ดุสิตโพล เผยประชาชน 58.60% มองเลือกตั้ง ปี 62 มีตัวเลือกพรรคหลากหลาย
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,168 คน ระหว่างวันที่ 24-28 เมษายน 2561 เกี่ยวกับพฤติกรรมการเมืองของคนไทย โดยการตัดสินใจเลือกของประชาชน กรณี “พรรคการเมือง” และ “ตัวผู้สมัคร ส.ส.” เมื่อเปรียบเทียบการพิจารณาตัดสินใจเลือกผู้สมัคร ส.ส. ระหว่างการเลือกตั้งที่ผ่านมา กับ การเลือกตั้งที่คาดว่า จะมีขึ้นในต้นปีหน้า พบว่า กรณี “พรรคการเมือง” ประชาชนร้อยละ 58.60 มีการพิจารณาที่เปลี่ยนไปจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆ มา คือ มีพรรคการเมืองหลากหลาย มีตัวเลือกให้พิจารณามากขึ้น มีความตั้งใจอยากจะไปเลือกตั้ง ฯลฯ และร้อยละ 41.40 พิจารณาเหมือนเดิม เพราะ เลือกตามความชอบ มีพรรคใหญ่ไม่กี่พรรค คงไม่มีอะไรแตกต่างจากเดิม ฯลฯ
ส่วนกรณี “ตัวผู้สมัคร ส.ส.” ร้อยละ 55.04 การพิจารณาที่เปลี่ยนไปจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆมา คือ มีตัวเลือกใหม่ มี ส.ส. ที่เป็นคนรุ่นใหม่ จะพิจารณาจากความรู้ความสามารถ อยากเห็นบ้านเมืองเปลี่ยนแปลง ฯลฯ และร้อยละ 44.96 พิจารณาเหมือนเดิม เพราะ ผู้สมัครเป็นคนกลุ่มเดิม พิจารณาจากคนในพื้นที่ คนที่ชอบ ฯลฯ
ทั้งนี้ หัวข้อ การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปี 2562 ประชาชนคิดว่าจะทำให้สภาพการเมืองเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะใด ประชาชน ร้อยละ 45.03 มองว่า เหมือนเดิม เพราะ ได้พรรคเดิม ๆ เข้ามาทำงาน เป็นการเมืองแบบเก่า แบ่งฝ่ายกันเหมือนเดิม ทำเพื่อตนเองและพวกพ้องฯลฯ และร้อยละ 42.93 มองว่า ดีขึ้น เพราะ บ้านเมืองจะได้เป็นประชาธิปไตย ได้รับการยอมรับจากต่างชาติ ประชาชนได้มีสิทธิมีเสียง มีนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ฯลฯ ขณะที่ ร้อยละ 12.04 เห็นว่า แย่ลง เพราะ เกิดความขัดแย้ง มีคนที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ อาจมีการชุมนุมเคลื่อนไหว บ้านเมืองไม่สงบ ฯลฯ
สำหรับสิ่งที่ประชาชนอยากบอก “นักการเมืองไทย” ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งในปีหน้า คือ ร้อยละ 54.85 เป็นคนดี มีคุณธรรม ซื่อสัตย์ ไม่คดโกง ร้อยละ 42.83 เน้นพัฒนาเศรษฐกิจ ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ขณะที่ร้อยละ 17.93 มีวิสัยทัศน์ แนวคิดทันสมัย พัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า และร้อยละ 10.76 ขอให้แข่งขันด้วยความยุติธรรม ไม่โจมตีกันไปมา