‘ในหลวงร.10’ โปรดเกล้าฯให้จัดงานพระราชทานเลี้ยงวันคล้ายวันประสูติพระองค์ที

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดงานพระราชทานเลี้ยงเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงเจริญพระชันษา 13 ปี

เมื่อวันที่ 29 เมษายน พุทธศักราช 2561 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดงานพระราชทานเลี้ยงเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงเจริญพระชันษา 13 ปี โดยมีพระสหายมาร่วมในงานพระราชทานเลี้ยงด้วย โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานเค้กวันประสูติ ตกแต่งเป็นภาพรถยนต์พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงตัดเค้กประทานแก่พระสหาย

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ประสูติเมื่อวันที่ 29 เมษายน พุทธศักราช 2548 ณ โรงพยาบาลศิริราช พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชหัตถเลขา ขนานพระนามว่า พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ อันมีความหมายว่า “ผู้ทำประทีป คือปัญญาให้สว่างกระจ่างแจ้ง ผู้ทำเกาะ คือที่พึ่งให้รุ่งเรืองโชติช่วง” และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีพระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่ ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2548

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ สนพระทัยกิจกรรมกีฬา และการออกกำลังพระวรกาย อาทิ กีฬาขี่ม้า สกี ว่ายน้ำ จักรยานและปีนเขา รวมทั้งสนพระทัยศึกษาธรรมะ โดยได้เสด็จไปทรงบำเพ็ญพระกุศลอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ยังทรงเป็นแบบอย่างในการทำกิจกรรมจิตอาสา สนองพระราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย

ล่าระทึกยิ่งกว่าหนังบู๊ พลเมืองดีตามล่ากระบะกระหน่ำ ‘ชนแล้วหนี’

พลเมืองดีและจักรยานยนต์รับจ้างช่วยกันขับรถตามล่ารถกระบะชนรั้วบ้านพังเสียหายแล้วหนี พบมีอาการเมาสุรา

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 30 เม.ย.61 ที่สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ สอบถามถึงกรณีที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊ก “เปเป้ จักรพงศ์” ได้มีการโพสต์ภาพและวิดีโอขณะไล่ติดตามรถยนต์กระบะคันหนึ่งภายในซอยทานสัมฤทธิ์ ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี ที่ผู้ขับขี่ขับรถชนรั้วบ้านหลังหนึ่งเสียหาย จากนั้นได้ขับหลบหนีไปทางซอยติวานนท์ 27 จนสามารถจับตัวผู้ขับขี่รถดังกล่าวได้ โดยอาศัยความร่วมมือจากพลเมืองดีและคนขับจักรยานยนต์รับจ้าง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 เม.ย.61 เวลา 22.10 น.

คลิปดังกล่าวแสดงให้เห็นเหตุการณ์สุดระทึก เป็นภาพขณะที่ชายพลเมืองดี กับคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง ขับรถตามล่ากระบะสีบรอนด์เงินที่ด้านหน้ามีสภาพพังยับ ล้อรถฝั่งคนนั่งด้านซ้ายยางแตก แต่พยายามจะขับต่อไป หลังจากนั้นกระบะได้หยุดรถ โดยพลเมืองดีและจักรยานยนต์รับจ้างได้เข้าไปพูดคุยไกล่เกลี่ย โดยมีชาวบ้านในระแวกนั้นเข้ามาช่วยอีกแรง และพบว่า คนขับกระบะคันนี้มีอาการมึนเมาสุรา

ทั้งนี้พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ เปิดเผยว่าจากกรณีที่ภาพเผยแพร่ในโซเชียลเป็นการชับรถจยย.ติดตามรถกระบะที่เมาแล้วขับชนรั้วบ้านจนเสียหายนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าถึงที่เกิดเหตุทันที และนำตัวผู้ก่อเหตุที่มีลักษณะการเมาสุรามาที่โรงพักมาเป่าวัดแอลกอฮอล์ และได้ตั้งข้อกล่าวหา สอบปากคำรอดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้เหตุการณ์ตามคลิปชี้ให้เห็นว่า น่าจะมีการเฉี่ยวชนหลายที่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงฝากถึงผู้เสียหายให้เข้ามาแจ้งความจากกรณีดังกล่าว ผลการตรวจวัดแอลกอฮอล์หลังเกิดเหตุคือ 249 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ รถคันที่เกิดเหตุคือ รถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ ไททัน สีบรอนซ์ ทะเบียน สฐ2856 กทม. ผู้ขับขี่คือ นายชัชพล วงษ์สุตาล อายุ 24 ปี ตั้งข้อกล่าวหาว่า ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย ขับรถในขณะเมาสุรา และเมื่อมีอุบัติเหตุไม่หยุดแจ้งให้พนักงานทราบ

เกรียนจนได้เรื่อง สั่งปรับ-จำคุก-ยึดใบขับขี่ !! หนุ่มเมาปลิ้นซิ่งเก๋งดำฝ่าสี่แยก

หลังเกิดประเด็นร้อนแรงบนโลกออนไลน์ กรณีมีชายขับรถเก๋งสีดำขับรถฝ่าไฟแดงข้ามทางม้าลาย บริเวณหน้าสี่แยก ม.ขอนแก่น ก่อนจะขับขึ้นมาเกยที่ฟุตปาธกลางถนน ล่าสุดศาลได้สั่งยึดใบอนุญาตขับขี่ของคนขับรถยนต์เก๋งโตโยต้า อัลติส สีดำ คันดังกล่าวเป็นเวลา 6 เดือน ปรับ 6,000 บาท และจำคุก 3 เดือนแต่ให้รอลงอาญา 1 ปี

เหตุการณ์ขณะรถเก๋งสีดำฝ่าสัญญาณไฟจราจรบริเวณสามแยกถนนมิตรภาพ ประตูมอดินแดง มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก่อนไปปีนจอดนิ่งบนฟุตปาธ เมื่อเวลา 06.33 น. วันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา โดยเฟซบุ๊กเพจ กัมพล ทีวี และ กลุ่มขอนแก่นมีด่านบอกด้วยได้เผยแพร่เรื่องราวดังกล่าวและมีการแชร์ต่อออกไปอย่างกว้างขวาง

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ย่อยมหาวิทยาลัยขอนแก่น ตรวจสอบพบว่า คนขับรถอยู่ในอาการเมา มีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 130 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงได้แจ้งข้อหาขับรถประมาทและเมาแล้วขับ โดยได้ปรับ 1,000 บาท สำหรับข้อหาขับรถประมาท ส่วนข้อหาเมาแล้วขับได้ส่งฟ้องศาลเมื่อช่วงเช้าวันที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมาโดยศาลสั่งยึดใบอนุญาตขับขี่ 6 เดือน ปรับ 6,000 บาท จำคุก 3 เดือนแต่ให้รอลงอาญา 1 ปี

อย่างไรก็ตามแม้จะไม่มีคู่กรณี แต่เจ้าหน้าที่ระบุว่า การกระทำของคนขับรถคันนี้ เป็นการขับรถโดยประมาท จึงได้แจ้งข้อหา ขับรถขณะเมาสุรา และ ขับรถประมาทหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน