คุมตัว ‘ไอ้อ๊อฟ’ มือมีดฆ่าชิงทรัพย์ในห้องน้ำห้างดังทำแผน หวิดรุมประชาทัณฑ์

ตำรวจชุมพร คุมตัว ‘ไอ้อ๊อฟ’ มือมีดฆ่าชิงทรัพย์สาวใหญ่เศรษฐีนี คาห้องน้ำห้างดัง หวิดถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์

จากกรณีที่ นายรณกร หรือ อ๊อฟ ศุภมงคลเลิศ อายุ 26 ปี ได้ก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์ นางทัศนีย์ หรือ แอ๋ว ไชยศรี อายุ 56 ปี จนเสียชีวิตในห้องน้ำคนพิการของห้างเทสโก้โลตัว สาขาชุมพร ก่อนกระชากสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาทและกระเป๋าสะพายของผู้ตายที่มีเงินสดจำนวนหนึ่งหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 11 เมษายน 2561 หลังจากนั้น นายรณกรก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้ในที่สุดไป

เมื่อเวลา 08.45 น.วันที่ 14 เมษายน 2561 ที่ห้างเทสโก้โลตัส สาขาชุมพร ถนนชุมพร-ปฐมพร ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร นายณรงค์ พลละเอียด ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วย พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จว.ชุมพร พ.ต.อ.เสริมศักดิ์ พ่วงพิศ ผกก.สส.ภ.จว.ชุมพร พ.ต.อ.ธงชัย นุ้ยเจริญ ผกก.สภ.เมืองชุมพร เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.ชุมพร เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองชุมพร พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) ภ.จว.ชุมพรนับร้อยนาย ร่วมกันนำตัวนายรณกรไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ โดยมีบรรดาญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตและประชาชนประมาณ 300 คน มารอดูหน้าคนร้ายอยู่หน้าห้าง

การทำแผนเริ่มจากนายรณกรพบนางทัศนีย์หน้าบันไดเลื่อนทางขึ้นชั้น 2 ของห้าง แล้วสังเกตเห็นนางทัศนีย์สวมสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาทจึงเดินตามมาด้านหลัง เมื่อเห็นนางทัศนีย์เดินไปเข้าห้องน้ำหญิงซึ่งต้องผ่านห้องน้ำคนพิการที่เป็นจุดลับตาคน นายรณกรได้เปิดประตูห้องน้ำคนพิการแล้วลากตัวนางทัศนีย์เข้าไปในห้อง แล้วล็อกประตูและเปิดไฟในห้อง ก่อนพยายามกระชากสร้อยคอของนางทัศนีย์ แต่นางทัศนีย์ขัดขืน นายรณกรจึงควักมีดปอกผลไม้ออกมาจ้วงแทงที่ลำตัวและราวนมซ้ายนางทัศนีย์

แต่มีพนักงานทำความสะอาดของห้างมาเคาะประตู นายรณกรจึงถอดกางเกงขาสั้นของผู้ตายออกมาคลุมศีรษะ แล้วกระชากสร้อยคอพร้อมดึงกระเป๋าสะพายของผู้ตายที่มีเงินสดจำนวนหนึ่ง ก่อนเปิดประตูห้องน้ำวิ่งหนีไปทางประตูหน้า โดยถอดกางเกงของผู้ตายที่คลุมศีรษะอยู่โยนทิ้งไว้หน้าธนาคารกรุงเทพฯ ภายในห้าง แล้ววิ่งออกไปพบรถจักรยานยนต์ที่จอดเสียบกุญแจคาไว้ริมถนนสายชุมพร-ปฐมพร จึงขโมยรถขับหลบหนีไป หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพยานหลักฐานต่างๆ จนทราบว่าคนร้ายคือนายรณกร จึงขออนุมัติออกหมายจับ และมารดาของนายรณกรได้นำตัวบุตรชายเข้ามอบตัวในคืนวันเดียวกัน

นายภานุวัฒน์ ชินใย อายุ 37 ปี บุตรชายของนางทัศนีย์ที่มาเฝ้าดูการทำแผนอยู่ด้วย ให้สัมภาษณ์ในสภาพน้ำตาคลอเบ้าว่า ครอบครัวของตนมีอยู่ 4 คนพ่อ แม่ ลูก ตนทำงานเป็นพนักงานปะยางอยู่บริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ส่วนมารดาก็อยู่กับพ่อและน้องสาวคือ นางสาวธนิตตา ชินใย ที่ ต.ปากตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร ทุกปีในช่วงสงกรานต์ตนจะกลับมากราบเท้าพ่อกับแม่ ซึ่งแม่จะทำอาหารกินกันในครอบครัว

วันเกิดเหตุทราบว่าแม่กำลังไปเลือกซื้อวัตถุดิบที่ห้างเทสโก้โลตัสมาทำอาหารเพื่อต้อนรับตน ไม่คิดว่าแม่จะต้องมาจบชีวิตเช่นนี้ ตนอยากถามว่า นายรณกรก็มีพ่อมีแม่ หากมีใครมาฆ่าพ่อแม่ของนายรณกรบ้างจะรู้สึกอย่างไร ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่สามารถคลี่คลายคดีจนจับคนร้ายได้ในเวลารวดเร็ว พร้อมอยากฝากถึงห้างทุกห้างว่า ควรมีมาตรการรักษาความปลอดภัยในจุดเสี่ยงต่างๆ ให้มากกว่านี้ ส่วนคนที่ต้องการออกไปซื้อของตามห้างก็ไม่ควรประมาท ไม่ว่าจะเป็นผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก หรือคนชรา เพราะเหตุการณ์เช่นนี้อาจเกิดกับเราได้ตลอดเวลา

ข่าวแจ้งว่า หลังทำแผนประมาณ 30 นาที เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหาออกมาขึ้นรถตำรวจที่จอดอยู่หน้าห้าง แต่เกือบเกิดเหตุรุมประชาทัณฑ์โดยกลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่ง ทำให้เจ้าหน้าที่ นปพ.ต้องรับเข้าสกัดกั้น แล้วรีบนำตัวนายรณกรออกจากห้างไปทำแผนในจุดอื่นๆ ทันที

คณาจารย์ มรภ.เชียงใหม่ แถลงเรียกร้องคืนป่า จี้รื้อถอนบ้านตุลาการ

สภาคณาจารย์และข้าราชการมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ ออกแถลงการณ์ ไม่เห็นด้วยโครงการก่อสร้างบ้านพักตุลาการ เรียกร้องให้รืื้อถอนออกจากพื้นที่ป่า

สภาคณาจารย์และข้าราชการมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า จากการดำเนินการโครงการบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ ใช้ที่ดินเนื้อที่รวม 147-3-41 ไร่เพื่อก่อสร้างอาครที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 และบ้านพักข้าราชการฝ่ายตุลลาการนั้นสภาคณาจารย์และข้าราชการมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ ในฐานะองค์กรด้านวิชาการให้การศึกษา ถ่ายทอดความรู้ ให้ข้อแสนอแนะแนวทางที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาสังคม และวัฒนธรรม และมาตรา50 แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ระบุให้บุคคลหน้าที่ (8) ร่วมมือและสนับสนุนการอนุรักษ์และคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งมรดกทางวัฒนธรรม จึงบไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างเฉพาะโครงการบ้านพักตุลาการ และอาคารชุดข้าราชการตุลาการในพื้นที่ป่าเชิงดอยสุเทพ โดยมีเหตุผลดังนี้

1.พื้นที่การก่อสร้างลุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ป่าที่มีลักษณะสมบูรณ์มาก มีการถมลำห้วยน้อยใหญ่เดิม ซึ่งจะทำให้เปลี่ยนทิศทางเดินของน้ำได้ กระทบกับสภาพสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ รวมถึงจะทำลายระบบความหลากหลายชีวภาพของป่าที่อุดมสมบูรณ์ และบริเวณดังกล่าวเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร อีกทั้งยังมีอ่างน้ำที่เป็นแหล่งแหล่งผลิตน้ำกินน้ำใช้ของชาวเชียงใหม่ จะได้รับผลบกระทบจ่กน้ำเสีย น้ำปนเปื้อนที่มาจากการใช้ของผู้อย่อาศัยในบ้านพักและอาคารชุดต่างๆได้

2.ในพื้นที่ป่าดังกล่าวและบริเวณใกล้เคียงเป็นพื้นที่เชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรมของชาวเชียงใหม่มาอย่างยาวนาน มีลักษณะ หรือแหล่งที่มีความงดงามทางธรรมชาติ ระบบนิเวศที่มีสภาพทางธรรมชาติ แม่น้ำ ภูเขา น้ำตก สภาพทิวทัศน์ของป่าเบญจพรรณที่อุมดมสมบูรณ์พืชนานาชนิด และเป็นแหล่งรวมความผสมผสานระหว่างธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ยั่งยืน

3.การสร้างบ้านพักในพื้นที่ป่าเชิงดอยสุเทพ เป็นทัศนียภาพอุจาด และเป็นรสนิยมในการเข้าไปอยู่ในป่าที่ไม่พึงประสงค์ที่อาจจะมีการเอาอย่าง และกระทบต่อความรู้สึกของชาวเชียงใหม่เป็นอย่างมาก อีกทั้งเป็นการทำลายคุณค่าของสิ่งแวดล้อมทางธรามชาติ วิถีชีวิต และขัดต่อความเชื่อขึดหลวงของชาวล้านนา

ด้วยเหตุผลดังกล่าว สภาคณาจารย์และข้าราชการมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ จึงไม่เห็นด้วยต่อการสร้างบ้านพักตุลาการในพื้นที่ป่าเชิงดอยสุเทพ และโปรดคืนผืนป่าโดยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ป่าดังกล่าวโดยเร็ว

ระทึก! ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่า ยิงต่อสู้ จนท.เจ็บ 1 ก่อนวิสามัญฆาตกรรมดับ

ตำรวจวิสามัญฆาตกรรม ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีพยายามฆ่าผู้อื่น เสียชีวิต 1 คน ขณะตำรวจเข้าทำการปิดล้อม คนร้ายยิงต่อสู้ตำรวจเจ็บ 1 นาย

วานนี้(13 เม.ย.) เวลา 19.40 น. ที่สวนยางพารา บ้านห้วยเหรียง หมู่ที่ 3 ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมือง จ.ตรัง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าทำการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดีพยายามฆ่าผู้อื่น เหตุเกิดที่ สภ.ห้วยยอด ตามหมายจับศาลจังหวัดตรัง เมื่อเจ้าหน้าที่ทราบว่า นายสราวุฒิ ทองย้อย อายุ 27 ปี มีภูมิลำเนา หมู่ที่ 3 ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมือง จ.ตรัง อยู่ที่บ้าน จึงได้ออกติดตามจนเจอตัวเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการจับกุมตามหมายจับ นายสราวุฒิ ไหวตัวทันชักอาวุธปืนขนาด .38 ที่พกติดตัวยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจไป 1 นัด กระสุนถูก ร.ต.อ.กฤษฎา ดำเกาะ รองสารวัตร สภ.ห้วยยอด ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหลัง ก่อนที่นายสราวุฒิ จะวิ่งหนี จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงไล่ตามยิงนายสราวุฒิ เสียชีวิต

จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า ผู้ต้องหาดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ได้สืบติดตามตัวตามคดีหมายจับพยายามฆ่าผู้อื่น คดีในพื้นที่ สภ.ห้วยยอด และทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามตัวผู้ต้องหาดังกล่าวตามพื้นที่ที่สายสืบได้แจ้งมาว่าพบเจอตัวที่ ต.หนองตรุด และได้สืบมาจนถึงที่เกิดเหตุดังกล่าว จึงได้ทำการปิดล้อมจับกุม โดยนายสราวุฒิ หรือ ป๊อบ ผู้ต้องหาได้ขับรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟสีดำขาว ป้ายทะเบียน ขพว154 ตรัง เพื่อที่จะมาสังสรรค์วันสงกรานต์กับเพื่อน แต่เห็นท่าไม่ดีว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการปิดล้อม จึงได้รีบวิ่งหนีเข้าไปในป่าสวนยางห่างจากบ้านเพื่อน ประมาณ 300 เมตร

ทางเจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจค้นจนพบโทรศัพท์ตกอยู่ จึงจัดกำลังเฝ้าในบริเวณดังกล่าว แต่นายศราวุธหรือป๊อบ ได้ใช้อาวุธปืน คาดว่าเป็นอาวุธปืน.38 ยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจทันที ทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 นาย ทราบชื่อ ร.ต.อ.กฤษฎา ดำเกาะ รอง สว.สส.สภ.ห้วยยอด ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณด้านหลัง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยิงสวนเข้าไปจนเป็นเหตุให้เกิดการวิสามัญดังกล่าว ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ ทางเจ้าหน้าที่รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่ปิดกั้นไม่ให้ ผู้สื่อข่าวเข้าไปทำข่าวและบันทึกภาพ เพราะตำรวจอ้างกลัวจะมีระเบิดชนิดสังหารติดตัวผู้ตาย จึงรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ EOD มาทำการตรวจสอบวัตถุระเบิดเสียก่อน อีกทั้งรอแพทย์จากโรงพยาบาลและพนักงานอัยการ มาในที่เกิดเหตุเพื่อทำการชันสูตรพลิกศพผู้ตายต่อไป ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่านายสราวุฒิ มีอาวุธปืนพก และยาเสพติดเป็นยาบ้า

จากนั้นพล.ต.ต.สมพงษ์ ทองใบ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองเจ้าของพื้นที่ ได้เข้ามายังที่เกิดเหตุ เพื่อเก็บหลักฐานและเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุพร้อมกับชันสูตรพลิกศพผู้ต้องหา ซึ่งใช้เวลาร่วม 4 ชั่วโมง ในการเก็บหลักฐานและรีบนำศพขึ้นรถหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรังออกจากพื้นที่ทันที เพื่อส่งไปชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่จากเหตุการณ์ดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดแก่ผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด ในขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวร่วมแห่มุงดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก และตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น