อุทาหรณ์! หนุ่มใหญ่เติมลมรถยนต์ ระเบิดใส่ร่าง บาดเจ็บสาหัส

หนุ่มใหญ่เติมลมรถบรรทุก 6 ล้อ ยางรถระเบิดใส่ ได้รับบาดเจ็บสาหัส

วันนี้ (10 เม.ย.) เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รุดไปช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บจากสาเหตุถูกแรงดันลมยางรถยนต์ระเบิดใส่ เหตุเกิดภายในซอยสันติสุข หมู่ 2 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อ นายภูวดล อริยะเพชร อายุ 36 ปี ชาวจังหวัดพิจิตร มีบาดแผลแตกฉกรรจ์บริเวณใบหน้า มีอาการจุกแน่นจากแรงปะทะ เนื่องจากถูกแรงดันลมยางแตกใส่ใกล้กันพบล้อยางรถบรรทุก 6 ล้อ มีแผลแตกเป็นแนวยาวถูกถอดวางไว้ใกล้กัน

สอบถาม นายสมพงษ์ แร่เงิน อายุ 53 ปี เจ้าของอู่ทราบว่า นายภูวดล เข้ามาทำงานที่ร้าน 10 กว่าวันแล้ว โดยก่อนเกิดเหตุมีรถบรรทุก 6 ล้อขับเข้ามาที่ร้านเพื่อให้ซ่อมกะทะล้อหลังด้านซ้ายเนื่องจากแตกชำรุด นายภูวดล ผู้ได้รับเจ็บจึงได้นำกะทะล้อดังกล่าวไปเปลี่ยนยางในเสร็จแล้วก็ได้นำล้อเติมลมภายในร้าน ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงยางระเบิดอย่างรุนแรง และเห็นนายภูวดล ถูกยางระเบิดใส่ได้รับบาดเจ็บ จึงได้แจ้งขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่เกี่ยงข้องช่วยนำส่ง รพ.ให้แพทย์ทำการรักษาต่อไป

หุ่นยนต์ ‘Fribo’ หุ่นยนต์หน้าแมว ออกแบบมาเพื่อคนที่อยู่ตามลำพัง

หุ่นยนต์ ‘Fribo’ หุ่นยนต์ขนาดเล็กที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนแมว ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการสื่อสารต่อผู้ที่พักอาศัยอยู่เพียงลำพัง

เนื่องด้วยในขณะนี้ สหรัฐฯ กลายเป็นสังคมที่ผู้คนแยกตัวอาศัยตามลำพังกันมากขึ้น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลถึงสุขภาพ ร่างกาย และจิตใจ ทำให้มีการใช้หุ่นยนต์ ‘Fribo’ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์คนโสด ไปจนถึงคนที่ต้องใช้ชีวิตตามลำพัง

‘Fribo’ ไม่ใช่หุ่นยนต์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อแยกผู้ใช้ออกจากสังคม แต่หุ่นยนต์ตัวนี้จะช่วยส่งเสริมให้ผู้คนเชื่อมต่อเข้าด้วยกันด้วยการโทรหากัน หรือส่งข้อความหากัน โดยการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมประจำวันของผู้ใช้ไปยังผู้คนที่กำลังแยกตัวออกจากสังคม ให้ติดต่อสื่อสารกันมากยิ่งขึ้น

โดย Fribo จะบันทึกกิจกรรมในบ้านของผู้ใช้ และกระตุ้นให้ผู้ใช้พูดคุยผ่านทางแอปแชท ผ่านไมโครโฟนและเซ็นเซอร์ ซึ่งจะส่งต่อกิจกรรมที่ผู้ใช้ทำภายในบ้านเช่นเมื่อมีคนมาที่บ้าน ช่วยเปิดไฟ ช่วยทำความสะอาด หรือกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ภายในบ้าน

อย่างไรก็ตามนักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่าหุ่นยนต์ Fribo ถูกรับการออกแบบและทดสอบกับผู้ใช้ชาวเกาหลีซึ่งอาจมีค่านิยม วัฒนธรรม หรือวิถีชีวิตที่อาจแตกต่างจากวัฒนธรรมของประเทศอื่น ๆ

ดูบทความต้นฉบับ : This robotic roommate wants to help lonely people keep in touch with their friends

คนจริง! คอลัมนิสต์ขอยุติหน้าที่ หลังสับ นสพ.ดัง พาดหัวข่าวน้องอิน ณัฐนิชา ไม่เหมาะสม

คอลัมนิสต์สับเละหนังสือพิมพ์ดัง  ปมพาดหัวข่าวน้องอิน ณัฐนิชา ก่อนประกาศยุติบทบาทไม่ขอร่วมงานด้วย

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Nuttaputch Wongreanthong ซึ่งเป็นของคอลัมนิสต์ที่เขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ชื่อดัง ได้มีการออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าว ว่า มีการกระทำไม่เหมาะสม ไร้ซึ่งจรรยาบรรณของสื่อมวลชน จากกรณีที่ใช้คำพาดหัวข่าวการเสียชีวิตของน้องอิน ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี ดาราสาวที่โด่งดังมาตั้งแต่เด็ก โดยระบุว่า

โทษนะฮะ…การที่เขาจะซิ่งไปหาใคร มันเป็นวาระที่สื่อต้องไปทำข่าวแล้วเอามาพาดหัวโดยที่คนตายไม่มีสิทธ์ออกมา Defend เนี่ย มันใช่เหรอครับ? แล้ว…สังคมได้ประโยชน์อะไรฮะ? นี่คือสิ่งที่สือเรียกว่า “ข่าวคุณภาพ” เหรอ(วะ)ครับ

ผมไม่สงสารเลยสักนิด ถ้าสื่อ บก. และคนทำข่าวที่มันจะตายไปด้วยดิจิทัล จะไม่เห็นใจที่คุณมาโอดครวญว่าคนอ่านหาย คนดูหนี ผมไม่แปลกใจที่ไม่มีคนมาร่วมสนับสนุนเรื่องต้านการคุมสื่อ  ผมไม่แปลกใจที่การเป็นสื่อมันโดนลดค่า และคนจำนวนมากไม่ให้ค่าอีกต่อไป อย่าโทษคนอ่าน อย่าโทษออนไลน์ อย่าโทษเทคโนโลยีฮะ

เพราะคุณทำตัวเองครับ
ผมไม่สงสารครับ  ผมสมน้ำหน้าฮะ

จากนั้นผู้โพสต์ก็ได้มีข้อความเพิ่มเติม โดยประกาศขอยุติบทบาทในการทำหน้าที่กับสื่อชื่อดัง ทั้งๆ ที่ตัวเองทำงานอยู่ เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหา และเกิดความบาดหมางในที่ทำงาน โดยระบุว่า

หลังจากได้โพสต์เมื่อกี้แล้ว ผมได้แจ้งความประสงค์ไปทางไทยรัฐ เพื่อขอยุติบทบาทการเป็นคอลัมน์นิสต์ให้ทางไทยรัฐออนไลน์หลังจากที่ได้เป็นนักเขียนให้กับคอลัมน์คนดังนั่งเขียนมาตลอดสองปี ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดครหาว่าทำไมถึงวิจารณ์ต้นสังกัดที่ตัวเองทำงานรับเงินอยู่ และเพื่อไม่ให้ผิดใจกับคนที่ทำงานต่างๆ

ผมต้องขอใช้โพสต์นี้ขอบคุณที่ทางไทยรัฐ ทางทีมงานคอลัมน์คนดังเขียน ให้โอกาสในช่วงที่ผ่านมา และขออภัยกับการวิพากษ์วิจารณ์ของผม แต่เหนืออื่นใด การวิจารณ์นั้นเป็นความตั้งใจของผม และผมก็ไม่คิดจะแก้การวิจารณ์นั้น

เพราะผมเชื่อเสมอว่าสื่อคือหนึ่งในองค์กรที่ขับเคลื่อน “ปัญญา” ของสังคม สังคมเราวันนี้ต้องการรักษาและเราต้องเติมปัญญาให้กับสังคมของเรา สื่อผู้มีอำนาจในการสื่อสารและเผยแพร่ “ความคิด” ให้กับสังคมจึงควรมาพร้อมกับความรับผิดชอบ และพันธกิจที่ “ไม่สามารถจะประนีประนอมได้” นั่นคือการเป็นที่พึ่งของสังคม เป็นคนนำทางสังคมไปสู่การสร้างสรรค์ และให้สังคมเราก้าวต่อไปเป็นสังคมที่ดีเพื่อส่งต่อให้กับลูกหลานของเรา

มีคนถามผมว่าเราจะรับมืออย่างไร ในวันที่ใครๆ ก็เป็นสื่อ สื่อเก่าจะอยู่อย่างไร? เราจะสอนให้สื่อใหม่มีมาตราฐานที่ดีได้อย่างไร?

ผมมักตอบเสมอว่าสื่อเดิม ที่มี “อำนาจ” ต้องแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบอย่างยิ่งยวดว่าการเป็นสื่อคุณภาพคืออะไร แสดงให้คนที่อยากมาเป็นสื่อได้เห็นถึงความรับผิดชอบและจรรยาบรรณที่ชัดเจน เพื่อให้สื่อเดิมกลายเป็นบรรทัดฐานแก่คนที่มาทีหลังว่าสื่อที่ดีนั้นควรจะเป็นอย่างไร

เพราะถ้าเรามีแบบอย่างที่ดีแล้ว สื่อที่ตามมาก็จะได้เห็นแบบอย่างนั้นและปฏิบัติตาม และถ้ามีสื่อไม่ดีเกิดขึ้น คนในสังคมก็จะได้มีไม้บรรทัด มีตัวอย่างจากสื่อที่ดีในการบอกว่าอะไรไม่ถูกต้อง และเลือกเสพสื่อที่ดี

อำนาจ มันมาพร้อมกับความรับผิดชอบ และผมก็อยากให้สื่อไทยทุกสื่อ ไม่ว่าจะสื่อเก่า สื่อใหม่ ทีวี หนังสือพิมพ์ ออนไลน์ ฯลฯ ได้เข้าใจว่า “อำนาจ” ที่อยู่ในมือของคุณนั้นได้มาเพราะ “หน้าที่” ที่คนอ่าน ประชาชน และสังคม มอบให้กับพวกคุณ และคุณต้องรู้ว่าจะใช้มันอย่างไรให้เกิดประโยชน์ตอบแทนกลับสังคม

ไม่ใช่การใช้มันเพื่อเอาประโยชน์แก่ตัวเอง หรือใช้ปากกาในมือของเราทำร้ายเหยื่อ ทำร้ายสังคม และหากเมื่อใดสื่อใช้อำนาจแบบนั้นแล้ว ผมคิดว่าผมคงไม่เหมาะกับการจะทำงานในสื่อนั้นๆ อีกต่อไป

นี่คือจุดยืนของผมครับ

ข้อมูลข่าวจาก Nuttaputch Wongreanthong