อุตุฯ เตือนทั่วไทยระวังพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนองลมแรง

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 12 ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 มีผล 16-18 เมษายน

วันนี้(16 เม.ย.) กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนลักษณะอากาศ บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคตะวันออก จะเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีฟ้าผ่าและลูกเห็บตกบางพื้นที่ ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในวันนี้ จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว คาดว่าจะปกคลุมประเทศไทยตอนบนในวันนี้ ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ทำให้บริเวณดังกล่าวจะเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีฟ้าผ่าและลูกเห็บตกบางพื้นที่

สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 17-19 เมษายน 2561 ทำให้ภาคใต้ มีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังปานกลาง โดยบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ประกาศ ณ วันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2561 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.

หนุ่มวินจยย.ซิ่งแหกโค้งชนคุณลุงวัย 69 ปีเพื่อนร่วมวินดับ

นนทบุรี หนุ่มวินจักรยานยนต์ซิ่งแหกโค้งชนจักรยานยนต์วินเดียวกันคุณลุงวัย 69 ปีดับ
เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 15 เม.ย. 61 ร.ต.อ.ศดิศธรณ์ ตรีรัตนวงศ์ รองสว.(สอบสวน) สภ.บางศรีเมือง  รับแจ้งเหตุจักรยานยนต์ชนกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บบริเวณถนนท่าน้ำวัดโบสถ์  ต.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี  จึงพร้อมด้วยแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มูลนิธิป่อเต็กต็งรีบรุดไปตรวจสอบ
พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน  กกธ-729 นนทบุรี พลิกคว่ำสภาพพังเสียหายทั้งคัน ห่างไปเล็กน้อยพบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อต่อมาคือนายสำรวย แย้มคำ อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89/78 หมู่ 3 ต.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี อาชีพขี่วินจักรยานยนต์ท่าน้ำบางศรีเมือง  นอนเสียชีวิต  ส่วนรถคู่กรณีคือรถจักรยานยนต์ คาวาซากิ ทีแซดอาร์ 150  ซึ่งมีนายประสิทธิ์ ศรีเกษสุข  อาชีพขี่วินจักรยานยนต์วินท่าน้ำบางศรีเมืองที่เดียวกันกับผู้เสียชีวิต เป็นคนขี่พบว่าได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่ง รพ.พระนั่งเกล้า
สอบสวนพยานทราบว่าก่อนเกิดเหตุ  นายประสิทธิ์ ได้ขี่วินจักรยานยนต์มาด้วยประสานงากันอย่างจังจนนายสำรวยเสียชีวิตส่วนนายประสิทธิ์บาดเจ็บสาหัส เบื้องต้นมอบศพให้มูลนิธินำส่งสถาบันนิติเวช ส่วนด้านคดีจะได้สอบสวนหาสาเหตุเพื่อดำเนินการตามกฎหหายต่อไป

นักท่องเที่ยวแห่มุง 2 หนุ่มซัดกันนัว อาศัยโป๊ะท่าเรือแหลมบาลีฮาเป็นเวทีมวยชั่วคราว

โลกโซเชียลเผยคลิป 2 หนุ่มซัดกันนัว อาศัยโป๊ะท่าเรือสปีดโบ๊ตเป็นเวทีชั่วคราว ท่ามกลางสายตานักท่องเที่ยวไทยเทศแห่ชมมวยฟรีกลางสะพานแหลมบาลีฮายพัทยา

เมื่อวันที่ 15 เม.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ “โบ๊ทเตี้ยยย” ได้โพสต์คลิปวิดีโอความยาวประมาน 30 วินาที พร้อมข้อความระบุว่า “แหลมบาลีฮายมีมวยท่าเรือไปเกาะล้าน” ซึ่งในคลิปเป็นภาพเหตุการณ์ชายวัยรุ่นจำนวน 2 คน กำลังชกต่อยกันอยู่บนโป๊ะท่าจอดเรือสปีดโบ๊ต บริเวณท่าเทียบเรือท่องเที่ยว (แหลมบาลีอาย) เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ก่อนที่จะมีเสียงชายคนหนึ่งตะโกนบอกให้ทั้งคู่หยุดต่อยกันแต่ก็ไร้ผล ชายรูปร่างผอมที่ดูอยู่นานจึงเข้าไปห้ามปรามเป็นคนแรก ก่อนที่จะมีชายอีกคนที่อยู่บนเรือสปีดโบ๊ต วิ่งไปเตะก้นทั้งสองคน จนทั้งคู่แยกออกจากกัน

ภายหลังคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบเป็นอย่างมาก เพราะเวทีมวยชั่วคราวซึ่งใช้เป็นสถานที่เปิดศึกดวลกำปั้นกันนั้น เปรียบเสมือนแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองพัทยา เพราะว่าเป็นท่าเทียบเรือขนาดใหญ่ มีเรือโดยสารทั้งขนาดใหญ่และเล็กจอดเทียบท่ารอให้บริการ และยังเป็นท่าจอดเรือโดยสารสายเศรษฐกิจสำคัญ “พัทยา-หัวหิน” ในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางมาใช้บริการวันละหลายพันคน

โดยในช่วงเวลานั้นมีนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านไปมา หยุดยืนดูเหตุการณ์มวยสดจำนวนไม่น้อย อีกทั้งช่วงเช้าในวันเดียวกันนี้ นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผวจ.ชลบุรี เพิ่งจะเดินทางมาตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในศูนย์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยทางน้ำช่วงเทศกาลสงกรานต์ อยู่หยกๆ ผลพวงของเรื่องนี้ทำให้เมืองพัทยาเสื่อมเสียภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะในฐานะที่ทั้งคู่เจ้าบ้าน ดันมาก่อเหตุชกต่อยกันเองในที่สาธารณะ จนเป็นที่อับอายขายหน้าในสายตาของนักท่องเที่ยว.