 ข้อหาหนัก

จากกรณีที่มีหญิงสาวโพสต์คลิปวีดีโอระบุว่าเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อให้ไปส่งที่ย่านห้วยขวาง กทม. แต่เมื่อรถออกมาจากสนามบิน คนขับได้เรียกค่าโดยสารจำนวน 500 บาท และไม่กดมิเตอร์ แต่หญิงสาวไม่ยอมจ่ายจึงถูกคนขับปล่อยทิ้งไว้ริมถนนสายมอเตอร์เวย์ โดยคลิปดังกล่าวถูกแชร์อย่างกว้างขวางนั้น

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ประจำสนามบินสุวรรณภูมิ ได้ติดตามและจับกุมตัวผู้ขับขี่พร้อมรถแท็กซี่คันดังกล่าวได้แล้ว ทราบชื่อ คือ นายบุญช่วย พิมพ์นนท์ โดยเจ้าหน้าที่ ได้ตรวจค้นภายในรถพบยาไอซ์ บรรจุในถุงพลาสติกใสจำนวนหนึ่ง พร้อมอุปกรณ์การเสพ

จากการสอบสวนผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่า ยาเสพติดดังกล่าวเป็นของตัวเองจริง แต่ไม่อยากถูกดำเนินคดี พร้อมยื่นข้อเสนอติดสินบนเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท ขณะที่ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวมาสอบปากคำที่กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว

ทั้งนี้ นายบุญช่วย ให้การรับสารภาพว่า ติดยาไอซ์มานานหลายปี ซึ่งซื้อมาในราคาถุงละ 200 บาท วันเกิดเหตุมาส่งผู้โดยสารที่สนามบินสุวรรณภูมิ ระหว่างจะออกรถ มีเพื่อนแท็กซี่มาชักชวนให้ลงมารับผู้โดยสารด้านล่างเนื่องจากรถไม่เพียงพอ ตนจึงลงมา จนรับหญิงสาวคนดังกล่าว หลังจากออกจากสนามบินได้เรียกเก็บค่าโดยสารจำนวน 500 บาทจริง เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาล

โดยผลตรวจสอบเบื้องต้น ได้ดำเนินคดี ใน 6 ข้อหา ประกอบด้วยมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาไอซ์ไว้ในความครอบครองเพื่อเสพโดยผิดกฎหมาย/ เป็นผู้ขับขี่รถสาธารณะเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาไอซ์โดยผิดกฎหมาย/ ไม่ใช่มาตรวัดค่าโดยสาร/ ไม่ส่งคนโดยสาร ณ สถานที่ตกลงกันไว้หรือพาคนโดยสารไปทอดทิ้งระหว่างทาง/ ไม่แสดงบัตรประจำตัวคนขับ /และให้สินบนเจ้าพนักงาน/ ซึ่ง 3 ข้อหาที่เกี่ยวกับกรมการขนส่งทางบกนั้น นายบุญช่วยจะถูกปรับข้อหาละ 1,000 บาท และถูกพักใบอนุญาตขับขี่เป็นเวลา 3 เดือน

สั่งติดป้ายเตือนนักท่องเที่ยว หลังมีคลิปอ้างถูกฉลามกัดที่ หาดทรายน้อย

สั่งติดป้ายเตือนนักท่องเที่ยว หลังมีคลิปอ้างถูกฉลามกัดที่ หาดทรายน้อย เบื้องต้นไม่สามารถยืนยันได้

จากกรณีโลกโซเชี่ยลได้มีการแชร์ภาพนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติซึ่งลงเล่นน้ำที่หาดทรายน้อย หมู่บ้านเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และได้รับบาดเจ็บที่บริเวณขาเป็นแผลขนาดใหญ่มีเลือดไหล ชาวบ้านได้ช่วยกันปฐมพยาบาลและนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยในคลิปดังกล่าวระบุว่า นักท่องเที่ยวรายนี้ถูกฉลามกัด สร้างความตกใจให้กับนักท่องเที่ยว และกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้ว่าจะมีกระแสอีกด้านออกมาให้ความเห็นว่าไม่น่าจะถูกลามกัด นักท่องเที่ยวรายนี้อาจจะถูกหอยเพรียง ที่เกาะอยู่ตามโขดหินบาดขาขณะกระโดดเล่นน้ำก็เป็นไปได้

ล่าสุด นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงพื้นที่หาดทรายน้อย หมู่บ้านเขาเต่า เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และสอบถามข้อมูลจากชาวบ้านและผู้พบเห็นเหตุการณ์ โดยบริเวณที่เกิดเป็นโขดหินด้านทิศเหนือ ซึ่งมีลักษณะเป็นโขดหินยื่นลงทะเล ซึ่งพบว่าบริเวณโขดหินที่น้ำทะเลท่วมถึงจะมีหอยเพรียง หอยนางรม ขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้างเกาะอยู่ที่โขดหิน อีกทั้งบางจุดก็มีตะไคร่เกาะ

นอกจากนี้ยังพบอีกว่า บริเวณโขดหินดังกล่าวน้ำจะลึกกว่าตรงช่วงหาดทราย ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า เหตุการณ์นักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บเกิดช่วงเย็นวานนี้ โดยก่อนหน้านี้ชาวบ้านพบเห็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรายนี้กระโดดน้ำอยู่ตรงโขดหิน 2-3 รอบแล้ว ซึ่งตามปกติแล้ว บริเวณดังกล่าวนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะไม่นิยมไปเล่นน้ำ เนื่องจากมีหอยเพรียงและน้ำลึก แต่จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติบางส่วนจะชอบไปเล่นน้ำตรงโขดหิน เนื่องจากผู้คนไม่พลุกพล่าน สามารถกระโดดน้ำจากโขดหินลงไปในทะเลได้ จนกระทั่งมีนักท่องเที่ยวที่บริเวณชายหาดได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือ เมื่อเข้าไปดูพบว่าที่ขามีบาดแผลเหวอะหวะ มีเลือดไหล จึงเข้าไปช่วยกันนำร่างนักท่องเที่ยวรายนี้ส่งโรงพยาบาล โดยระหว่างช่วยกันพยุงร่างนักท่องเที่ยวระบุว่าถูกปลาทำร้าย จนชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเข้าใจว่าถูกฉลามกัด

จากการสอบถามเบื้องต้น นักท่องเที่ยวรายนี้ระบุว่า กระโดดเล่นน้ำอยู่ จนกระทั่งกระโดดรอบสุดท้าย เมื่อลงไปรู้สึกว่าขาเขาถูกจู่โจมจากสัตว์บางอย่าง ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นสัตว์ หรืออะไร  เมื่อดูที่ขาพบบาดแผลขนาดใหญ่จึงเรียกให้คนแถวนั้นช่วย

ด้าน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่านักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บจากสาเหตุอะไร ในเบื้องต้นได้ประสานงานไปยังกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตำรวจท่องเที่ยว และ เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองหัวหิน ในการร่วมกันเฝ้าระวัง แจ้งเตือนนักท่องเที่ยว ในช่วงระหว่าง 1- 2 สัปดาห์นี้ที่ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัด โดยขอความร่วมมือนักท่องเที่ยว ไม่ลงเล่นน้ำเกินกว่าระยะ 20 เมตร หรือลงเล่นน้ำลึก

พร้อมกันนี้จะติดป้ายเตือนนักท่องเที่ยวเพิ่มการระมัดระวังตัวขณะลงเล่นน้ำ และได้ประสานไปยังกลุ่มประมงเรือเล็ก และเรือบริการนักท่องเที่ยว ช่วยกันตรวจตรา ตรวจสอบสัตว์ที่อาจจะเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยว นอกจากนี้จะมีการจัดเจ้าหน้าที่มีเฝ้าระวัง ดูและรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง

คลิปต้นเรื่อง https://youtu.be/kYwsByfqEps