ประชาชนกลับกรุงเทพฯ หลังกลับภูมิลำเนาฉลองเทศกาลสงกรานต์

ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับจากภูมิลำเนาหลังฉลองเทศกาลสงกรานต์ เพื่อหลีกเลี่ยงสภาพจราจร ที่คาดว่าจะติดขัดในวันพรุ่งนี้ (17 เม.ย.)

วันนี้(16 เม.ย.61) ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (หมอชิต) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับจากภูมิลำเนาหลังฉลองเทศกาลสงกรานต์ เพื่อหลีกเลี่ยงสภาพจราจร ที่คาดว่าจะติดขัดในวันพรุ่งนี้ (17 เม.ย.) แม้จะยังไม่หมดวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ อีกทั้งเพื่อกลับมาเริ่มทำงานหลังผ่านวันหยุดยาว โดย บขส. คาดการณ์ว่า ในเที่ยวกลับนี้ ประชาชนจะทยอยเดินทางตั้งแต่วันนี้ ถึง 18 เม.ย. จึงจัดเที่ยวรถไว้ ประมาณ 6,095 เที่ยว เพิ่มรถเสริมวันละ 1,987 เที่ยว รองรับประชาชนได้ประมาณ 181,547 คนต่อวัน

ด้านกรมการขนส่งทางบกทุกมาตรการอำนวยความสะดวกและปลอดภัย ยืนยันดูแลจนผู้โดยสารคนสุดท้ายถึงที่หมาย จัดพื้นที่ภายในกรมการขนส่งทางบกเป็นสถานีขนส่งผู้โดยสารชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษรองรับผู้โดยสารเดินทางในเที่ยวกลับ ระหว่าง 16-18 เม.ย. 61 เตรียมรถเมล์และแท็กซี่รองรับให้บริการอย่างเพียงพอ เพื่อลดปัญหาจราจรโดยรอบสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ

โดยนายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงความพร้อม “รับคนกลับจากบ้าน” หลังเทศกาลสงกรานต์ อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนจัดพื้นที่ภายในกรมการขนส่งทางบก จตุจักร เป็นสถานีขนส่งผู้โดยสารชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ ระหว่างวันที่ 16-18 เมษายน 2561 สำหรับเป็นจุดส่งผู้โดยสารที่เดินทางมากับรถโดยสารของ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เส้นทางจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่เวลา 04.00-07.00 น.

เพื่อบรรเทาปัญหาจราจรทั้งภายในและภายนอกสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) ประสาน ขสมก. จัดรถโดยสารประจำทางให้บริการรับส่ง และประสานสหกรณ์แท็กซี่ ให้จัดเตรียมรถแท็กซี่รอรับให้บริการประชาชนในวันและเวลาดังกล่าวอย่างเพียงพอ โดยมีผู้ตรวจการขนส่งทางบกอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด

สำหรับมาตรการด้านความปลอดภัย กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.), สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.), ทหาร, ตำรวจ และหน่วยงานท้องถิ่น ตรวจความพร้อมสแกนรถโดยสารทุกคัน ทุกสถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอด 212 แห่งทั่วประเทศต่อเนื่อง เฉพาะวันที่ 15 เมษายน 2561 ตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถจำนวน 19,786 คัน แบ่งเป็นรถโดยสารสาธารณะหมวด 2 (กรุงเทพฯ-ต่างจังหวัดทุกเส้นทาง) จำนวน 9,880 คัน และรถโดยสารสาธารณะหมวด 3 (เส้นทางระหว่างจังหวัด) จำนวน 9,906 คัน พบข้อบกพร่องเกี่ยวกับตัวรถรวม 57 คัน

ในจำนวนนี้ เป็นข้อบกพร่องที่กระทบต่อความปลอดภัย 4 คัน ได้แก่ ไฟเบรกชำรุดสั่งเปลี่ยนรถทันที 1 คัน และดำเนินการพ่นห้ามใช้รถเนื่องจาก GPS ไม่เชื่อมต่อรวม 3 คัน นอกนั้นเป็นความบกพร่องเล็กน้อย สามารถแก้ไขให้อยู่ในสภาพพร้อมให้บริการได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนคันใหม่ ด้านพนักงานขับรถสั่งเปลี่ยนตัวทันทีจำนวน 4 ราย

เนื่องจากตรวจพบระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจและชั่วโมงการทำงานเกินที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้รวม 5 วัน (ตั้งแต่วันที่ 11-15 เมษายน 2561) มีรถโดยสารและพนักงานขับรถผ่านการตรวจความพร้อมแล้วจำนวน 100,425 คัน พบข้อบกพร่องเกี่ยวกับตัวรถรวม 305 คัน สั่งให้เปลี่ยนรถทันที จำนวน 8 คัน และสั่งพ่นห้ามใช้รถจนกว่าแก้ไขและนำเข้าตรวจสภาพกับกรมการขนส่งทางบกรวมจำนวน 16 คัน ด้านพนักงานขับรถสั่งเปลี่ยนตัวแล้ว 5 ราย เปรียบเทียบปรับอีกจำนวน 14 ราย

ในส่วนของผลการตรวจความพร้อมรถโดยสารเช่าเหมา (รถโดยสารไม่ประจำทาง) ระหว่างทางบนเส้นทางหลักใน 16 จังหวัด รวม 19 แห่งทั่วประเทศ รวม 5 วัน (วันที่ 11-15 เมษายน 2561) เรียกรถเข้าตรวจสอบจำนวน 21,680 คัน พบรถบกพร่องจำนวน 126 คัน ในจำนวนนี้พ่นห้ามใช้รถจำนวน 8 คัน

ส่วนใหญ่พบปัญหาเกี่ยวกับเข็มขัดนิรภัยซึ่งใช้งานไม่ได้ในบางที่นั่ง หรือกระจกมีรอยแตกร้าว ด้านพนักงานขับรถพบไม่ปฏิบัติตามระเบียบจำนวน 200 ราย ส่วนใหญ่แต่งกายไม่เรียบร้อย ไม่ลงบันทึกเวลาในสมุดประจำรถ เปรียบเทียบปรับพร้อมแจ้งเตือนผู้ประกอบการ ต้องควบคุมพนักงานขับรถให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัย และเงื่อนไขการเดินรถอย่างเคร่งครัด

สำหรับมาตรการควบคุมติดตามพฤติกรรมการขับขี่ผ่านศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS ทั่วประเทศ ใน 77 เส้นทางบูรณาการเข้มข้นตามที่กระทรวงคมนาคมกำหนด หากพบการกระทำความผิดประสานแจ้งตำรวจทางหลวงให้เข้าสกัดในเส้นทางทันที พบรถโดยสารไม่ปลอดภัย ขับประมาทหวาดเสียว เอาเปรียบผู้โดยสาร แจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน สายด่วน 1584 หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารเฉพาะกิจประจำสถานีขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด

กสทช. เรียก ‘ทรูมูฟ เอช’ แจงปมข้อมูลลูกค้ารั่ว 17 เม.ย. นี้

กสทช. เรียก ทรูมูฟเอช ชี้แจง กรณีทำข้อมูลบัตรประชาชนลูกค้าหลุดจำนวนมาก 17 เม.ย. นี้

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ได้เรียกให้ ทรูมูฟ เอช เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีที่ปรากฏข่าวบนเว็บไซต์ว่า ทำข้อมูลบัตรประชาชนลูกค้าหลุดจำนวนมาก ในวันที่ 17 เมษายน นี้ เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 4 อาคารอำนวยการ สำนักงาน กสทช.

ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 กำหนดไว้ว่า ในเรื่องนี้ผู้กระทำผิดมีโทษตามกฎหมาย หากผู้ประกอบการมีส่วนในความผิดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายและพักใช้ เพิกถอนใบอนุญาต โดย กสทช.เป็นผู้เสียหายตามกฎหมายด้วย

นายฐากร กล่าวว่า ในกรณีนี้หากเป็นการกระทำโดยเจตนา ทรูมูฟ เอช มีความผิดแน่นอน แต่สำนักงานต้องเรียกทรูมูฟ เอช มาให้ข้อมูลก่อนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร จากนั้นสำนักงาน กสทช.จึงจะดำเนินการต่อไป

ขณะที่ ทีมงานไอทรูมาร์ท ซึ่งเป็นบริษัทกลุ่ม TRUE ออกแถลงการณ์ แสดงความเสียใจ และยืนยันว่าได้แก้ไขเหตุการณ์เกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้าแล้ว โดยจะส่งแจ้งเตือนให้ลูกค้าทราบถึงมาตรการในการป้องกันความปลอดภัย หากถูกนำไปใช้ในทางไม่ถูกต้อง

ขณะที่ เว็บไซต์ไทยเซิร์ต รายงานว่า ไนออล เมอร์ริแกน นักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัย ได้รายงานข้อมูลผู้ใช้บริการทรูมูฟ เอช รั่วไหล เป็นไฟล์สแกนสำเนาบัตรประชาชน ใบขับขี่ และพาสปอร์ตของผู้ใช้บริการรวม 46,000 ไฟล์ แต่ยังไม่ยืนยันจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ