อุทยานฯแจง พื้นที่ก่อสร้างบ้านพักตุลาการ อยู่นอกแนวเขตอุทยานแห่งชาติสุเทพ-ปุย

อุทยานฯแจง พื้นที่ก่อสร้างบ้านพักตุลาการอยู่นอกแนวเขตอุทยานแห่งชาติสุเทพ-ปุย ย้ำไม่ได้มีการเพิกถอนพื้นที่เพื่อให้มีการก่อสร้างแต่อย่างใด

นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยถึงกรณี มีการเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับพื้นที่ก่อสร้างบ้านพักตุลาการว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ มีการเพิกถอนพื้นที่ดังกล่าวเพื่อนำไปสร้างบ้านพักตุลาการหรือไม่

ทางกรมอุทยานฯ ขอยืนยันว่าไม่ได้มีการออกประกาศในพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เพื่อนำพื้นที่ไปก่อสร้างบ้านพักตุลาการแต่อย่างใด โดยก่อนหน้านี้เมื่อ ปี พ.ศ 2492 มีพรฏ. กำหนดเขตที่ดินหวงห้าม ไว้เพื่อใช้ประโยชน์แห่งกรมป่าไม้ ต่อมาในปี พ.ศ. 2507 ได้มีกฎกระทรวงกำหนดให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยสุเทพ ก่อนจะมี พรฏ.กำหนดบริเวณที่ดินป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยสุเทพ ให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ตาม พรบ. อุทยานแห่งชาติ 2504

โดยมีพื้นที่ทับซ้อนกับบริเวณที่หน่วยงานราชการต่างๆ ได้ขออนุญาตใช้ประโยชน์อยู่ก่อนแล้วในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ต่อมาในปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมาได้มี พรฏ.เพิกถอนบริเวณที่หน่วยงานราชการขอใช้ประโยชน์อยู่เดิมออกจากเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จำนวน 9 หน่วยงาน ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) โครงการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี สำนักงานพิงคนคร (องค์การมหาชน) มูลนิธิโครงการหลวง ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวเชียงใหม่ กรมการข้าว ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ จ.เชียงใหม่ สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 จ.เชียงใหม่ ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านการอารักขาพืช จ.เชียงใหม่ สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (วัดดอยปุย) ซึ่งสาเหตุที่ต้องมีการเพิกถอนพื้นที่ดังกล่าวออกจากเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เนื่องจากบริเวณที่หน่วยงานราชการใช้ประโยชน์อยู่ก่อนแล้ว ขัดกับแนวทางการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ โดยการเพิกถอนเขตอุทยานแห่งชาติ(บางส่วน)ครั้งนี้ ไม่ได้รวมกับบริเวณบ้านพักตุลาการซึ่งอยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาติมาแต่เดิมแล้ว

และเมื่อตรวจสอบความเป็นมาของบริเวณสถานที่ก่อสร้างบ้านพักตุลาการ พบว่าเมื่อปี พ.ศ. 2483 ได้มี พรฏ.กำหนดเขตหวงห้ามที่ดินในท้องที่อำเภอแม่ริมไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในราชการทหาร จากนั้นเมื่อปี พ.ศ 2500 มีการนำที่ดินดังกล่าวขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุ ระบุว่าเป็นการใช้ในราชการกระทรวงกลาโหม และมีการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (นสล.) ให้อยู่ในความควบคุมดูแลของกรมธนารักษ์เนื้อที่ 23,787-2-37 ไร่ ต่อมาในปี พ.ศ. 2540 ได้เริ่มมีการขอใช้พื้นที่ราชพัสดุเพื่อก่อสร้างบ้านพักศาลและอาคารที่ทำการ

โดยสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 5 และมีการอนุญาตจากกรมธนารักษ์ให้ใช้พื้นที่ในปี พ.ศ. 2547 เนื้อที่ 147-3-30 ไร่ โดยเริ่มมีการก่อสร้างในปี พ.ศ.2557 จนถึงปัจจุบัน ซึ่ง ทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ มีแผนที่แสดงแนวเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย กับพื้นที่ก่อสร้างบ้านพักตุลาการซึ่งอยู่นอกแนวเขตอุทยานฯ มาตั้งแต่เริ่มต้นอย่างชัดเจน และขอยืนยันว่าพื้นที่ก่อสร้างอาคารบ้านพักตุลาการไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการเพิกถอนเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย แต่ประการใด อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าว

ไฟไหม้รถยนต์ บนถนนสาย หล่มสัก-ชุมแพ พบรถติดแก๊ส LPG

ชุดกู้ภัยอุทยานฯ น้ำหนาว เร่งเข้าระงับเหตุไฟไหม้รถยนต์ และช่วยเหลือประชาชน บนถนนสาย หล่มสัก-ชุมแพ

แฟนเพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยว่า วันที่ 14 เมษายน 2561 ว่าที่ร้อยโทอุทัย ชาญสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว รายงานว่า เมื่อเวลา 12:20 น. มีเหตุไฟไหม้รถยนต์บนถนน หล่มสัก – ชุมแพ (ทางหลวงหมายเลข 12 ) เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอหล่มสัก ระหว่างกิโลเมตรที่ 423-424 รถที่เกิดเหตุไฟไหม้เป็นรถยี่ห้อ มาสด้า รุ่น DT50 ผู้ขับขี่ได้แก่ นายสิทธิเดช แก้วเพิ่มทรัพย์ อายุ 39 ปี ชาว ต.ปากช่อง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ มีผู้โดยสารจำนวน 4 คน โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่รถเสียหายทั้งคัน

ทราบว่า รถคันดังกล่าวได้เปลี่ยนระบบเชื้อเพลิงเป็นแก๊ส LPG ส่วนสาเหตุอาจจะเกิดจากอากาศที่ร้อนจัดก็เป็นได้ หลังเกิดเหตุอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ได้จัดชุดกู้ชีพ กู้ภัยฉุกเฉิน เต็มชุด พร้อมรถยนต์กู้ชีพกูภัย ทางราชการ ออกร่วม ช่วยเหลือ จัดรถยนต์ทางราชการของ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รถยนต์บรรทุกน้ำขนาด 6,000 ลิตร ออกร่วมดับเพลิง ไม่มีผู้บาดเจ็บแต่อย่างใด และสามารถระงับเหตุได้ทันท่วงที

ขอบคุณภาพจาก แฟนเพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ตำรวจเอาจริง! จ่อดำเนินคดีกับผู้โพสต์คลิป อ้างถูกจับเป่าแอลกอฮอล์หน้าบ้าน

สภ.น้ำยืน เตรียมจะดำเนินคดีกับผู้ที่โพสต์หรือแชร์ข้อความที่บิดเบือนข้อเท็จจริง คลิปอ้างถูกจับเป่าแอลกอฮอล์หน้าบ้าน

หลังจากโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิป กลุ่มวัยรุ่น จ.อุบลราชธานี กล่าวหาว่าตำรวจจับเป่าแอลกอฮอล์หน้าบ้าน จนทำให้ชาวเน็ตและแฟนเพจต่างๆ พากันนำคลิปไปแชร์ต่อ จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์

ต่อมาทางด้าน แฟนเพจ อุบลวันนี้ หนึ่งในเพจที่แชร์คลิปดังกล่าวได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า กรณีทางเพจอุบลวันนี้ได้แชร์คลิปและมีการแชร์กันในหมู่ประชาชนซึ่งไม่ทราบเหตุการณ์ข้อเท็จจริงและมีการด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปฎิบัติหน้าที่ ติดตามจับกุมผู้ขับขี่ในขณะที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายที่กฎหมายกำหนด มิใช่เป็นกรณีไปจับกุมผู้ดื่มสุราที่บ้าน ซึ่งทางเพจได้ลบโพสต์และขอแสดงความรับผิดชอบ ขออภัยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.น้ำยืน และประชาชนที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

เรื่องดังกล่าได้รับการตรวจสอบจนแน่ชัดแล้วว่า ไม่เป็นจริงอย่างที่ผู้โพสต์กล่าวอ้าง โดย ศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร. เผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.น้ำยืน ชี้แจงไปยังเพจ “อุบลวันนี้” กรณีกลุ่มวัยรุ่นโพสต์คลิปกล่าวหาว่าตำรวจจับเป่าแอลกอฮอล์หน้าบ้าน ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด โปรดหยุดแชร์เพราะทาง สภ.น้ำยืน เตรียมจะดำเนินคดีกับผู้ที่โพสต์หรือแชร์ข้อความที่บิดเบือนข้อเท็จจริง

อ้างถูกจับเป่าแอลกอฮอล์หน้าบ้าน