ช็อก ! หนุ่มในรถแดงขับขวางรถฉุกเฉิน เป็น จนท.สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินฯ

รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติเผย ชายในคลิปรถเก๋งสีแดงขับขวางทางไม่ยอมหลีกทางให้รถฉุกเฉิน ซึ่งกำลังนำตัวผู้ป่วยไปส่งโรงพยาบาลคือเจ้าหน้าที่ในองค์กรจริง

จากกรณีคลิปเหตุการณ์บนรถฉุกเฉิน ที่กำลังเร่งนำผู้ป่วยอาการหนัก เดินทางจากโรงพยาบาลลาดกระบัง ไปโรงพยาบาลครบุรี อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา แต่กลับถูกรถเก๋งคันสีแดง ขับแช่อยู่เลนขวา ไม่ยอมหลบให้ทางแถมเมื่อช่วงที่รถฉุกเฉินแซงขึ้นไป ยังพบว่า ผู้ที่นั่งข้างคนขับรถเก๋งคันสีแดง ได้หันมามองในลักษณะสายตาไม่เป็นมิตร โดยเหตุดังกล่าวเกิดเมื่อวันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา และเมื่อคลิปนี้ถูกแชร์ออกไปในโลกออนไลน์ ก็มีการตำหนิพฤติกรรมของทางรถเก๋งอย่างหนักโดยลูกสาวของผู้ชีวิตเปิดเผยว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อจากเจ้าของรถเก๋งสีแดงที่ปรากฏภาพผ่านสื่อสังคมออนไลน์แต่อย่างใด แต่ตนเองและญาติๆ ขออโหสิกรรมให้

ทั้งนี้ทั้งนั้น คลิปที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ยังปรากฏภาพชายใส่แว่นที่นั่งข้างคนขับ ซึ่งลดกระจกรถลงมาดู ขณะรถฉุกเฉินตัดสินใจแซงซ้ายออกไป ซึ่งประเด็นนี้ กระเป็นเรื่องราวร้อนแรงบนสื่อโซเชียล และผู้คนบนโลกออนไลน์ต่างพากันด่าทอคนขับรถเก๋งคันสีแดงอย่างดุเดือด

ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 9 เม.ย. 61 เพจเฟซบุ๊ก Street Hero Project ได้มีการเผยแพร่การให้สัมภาษณ์ของ ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ที่สรุปเนื้อหาบทสัมภาษณ์ระบุว่า ผู้ที่นั่งข้างคนขับ และลดกระจกรถลงมาดูขณะรถฉุนเฉินแล่นผ่าน ที่ปรากฏตัวในคลิป เป็นเจ้าหน้าที่ สพฉ. จริงแต่คนขับเป็นบุคคลากรของหน่วยงานอื่น ส่วนกรณีที่เปิดกระจกมาดูนั้น ไม่ใช่เพื่อยั่วยุ แต่ต้องการบอกให้รถด้านหลังแซงซ้ายไปเลย

ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา
ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)

ส่วนประเด็นเรื่องการตอบโต้กับผู้คนบนโลกโซเชียล แม้จะบนพื้นที่ส่วนตัว แต่ก็ส่งผลเสียต่อองค์กรเช่นกัน ซึ่งมีบทลงโทษแน่นอน โดยได้มีการแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวแล้ว ส่วนจะออกมาขอโทษสังคมหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าตัว สพฉ.ไม่สามารถไปกดดันได้

พร้อมกันนี้ ร.อ.นพ.อัจฉริยะ เผยด้วยว่า สพฉ.เป็นผู้รณรงค์เรื่องการหลบรถฉุกเฉิน จนมีความสำเร็จระดับที่ดี แต่มีคนขององค์กรไปเกี่ยวข้อง ทางผู้บริหารตระหนักถึงเรื่องจริยธรรม และการเป็นแบบอย่างที่ดี โดยจะปรับปรุงและกวดขันให้มากยิ่งขึ้น ส่วนบทลงโทษเจ้าหน้าที่รายนี้จะเป็นทางจริยธรรม หรือทางวินัย ขึ้นอยู่กับผลการสอบสวน ขั้นสูงสุดคือจะมีการภาคทัณฑ์

ขอบคุณที่มาจาก Street Hero Project

กรมอุตุฯ เผยพยากรณ์อากาศทั่วไทยประจำวันที่ 10 เม.ย. 61

กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยข้อมูลพยากรณ์อากาศประจำวันที่ 10 เมษายน 2561

วันที่ 10 เม.ย. 2561 กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยข้อมูลพยากรณ์อากาศประจำวัน บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นทำให้มีอากาศร้อน สำหรับภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง โดยบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

ทั้งนี้บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยตอนบน มีอุณหภูมิสูงขึ้นและมีอากาศร้อน สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณ อ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง

ขณะที่สภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อน อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

คลิประทึก! รถจักรยานยนต์ขับตีคู่กระบะ ประสานงา จยย.คู่กรณีวิ่งสวนทาง สาหัส 1 ราย

วงจรปิดจับคลิประทึก! รถจักรยานยนต์ขับตีคู่กระบะ ประสานงา จยย.คู่กรณีวิ่งสวนทาง สาหัส 1 ราย

วันนี้(9 เม.ย. 61) เวลา 21.10 น. พ.ต.ต.ศิโรจน์ แนบเนียน สว.(สอบสวน) สภ.คลองหลวง รับแจ้งมีอุบัติเหตุจยย.ชนกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ2ราย ที่เกิดเหตุหน้าร้านขายปลาทู หมู่ที่8 ถนนเลียบคลองสองซอยสุขสมบูรณ์ ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพเทศบาลเมืองท่าโขลง อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รถกู้ชีพ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นเวฟสีส้มดำ ทะเบียน 7กฐ-6386 กทม. ด้านหน้ามีร่องรอยการชนชนล้มคว่ำอยู่ ข้างกันพบ รถจยย.ยี่ห้อซูซูกิรุ่นอาร์จีวี สีดำทะเบียน ข-5955 กทม. รถมีรอยเฉี่ยวชนล้มคว่ำอยู่ ห่างกันเล็กน้อยพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย อาการสาหัส ต่อมาทราบชื่อ นายปิยะวัฒน์ อินทร์ขลิบ อายุ 68 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นเวฟสีส้มดำ ไหปลาร้าฝั่งซ้ายหัก มีเลือดออกที่ศีรษะรถกู้ชีพ ร.พ.ธรรมศาสตร์ เร่งช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล ส่วนผู้ขับขี่อีก 1 ราย ซึ่งเป็นคู่กรณีทราบชื่อนายสุริยะ ปีตะกุล อายุ 62 ปี ได้รับบาดเจ็บที่ข้อมือซ้ายเล็กน้อย

นายสุริยะ ปีตะกุล ให้การว่า ขณะเกิดเหตุตนเองกำลังขับรถออกไปปากซอย โดยจังหวะนั้นเองคู่กรณีได้ขับจยย.สวนทางมาโดยตีคู่มากับรถยนต์กระบะซึ่งตนเองหักหลบจนเกือบตกถนนแต่ไม่พ้นจึงชนประสานงากันอย่างแรงจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ขณะที่บริเวณหน้าร้านปลาทูดังกล่าว มีกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้อย่างชัดเจน โดยพบว่ารถจยย.ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นเวฟสีส้มดำ ขับตีคู่มากับรถยนต์กระบะสีดำก่อนจะประสานงากับจยย.คู่กรณีที่วิ่งสวนทางมา จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งพนักงานสอบสวนจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด เพื่อเรียกคู่กรณีทั้งหมดมาสอบปากคำ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ที่กระทำผิดต่อไป