หวิดโศกนาฏกรรม! สิบล้อ 2 คัน เฉี่ยวชนกันกลางถนน ก่อนสิบล้ออีกคันเสียหลัก พุ่งชนระนาว

สิบล้อ 2 คัน เฉี่ยวชนกันกลางถนน ก่อนสิบล้ออีกคันเสียหลักพุ่งชนระนาว เก๋ง และ จยย.นับสิบคันริมถนน ก่อนสิบล้อเสียหลักพุ่งเสียบเข้าบ้านชาวบ้านกระโดดหนีตายรอดหวุดหวิด

วันนี้(28 เม.ย. 61) ร.ต.อ.เตชภณ ผลเกลี้ยง รอง สว.(สอบสวน) สภ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุรถรถบรรทุกดิน 10 ล้อ 2 คันเฉี่ยวชนกัน และสิบล้ออีกคัน ได้เสียหลักไปชนรถยนต์เก๋งและรถจยย.ที่จอดริมถนนได้รับความเสียหายจำนวนหลายคันและรถบรรทุกสิบล้อยังได้เสียหลักพุ่งชนเข้าไปในบ้านของชาวบ้านริมถนนได้รับความเสียหายเกือบทั้งหลัง ที่บ้านเลขที่ 200/2 ริมถนนสายนาเหรง-นบพิตำ หมู่บ้านควนสวนปัด หมู่ 6 ต.นบพิตำ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งแล้วจึงพร้อมด้วยกำลังตำรวจและจนท.มูลนิธิต่างๆในพื้นที่ อ.นบพิตำและพื้นที่ใกล้เคียง รุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบซากรถบรรทุกดินสิบล้อยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน ได้เสียหลักพุ่งชนหัวรถบรรทุกสิบล้อมุด เข้าไปในบ้านดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียว และเป็นร้านค้าขายของชำจนพังเกือบทั้งหลัง โดยพบร่างคนขับรถบรรทุกสิบล้อคันดังกล่าวชื่อ นายสุวรรณ หีดน้อย อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/7 หมู่ 3 ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ถูกซากรถสิบล้ออัดติดอยู่ในรถไม่สามารถออกมาได้ ซึ่ง จนท.หน่วยกู้ภัยมูลนิธิใต้เต๊กตึ้ง ได้ระดมใช้เครื่องตัดถ่างงัดซากประตูรถสิบล้อ ก่อนนำร่างคนขับสิบล้อออกมาได้อย่างปลอดภัย ก่อนนำส่ง รพ.นบพิตำ ซึ่งนายสุวรรณ ได้รับบาดเจ็บที่ขาและแขนถลอก ซึ่งแพทย์ได้ทำการรักษาและได้อนุญาตให้กลับบ้านแล้ว

โดยในที่เกิดเหตุหน้าบ้านที่เกิดเหตุ จนท.ยังพบซากรถรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้าสีดำ ทะเบียน กล-3054นศ.สภาพถูกจนด้านท้ายยุบจอดอยู่จำนวน 1 คัน และพบกองซากรถจยย.ยี่ห้อต่างๆ จำนวนอีกประมาณ 10 คันถูกชนล้มระเนระนาดเกลื่อนบริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุ โดยพบมีรถจยย.1 คันติดอยู่ใต้รถบรรทุกดิน 10 ล้อ จำนวน 1 คัน และบนถนน จนท.ยังพบรถบรรทุกสิบล้ออีกคัน ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 82-3449 นศ.สภาพรถด้านหน้าพังยุบเสียหายจอดอยู่กลางถนน 1 คัน ซึ่งในที่เกิดเหตุพบผู้เจ็บเพียงเล็กน้อยอีกจำนวนนับสิบคนเนื่องจากวิ่งกระโดดหลบหนีรถบรรทุกสิบล้อจนหกล้มได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ซึ่งจนท.ได้ทำบาดแผลก่อนให้กลับบ้านได้ไม่ต้องไป รพ.แต่อย่างใด

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ที่บริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุนางอุไร เชตุวรรณสิทธิ์ อายุ 52ปี เจ้าของบ้ทนที่เกิดเหตุ กำลังเตรียมจัดงานศพลูกชายคนหนึ่งที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในพื้นที่ จ.สงขลาและญาติกำลังไปรับศพลูกชายมาบำเพ็ญกุศลศพที่บ้านที่เกิดเหตุดังกล่าว โดยมีญาติๆและเพื่อนบ้านจำนวนมากทั้งขี่รถจยย.และรถยนต์เก๋งมาช่วยเตรียมช่วยเหลืองานศพจนแน่นบ้าน โดยขณะเกิดเหตุขณะที่รถบรรทุกสิบล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน82-3449 นศ.กำลังถอยหลังรถ เพื่อเททรายท้ายรถปรับพื้นที่เตรียมจัดงานศพ โดยมีหัวรถบรรทุกสิบล้อได้จอดกินเลนไปกลางถนน

ต่อมาได้มีรถบรรทุกสิบล้อยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 89-7212 นศ.ซึ่งมีนายสุวรรณ หีดน้อย ขับแล่นผ่านมาด้วยความเร็วได้เสียหลักเฉี่ยวชนหัวรถบรรทุก10ล้อคันดังกล่าว ทำให้รถบรรทุกสิบล้อเสียหลักลงข้างทางพุ่งไปเฉี่ยวชนรถยนต์เก๋ง และรถจยย.ระนาวจำนวนนับสิบคันที่จอดหน้าบ้าน

ก่อนเสียหลักพุ่งไปชนเข้าไปในบ้านดังกล่าว ทำให้คนที่นั่งในบ้านนับสิบคนตกใจกระโดดวิ่งหลบหนีรอดตายหวุดหวิดหกล้มได้รับบาดเจ็บคนละเล็กน้อยดังกล่าว ซึ่งทำให้นายุสวรรณ คนขับ 10 ล้อ ถูกอัดติดคารถ ก่อนที่ จนท.จะช่วยเหลืองัดร่าง ส่ง รพ.นบพิตำ อาการปลอดภัยดังกล่าว

ป้ายทะเบียนรถมากกว่า 30 ป้าย ลอยเกลื่อนถนนใน อ.ศรีราชา หลังฝนถล่มหนักหลายชั่วโมง

ชาวบ้านตำบลบึง จังหวัลชลบุรี พบป้ายทะเบียนรถมากกว่า 30 ป้าย ลอยเกลื่อนถนน หลังฝนถล่มหนักในพื้นที่หลายชั่วโมง 

วันนี้(28 เม.ย.) เวลา 18.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับแจ้งจากนางจิดาภา เกิดผล สมาชิกสภาเทศบาลนครแหลมฉบัง ว่าพบป้ายทะเบียนรถกว่า 30 ป้ายทะเบียนรถหลุดลอยตามน้ำมา บริเวณพื้นที่ ม.1 ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หลังจากมีฝนตกหนักตลอดทั้งวัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมถนนสายหน้าวัดจุกกระเฌอ สูงถึง 50 เซนติเมตร รถยนต์ที่วิ่งลุยน้ำไปมาป้ายทะเบียนหลุดเป็นจำนวนมาก โดยมีชาวบ้านในละแวกดังกล่าวเดินลุยน้ำเก็บมากองไว้รอให้เจ้าของมารับ

ด้านนางจิดาภา กล่าวว่า ถนนสายหน้าวัดจุกกระเฌอ หากมีฝนตกหนักๆมักจะเกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ แต่ท่วมขังไม่นาน ในส่วนของวันนี้ฝนได้ตกหนักติดต่อกันหลายชั่วโมง จึงทำให้น้ำระบายไม่ทัน จึงท่วมขังสูงประมาณ 50 เซนติเมตร เมื่อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ วิ่งผ่านไปมา ทำให้ป้ายทะเบียนหลุดโดยไม่รู้ตัว จึงฝากถึงเจ้าของรถทุกคันที่รู้ว่าป้ายทะเบียนรถของตนเองหลุดหายให้มาดูได้ที่ร้านค้าติดบ้านผู้ใหญ่ผ่อน ซึ่งมีชาวบ้านได้เก็บมาร่วมกองไว้รอเจ้าของมารับ

เครือข่ายทวงคืนผืนป่าฯ ประกาศชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่พรุ่งนี้ จี้รื้อบ้านพักตุลาการ

เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ แถลงการณ์ประกาศชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ขอคืนป่า-รื้อบ้านพักตุลาการ ชูสร้างปรากฏการณ์การชุมนุมประท้วงอย่างสงบ-สันติ พร้อมจัดเพจคู่ขนานชุมนุมออนไลน์

วันนี้(28 เม.ย.) ที่วัดพระนอนขอนม่วง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ นำโดยนายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ นายบัณรส บัวคลี่ ตัวแทนภาคีคนฮักเจียงใหม่ ในฐานะโฆษกเครือข่ายฯ ร่วมกันแถลงข่าวการจัดกิจกรรมชุมนุมเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ และเรียกร้องให้มีการรื้อบ้านพักตุลาการที่สร้างอยู่บริเวณเชิงดอยสุเทพ ในวันที่ 29 เมษายนนี้ เพื่อส่งสัญญาณถึง พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.

นายบัณรส กล่าวว่า จากการประชุมหารือร่วมกันเช้านี้มีการประเมินสถานการณ์และเตรียมการเบื้องต้นพบปัญหาที่ต้องดำเนินการแก้ไขเร่งด่วนหลายเรื่อง โดยเฉพาะจำนวนประชาชนที่จะมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ หลังจากสมาชิกเครือข่ายได้เพิ่มจำนวนมากขึ้นจาก 16 องค์กร เป็น 40 องค์กร จึงต้องวางแผนและจัดระบบให้ดี เพราะคาดว่าวันพรุ่งนี้ ( 29 เมษายน) จะมีผู้เข้าร่วมชุมนุมกับเครือข่ายเป็นจำนวนมาก ที่ประชุมมีมติว่าเราจะสร้างปรากฎการณ์ใหม่ออกเป็นความท้าทาย 5 ประการ เรียกว่าเป็นโฉมใหม่ของการชุมนุมของประชาชนจะออกมาอย่างสร้างสรรค์ ประการแรกคือ การชุมนุมของคนที่มีวุฒิภาวะ ประชาชนที่เติบโตแล้ว จะสงบและสวยงาม ทำอย่างไรที่จนกระทั่งคนสุดท้ายที่ออกจากพื้นที่ข่วงประตูท่าแพจะไม่มีขยะแม้แต่ชิ้นเดียว 2. การเคลื่อนขบวนการจะไม่โวยวายจะสวยงามยิ่งกว่าขบวนแห่ แม้เราจะชุมนุมประท้วงจะสวยงามและมีพลังกดดันทางสังคม ไม่มีการตะโกนโวยวาย เราจะพยายามทำให้ได้เป็นสิ่งที่เราจะต้องพิสูจน์ 3.สิ่งที่เราจะสร้างในวันพรุ่งนี้คือ ตำนานอีกบทหนึ่งของประตูท่าแพ ที่ผ่านมาเคยมีคนล้นข่วงประตูท่าแพไม่มากครั้ง แต่ครั้งนี้จะล้นอีกครั้งเป็นบันทึกประวัติศาสตร์

4. การชุมนุมพรุ่งนี้จะเป็นก้าวแรกและครั้งใหม่ของประเทศไทยคือจะมีการ ‘ชุมนุมออนไลน์คู่ขนานป่าแหว่ง’ บนท้องถนน เพราะมีพี่น้องที่มาไม่ได้แต่อยากมาร่วมกับเรา เราจึงออกแบบให้มีการแสดงตัวว่าได้มาร่วมชุมนุมกับเราแม้มาไม่ได้แต่ส่งใจมา โดยการแชร์โพสต์ชุมนุมออนไลน์ ซึ่งขณะนี้สามารถดำเนินการได้แล้วแชร์หนี่งแชร์เท่ากับคนหนึ่งคน และเราจะนับจำนวนคนในเวลา 12.00 น. ของวันเดียวกัน ซึ่งแอดมินก็มีความท้าทายว่าจะต้องถึง 10,000 คน เป็นนวัตกรรมการชุมนุมใหม่ และข้อสุดท้าย เราจะเขียวทั้งเวียงเชียงใหม่ เรียกว่าเขียวไสวทั้งเวียง เพราะเชียงใหม่เป็นเมืองเก่า สี่เหลี่ยมคูเมืองที่พญามังรายสร้างไว้มีอายุมาถึงปัจจุบัน 722 ปี ที่ผ่านมายังไม่เคยเขียวไปทั้งเมือง เราจะมีวิธีการของเราที่หลังเวลา 10.00 น. เป็นต้นไปตลอดในเขตคูเมืองเชียงใหม่จะมีสีเขียวไสว ทั้งตามบ้านเรือนประชาชนจะช่วยกันผูกริบบิ้นสีเขียวและผู้คนจะช่วยกันแจกริบบิ้น

ด้านนายธีระศักดิ์ กล่าวว่า เราไม่สามารถประเมินได้ว่าจะมีประชาชนออกมาร่วมกับเราจะล้นมากน้อยแค่ไหน เฉพาะจักรยานไม่ต่ำกว่า 500 คัน จักรยานยนต์ 200 คัน และประชาชนกลุ่มอื่นๆ อีกจำนวนมาก เบื้องต้นได้จัดทีมการ์ดร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะอำนวยความสะดวก มีรถพยาบาลคอยจัดการปัญหาต่างๆ ซึ่งวันพรุ่งนี้เรารู้ว่าเราไม่ได้ชุมนุมด้วยความรุนแรง เฉพาะฉะนั้นโทนการชุมนุมจะอยู่ในเชิงสันติ ซึ่งคนร่วมชุมนุมจะไม่มีอะไรรุนแรงและไม่เกิดขึ้น เพราะทุกคนร่วมใจกันปกป้องด้วยสุเทพ เรายินดีที่คนกลุ่มไหนที่จะมาร่วมทวงคืนผืนป่าดอยสุเทพ แม้ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ช่าง เชื่อว่าจะมากันทุกฝ่ายเราขอร้องว่าเรามีจุดประสงค์เดียวกันที่จะทวงคืนผืนป่า รื้อหมู่บ้านตุลาการเท่านั้น

ส่วนท่าทีของนายกรัฐมนตรีที่จะตั้งกรรมการเข้ามาดูเรื่องนี้ นายธีระศักดิ์ ระบุว่า พรุ่งนี้เครือข่ายจะออกแถลงการณ์อีกครั้ง อย่างไรก็ดีชาวเชียงใหม่อยากให้เรื่องยุติโดยเร็ว เจตนาของเราพรุ่งนี้คือคนเชียงใหม่ออกมาเพื่อส่งสัญญานว่าเราขอร้องว่าอย่ายืดเยื้อ ขอร้องคนที่เกี่ยวข้องว่าอย่ายืดเยื้อ เราอยากจะจบโดยไว แต่หากยืดเยื้อจบช้ากลุ่มเราก็ไม่ฝ่อ รอดูก๊อกสามก่อนต่อไป ฉะนั้นจึงอยากขอร้องฝ่ายบ้านเมืองให้รีบตัดสินใจให้โดยด่วนเพื่อยุติปัญหานี้ เราไม่อยากให้ยืดเยื้อเราต้องการความสงบของบ้านเมือง แต่ว่าหากท่านยืดเยื้อเราอาจควบคุมมวลชนไม่ได้แล้ว เราไม่มั่นใจว่าหากเยอะขนาดนั้นจะเกิดอะไรขึ้น เราจึงขอร้องว่าช่วยกันเพื่อรักษาความสงบและเพื่อน้ำจิตน้ำใจของคนเชียงใหม่ ท่านต้องเร่งดำเนินแล้ว
สำหรับรูปแบบขบวนในวันพรุ่งนี้ ช่วงเช้าจะนัดรวมตัวกันที่ข่วงประตูท่าแพ

จากนั้นจะเคลื่อนขบวนเดินไปยังอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ โดยจะจัดริ้วขบวนแบบล้านนา เริ่มจากขบวนกังสดาล เพื่อบอกกล่าวต่อเทพเทวา อารักษ์บ้านอารักษ์เมืองที่ดูแลรักษาบ้านเมืองเชียงใหม่ ตามด้วยคณะสงฆ์ที่แถลงขอบิณฑบาตขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ขบวนผู้อาวุโสที่ต่อสู้เพื่อดอยสุเทพมายาวนานกว่า 30-40 ปี ถือเครื่องสักการะ และริ้วธงเขียว กลองมองเซิง กลองสะบัดชัย ริ้วขบวนจะเป็นสีเขียวทั้งหมด โดยตลอดสองข้างทางจะขบวนริบบิ้นเขียวเดินคู่กันไป เพื่อนำเครื่องสักการะและคำปฏิญานที่จะร่วมกันดูแลรักษาป่าดอยสุเทพ โดยขบวนจะเรียกว่า ‘ขบวนไหว้สาทวงป่าดอยสุเทพ’