คอลัมนิสต์สับเละหนังสือพิมพ์ดัง ปมพาดหัวข่าวน้องอิน ณัฐนิชา ก่อนประกาศยุติบทบาทไม่ขอร่วมงานด้วย
เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Nuttaputch Wongreanthong ซึ่งเป็นของคอลัมนิสต์ที่เขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ชื่อดัง ได้มีการออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าว ว่า มีการกระทำไม่เหมาะสม ไร้ซึ่งจรรยาบรรณของสื่อมวลชน จากกรณีที่ใช้คำพาดหัวข่าวการเสียชีวิตของน้องอิน ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี ดาราสาวที่โด่งดังมาตั้งแต่เด็ก โดยระบุว่า

โทษนะฮะ…การที่เขาจะซิ่งไปหาใคร มันเป็นวาระที่สื่อต้องไปทำข่าวแล้วเอามาพาดหัวโดยที่คนตายไม่มีสิทธ์ออกมา Defend เนี่ย มันใช่เหรอครับ? แล้ว…สังคมได้ประโยชน์อะไรฮะ? นี่คือสิ่งที่สือเรียกว่า “ข่าวคุณภาพ” เหรอ(วะ)ครับ
ผมไม่สงสารเลยสักนิด ถ้าสื่อ บก. และคนทำข่าวที่มันจะตายไปด้วยดิจิทัล จะไม่เห็นใจที่คุณมาโอดครวญว่าคนอ่านหาย คนดูหนี ผมไม่แปลกใจที่ไม่มีคนมาร่วมสนับสนุนเรื่องต้านการคุมสื่อ ผมไม่แปลกใจที่การเป็นสื่อมันโดนลดค่า และคนจำนวนมากไม่ให้ค่าอีกต่อไป อย่าโทษคนอ่าน อย่าโทษออนไลน์ อย่าโทษเทคโนโลยีฮะ
เพราะคุณทำตัวเองครับ
ผมไม่สงสารครับ ผมสมน้ำหน้าฮะ
จากนั้นผู้โพสต์ก็ได้มีข้อความเพิ่มเติม โดยประกาศขอยุติบทบาทในการทำหน้าที่กับสื่อชื่อดัง ทั้งๆ ที่ตัวเองทำงานอยู่ เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหา และเกิดความบาดหมางในที่ทำงาน โดยระบุว่า
หลังจากได้โพสต์เมื่อกี้แล้ว ผมได้แจ้งความประสงค์ไปทางไทยรัฐ เพื่อขอยุติบทบาทการเป็นคอลัมน์นิสต์ให้ทางไทยรัฐออนไลน์หลังจากที่ได้เป็นนักเขียนให้กับคอลัมน์คนดังนั่งเขียนมาตลอดสองปี ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดครหาว่าทำไมถึงวิจารณ์ต้นสังกัดที่ตัวเองทำงานรับเงินอยู่ และเพื่อไม่ให้ผิดใจกับคนที่ทำงานต่างๆ
ผมต้องขอใช้โพสต์นี้ขอบคุณที่ทางไทยรัฐ ทางทีมงานคอลัมน์คนดังเขียน ให้โอกาสในช่วงที่ผ่านมา และขออภัยกับการวิพากษ์วิจารณ์ของผม แต่เหนืออื่นใด การวิจารณ์นั้นเป็นความตั้งใจของผม และผมก็ไม่คิดจะแก้การวิจารณ์นั้น
เพราะผมเชื่อเสมอว่าสื่อคือหนึ่งในองค์กรที่ขับเคลื่อน “ปัญญา” ของสังคม สังคมเราวันนี้ต้องการรักษาและเราต้องเติมปัญญาให้กับสังคมของเรา สื่อผู้มีอำนาจในการสื่อสารและเผยแพร่ “ความคิด” ให้กับสังคมจึงควรมาพร้อมกับความรับผิดชอบ และพันธกิจที่ “ไม่สามารถจะประนีประนอมได้” นั่นคือการเป็นที่พึ่งของสังคม เป็นคนนำทางสังคมไปสู่การสร้างสรรค์ และให้สังคมเราก้าวต่อไปเป็นสังคมที่ดีเพื่อส่งต่อให้กับลูกหลานของเรา
มีคนถามผมว่าเราจะรับมืออย่างไร ในวันที่ใครๆ ก็เป็นสื่อ สื่อเก่าจะอยู่อย่างไร? เราจะสอนให้สื่อใหม่มีมาตราฐานที่ดีได้อย่างไร?
ผมมักตอบเสมอว่าสื่อเดิม ที่มี “อำนาจ” ต้องแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบอย่างยิ่งยวดว่าการเป็นสื่อคุณภาพคืออะไร แสดงให้คนที่อยากมาเป็นสื่อได้เห็นถึงความรับผิดชอบและจรรยาบรรณที่ชัดเจน เพื่อให้สื่อเดิมกลายเป็นบรรทัดฐานแก่คนที่มาทีหลังว่าสื่อที่ดีนั้นควรจะเป็นอย่างไร
เพราะถ้าเรามีแบบอย่างที่ดีแล้ว สื่อที่ตามมาก็จะได้เห็นแบบอย่างนั้นและปฏิบัติตาม และถ้ามีสื่อไม่ดีเกิดขึ้น คนในสังคมก็จะได้มีไม้บรรทัด มีตัวอย่างจากสื่อที่ดีในการบอกว่าอะไรไม่ถูกต้อง และเลือกเสพสื่อที่ดี
อำนาจ มันมาพร้อมกับความรับผิดชอบ และผมก็อยากให้สื่อไทยทุกสื่อ ไม่ว่าจะสื่อเก่า สื่อใหม่ ทีวี หนังสือพิมพ์ ออนไลน์ ฯลฯ ได้เข้าใจว่า “อำนาจ” ที่อยู่ในมือของคุณนั้นได้มาเพราะ “หน้าที่” ที่คนอ่าน ประชาชน และสังคม มอบให้กับพวกคุณ และคุณต้องรู้ว่าจะใช้มันอย่างไรให้เกิดประโยชน์ตอบแทนกลับสังคม
ไม่ใช่การใช้มันเพื่อเอาประโยชน์แก่ตัวเอง หรือใช้ปากกาในมือของเราทำร้ายเหยื่อ ทำร้ายสังคม และหากเมื่อใดสื่อใช้อำนาจแบบนั้นแล้ว ผมคิดว่าผมคงไม่เหมาะกับการจะทำงานในสื่อนั้นๆ อีกต่อไป
นี่คือจุดยืนของผมครับ
ข้อมูลข่าวจาก Nuttaputch Wongreanthong