จับแล้ว! 2 มาเฟียอิสราเอล ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลยิงปืนขึ้นฟ้าพร้อมถ่ายคลิปวีดีโอขู่นักธุรกิจเกาะสมุย เรียกค่าคุ้มครอง
เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2561 ผู้สื่อข่าวมีรายงานว่า ที่ สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมกำลังตำรวจ ตรวจคนเข้าเมือง ทหารจากกองทัพภาคที่ 4 ร่วมกันแถลงข่าว การจับกุมแก๊งมาเฟียชาวอิสราเอล จำนวน 2 คน ที่ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล
โดยตำรวจภูธรภาค 8 สนธิกำลังกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจตรวจคนเข้ามเมือง ตำรวจ สภ.บ่อผุด กำลังทหารจากกองทัพภาคที่ 4 ได้สนธิกำลัง นำหมายศาลจังหวัดเกาะสมุยเข้าทำการจับกุม นายโอริ เลวี อายุ 42 ปี สัญชาติอิสราเอล ที่นำอาวุธปืนพกสั้นแบบออโตเมติกไปยิงขึ้นฟ้าบริเวณชายหาดเกาะส้ม หมู่ 4 ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย พร้อมกับถ่ายคลิปวีดีโอขณะยิงปืนและนำไปข่มขู่กับนักธุรกิจชาวต่างชาติ

เพื่อเรียกค่าคุ้มครองบนเกาะสมุย และจับกุม นายซาลอม ฟีม่า อายุ 50 ปี สัญาติอิสราเอล ที่ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล เข้าไปข่มขู่นักธุรกิจชาวต่างชาติในสถานบันเทิงบนเกาะสมุย เพื่อเรียกค่าคุ้มครองเช่นกัน หลังถูกจับกุมกลุ่มผู้ต้องหายังให้การภาคเสธ
ทั้งนี้ ทางพล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เปิดเผยว่า จากการร้องเรียนของกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาประกอบอาชีพบนเกาะสมุย ได้ร้องเรียนไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่ามีกลุ่มแก๊งมาเฟียชาวอิสราเอลทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลข่มขู่นักธุรกิจชาวต่างชาติและเรียกค่าคุ้มครอง หากผู้ประกอบการรายใดแข็งข้อจะทำการทำร้าย
ล่าสุดแก๊งมาเฟียกลุ่มนี้ได้ประกาศศักดิ์ดานำอาวุธปืนพกสั้นไปยิงขึ้นฟ้าบนชายหาดแห่งหนึ่ง พร้อมให้พักพวกทำการถ่ายคลิปเพื่อนำไปขู่กับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจที่แข็งข้อ หากไม่ยอมจ่ายค่าคุ้มครองจะไม่รับรองความปลอดภัย ซึ่งพฤติการณ์ของกลุ่มมาเฟียอิสราเอลกลุ่มนี้จะเข้าไปก่อกวนในสถานประกอบการของนักธุรกิจต่างชาติ เพื่อเกิดความเกรงกลัวและยินยอมจ่ายค่าคุ้มครอง

ด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวว่า จากการที่ได้นำคนไม่ดีที่เป็นชาวต่างชาติออกนอกพื้นที่ จะทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวมีความมั่นคงดีขึ้น และเป็นการเปิดพื้นที่ให้คนดีๆ ยืนอยู่ในสังคม รวมถึงสร้างความมั่นใจในการความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว กรณีที่ตำรวจภูธรภาค 8 ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว และตรวจคนเข้าเมือง และกำลังทหารจากกองทัพภาคที่ 4 ได้ร่วมกันบูรณาการอย่างใกล้ชิด
ได้ดำเนินการเข้าไปกำจัดกลุ่มแก๊งมาเฟียที่เข้ามาสร้างเครือข่ายสร้างอณาจักรเรียกผลประโยชน์ เรียกค่าคุ้มครองในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว และเมื่อนำคนเหล่านี้ออกไปจากพื้นที่ได้ ก็จะทำให้คนดีๆ ไม่ต้องมาหวาดผวากับคนกลุ่มนี้ และเมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาก็จะสร้างความอบอุ่นใจ ส่งผลให้บรรยากาศการท่องเที่ยวดีขึ้น
พร้อมกันนี้ ทาง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ยังกล่าวอีกว่า ส่วนผู้ต้องหามาเฟียชาวอิสราเอลทั้งสองรายนี้ ทางตรวจคนเข้าเมืองก็จะรับลูกต่อไปดำเนินการเพิกถอนวีซ่า พร้อมขึ้นแบล็คลิสเนรเทศผลักดันออกจากประเทศทันที



