ฮือฮา! ปรากฏการณ์ “พระอาทิตย์ทรงกลด” เหนือวัดโบราณอายุพันปี

เกิดปรากฎการณ์พระอาทิตย์ทรงกลด เหนือเมืองอุโบสถวัดทุ่งรวงทองวัดโบราณอายุกว่า 1,000 ปี

วันที่ 10 เมษายน 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วัดทุ่งรวงทองวัดโบราณอายุกว่า 1,000 ปี ได้มีปรากฎการณ์พระอาทิตย์ทรงกลด เหนือเมืองอุโบสถ ซึ่งเกิดเป็นวงใหญ่มาก รัศมีแสงเข้ม เห็นชัดเจนและแผ่ขยายเป็นวงกว้าง โดยปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกลดนี้ ตามความเชื่อของคนไทยในสมัยโบราณแล้ว เชื่อว่า “พระอาทิตย์ทรงกลดเป็นแสงแห่งชัยชนะ จะช่วยให้บ้านเมืองหรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้นผ่านพ้นวิกฤตได้” ซึ่งความเชื่อเหล่านี้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ อีกทั้งคนไทยนับถือพระอาทิตย์เป็นเทวดาเบื้องบนองค์หนึ่ง ดังที่เราเรียกนำหน้าว่า “พระ” เช่นเดียวกับคำว่า “กลด” ที่ถือเป็นของสูง

 วัดทุ่งรวงทอง
วัดทุ่งรวงทอง

นาย ธัญภัทร คามวรรณ เล่าว่าตนเองเป็นผู้ดูแลวัดพร้อมกับชาวบ้าน ได้มาทำบุญที่วัดซึ่งตรงกับวันพระ ต้องตะลึงและแปลกใจที่ได้เห็นความอัศจรรย์ เกิดขึ้นบนท้องฟ้าซึ่งปกคลุมบริเวณวัดทุ่งรวงทอง ซึ่งวัดทุ่งรวงทอง เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อายุกว่า 1000 ปีทำให้เกิดปาฏิหาริย์และสิ่งอัศจรรย์เกิดขึ้นทั้งนี้วัดทุ่งรวงทองคืออดีตเคยเป็นวัดร้างซึ่งทางคณะสงฆ์และชาวบ้านตำบลทุ่งรวงทองเราร่วมแรงร่วมใจกัน กัลยาณมิตรสายบุญจากต่างจังหวัด ตลอดจนต่างประเทศ ได้ร่วมกันบริจาคเงินในการจัดสร้างอุโบสถหลังใหม่ขึ้นโดยมีรูปปั้นพญานาคสององค์ล้อมรอบอุโบสถที่สร้างขึ้น ซึ่งพญานาคสององค์ชื่อปูศรีสุทโธ และแม่ย่าศรีปทุมมา และ พญานาคทั้งสองมีความยาว 60 เมตรล้อมรอบอุโบสถ

โดยสิ่งที่น่าแปลกก็คือพญานาคทั้งสององนั้นมีสีขาวเป็นแนวยาวล้อมรอบอุโบสถวัดทุ่งรวงทอง ซึ่งเป็นหนึ่งเดียวของประเทศไทย และในจังหวัดพะเยาที่มีวัดมีอุโบสถที่ล้อมรอบด้วยพญานาคซึ่งแตกต่างจากวัดอื่นๆเป็นอย่างยิ่งสำหรับวัดทุ่งรวงทองขณะนี้กำลังก่อสร้างซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ และรอการยกฐานะการเป็นวัด

 วัดทุ่งรวงทอง
วัดทุ่งรวงทอง

อย่างไรก็ตาม ทางสำนักพุทธศาสนาได้เข้ามาสำรวจ เพื่อยกฐานะให้เป็นวัดที่สมบูรณ์แบบต่อไปปัจจุบันวัดทุ่งรวงทองยังต้องมีการปรับปรุงบูรณะก่อสร้างอาคารสถานที่และที่สำคัญภายในบริเวณวัดยังไม่มีการสร้างเจดีย์แต่อย่างใด เพราะต้องรอการรับรองให้เป็นวัด จะได้มีการก่อสร้างเจดีย์และอย่างอื่นตามต่อไป ผู้มีจิตศรัทธา ที่จะร่วมบริจาคเงินสมทบทุนในการก่อสร้างบูรณะอุโบสถที่กำลังก่อสร้างสามารถติดต่อได้ที่วัดทุ่งรวงทองโดยตรง โทรศัพท์หมายเลข 086-335-0982 นายธัญภัทร คามวรรณหรือ เลขบัญชีธนาคาร ธกส. สาขาจุน ชื่อบัญชีวัดทุ่งรวงทอง เลขที่ 020052406273​

แนะวิธีช่วยคนจมน้ำ เตือนห้าม!! อุ้มพาดบ่า – กระทุ้งท้อง เสี่ยงตาย

กระทรวงสาธารณสุข แนะหลักการช่วยคนจมน้ำ “ตะโกน โยน ยื่น” ให้รีบนำขึ้นจากน้ำ ช่วยผายปอด รีบโทรแจ้งทีมแพทย์กู้ชีพ โทร 1669 ห้ามอุ้มพาดบ่ากระทุ้งท้อง

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า การช่วยชีวิตคนจมน้ำโดยการจับอุ้มพาดบ่าและกระทุ้งท้องเป็นวิธีการที่ต้องห้ามกระทำ และเป็นอันตรายกับผู้ที่จมน้ำ เพราะน้ำที่ออกมาเป็นน้ำจากกระเพาะอาหารไม่ใช่ออกมาจากปอด

ผลที่ตามมาจะทำให้ผู้ที่จมน้ำขาดอากาศหายใจนานขึ้น สมองขาดออกซิเจน และมีโอกาสเสียชีวิตสูง ได้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ และให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เผยแพร่ความรู้วิธีการช่วยชีวิตคนจมน้ำที่ถูกวิธีประชาชน เพื่อลดการเสียชีวิตจากการจมน้ำ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ซึ่งในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 957 คน ส่วนใหญ่ในช่วงมีนาคม – พฤษภาคม เนื่องจากเป็นช่วงปิดเทอม

นายแพทย์โอภาสกล่าวต่อว่า ในการช่วยเหลือคนจมน้ำที่ถูกต้องให้ใช้หลัก “ตะโกน โยน ยื่น” คือ ตะโกนขอความช่วยเหลือ โยนอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวเพื่อช่วยคนตกน้ำเกาะจับพยุงตัว เช่น เชือก ถังแกลลอนพลาสติกเปล่า ขวดน้ำพลาสติกเปล่าหรือวัสดุที่ลอยน้ำได้ โดยโยนครั้งละหลายๆ ชิ้น และยื่นสิ่งของยาวๆ ที่อยู่ใกล้ตัวให้คนตกน้ำจับ เช่น ท่อนไม้ เข็มขัด ผ้าขาวม้า ยื่นอุปกรณ์ไปข้างใดข้างหนึ่งแล้วจึงกวาดเข้าหาตัวคนที่อยู่ในน้ำ และดึงตัวเข้าหาฝั่งขึ้นมาจากน้ำ ส่วนวิธีการกระโดดลงน้ำไปช่วยนั้น ผู้ช่วยเหลือจะต้องมีประสบการณ์ เพราะอาจถูกดึงให้จมน้ำ เสียชีวิตได้

ในการปฐมพยาบาลคนจมน้ำก่อนส่งแพทย์ ให้จัดท่านอนราบ ตะแคงหน้าเพื่อให้น้ำออกจากปาก และผายปอด โดยเป่าลมเข้าทางปากติดต่อกันหลายครั้ง เพื่อช่วยให้หายใจได้เร็วที่สุด หากหัวใจหยุดเต้น ให้นวดหัวใจ โดยการกดที่บริเวณกลางหน้าอกให้ยุบประมาณ 1 ใน 3 ของความหนาของหน้าอกความเร็วอย่างน้อย 100 ครั้งต่อนาที กด 30 ครั้งต่อรอบ สลับกับการเป่าปากให้ครบ 5 รอบ และรีบโทรแจ้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉินหมายเลข 1669 โดยเร็วที่สุด

วิษณุ ยัน ยืดอายุเกษียณ 63 ปี เป็นเพียงข้อเสนอ

วิษณุ เผย ยืดอายุข้าราชการ เกษียณ 63 ปี เป็นเพียงข้อเสนอยังไม่มีผลบังคับใช้ ชี้ ต้องศึกษาถึงความเป็นไปได้

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณีที่แผนการปฏิรูปประเทศกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาถึงการยืดการเกษียณอายุราชการจาก 60 ปีเป็น 63 ปี ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ โดยยังไม่มีผลบังคับใช้แต่อย่างใด

ทั้งนี้ คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) จะเป็นผู้ดำเนินการโดยจะต้องเริ่มจากการแก้ไข พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนก่อน ภายใน 6 ปี จึงจะสามารถดำเนินการได้ อีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องไปศึกษาถึงความเป็นไปได้ โดยการขยายอายุเกษียณราชการจะพิจารณาเป็นบางตำแหน่งที่สำคัญเท่านั้นและรวมถึงความรู้ประสบการณ์