หมา-แมว ถูกทิ้งจำนวนมาก หลังสถานการณ์ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า

หลังสถานการณ์ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า ผู้คนจำนวนไม่น้อยได้ทิ้งสุนัขและแมวของตัวเอง

แฟนเพจ SOS ANIMALS Thailand โพสต์ข้อความรายงานว่า พบเหตุการณ์ที่น่าเป็นห่วงหลังสถานการณ์ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า ผู้คนจำนวนไม่น้อยได้ทิ้งสุนัขและแมวของตัวเอง แม้บางตัวยังไม่เคยได้สัมผัสกับสุนัขที่ติดเชื้อเลย เจ้าของเกือบทั้งหมด ปัดความรับผิด บางตัวเป็นหมาแก่ บางตัวป่วย บางตัวเพิ่งคลอดลูก บางตัวกำลังตั้งท้อง

ทางแฟนเพจโพสต์ข้อความระบุว่า ในสถานการณ์ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า ที่มีแต่โหมกระแสสร้างความตื่นตระหนกในสังคม ทำให้มีสุนัขและแมวจำนวนมาก ถูกทิ้งและนำมาส่งให้กับศูนย์กักกัน และกว่าครึ่งคือสุนัขที่มีเจ้าของ ที่บางตัวไม่แม้แต่จะเคยออกจากบ้านไปสัมผัสกับความเสี่ยงเลย แต่ความไม่รู้ ความวิตกจริตโดยขาดสติและความรับผิดชอบชีวิตที่น่าสงสารเหล่านี้จึง ถูกนำมาทิ้งอย่างไม่ใยดี ด้วยน้ำมือของเจ้านายที่พวกเขารักอย่างสุดหัวใจ ไม่พยายามแม้เพียงสักนิดเพื่อให้โอกาสพวกเขาเลย

แววตาทุกตัว มองมาอย่างเศร้าสร้อยหดหู่ แต่เจือด้วยความหวังว่าจะได้กลับสู่โลกที่เคยอยู่ กับมนุษย์ที่ตัวเองรัก อีกครั้ง ลองมองเข้าไปในแววตาพวกเขา แล้วตอบคำถามว่า #พวกเราจะมอบโอกาสให้ชีวิตเหล่านี้ไหม

SOS ลงพื้นที่ด่านกักกันสัตว์นครพนม ที่เปิดพื้นที่อีกครั้งเพื่อกักกันสุนัขจากพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ ส่วนหนึ่งคือสุนัขจรจัด ที่สังคมส่วนใหญ่รังเกียจพวกเขาเป็นทุนเดิมและหาทางผลักไสออกนอกพื้นที่ในทันที และอีกส่วนหนึ่ง คือสุนัขที่มีเจ้าของ ที่บางตัวยังไม่เคยได้สัมผัสกับสุนัขที่ติดเชื้อเลย แม้หลายฝ่ายพยายามจะแนะนำให้เจ้าของกักดูแล แต่เจ้าของเกือบทั้งหมด ปัดความรับผิดชอบในทันที บางตัวเป็นหมาแก่ บางตัวป่วย บางตัวเพิ่งคลอดลูก บางตัวกำลังตั้งท้อง แต่ทั้งหมด พวกเขาคือเหยื่อบริสุทธิ์ ที่เกิดจากความไม่รับผิดชอบของมนุษย์

ในทันทีที่เราย่างเท้าเข้าไปในคอก ในพื้นที่ที่แทบไม่มีใครอยากเข้า เกือบทุกตัวในนั้นมีรอยวูบแห่งความหวังในแววตา และ พยายามยื่นมือ(ขาหน้า)มาเกาะเกี่ยวเพื่อขอโอกาส บ้างก็เอาตัวมาซุกบนตัก บ้างก็พยายามปีนป่ายกอดให้อุ้มออกไปด้วย เรารู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมากที่ในขณะนี้ยังไม่สามารถช่วยพวกเขาได้เลย

วันนี้เราและเพื่อนที่ดีที่สุดของเรา กำลังเผชิญกับความโหดร้ายของสถานการณ์โรคระบาดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้หลายฝ่ายจะยืนยันตรงกันว่าสถานการณ์ของโรคไม่ได้รุนแรงไปกว่าปีที่ผ่านๆมา แต่กระแสจากบางกลุ่มบางคนที่พยายามตีให้เกิดความหวาดกลัว หวาดระแวงถึงขึ้นต้องการทำลายล้างเผ่าพันธุ์ เป็นสิ่งที่ทีม SOS ไม่สามารถจะปล่อยผ่านหรือนิ่งเฉย ทิ้งพวกเขาให้อยู่ในสภาพนี้ได้จริงๆ เราจึงตัดสินใจที่จะต้องทำอะไรบางอย่าง และเราหวังว่ามีผู้คนอีกจำนวนมากที่เห็นด้วยกับเรา และมาร่วมกันเพื่อช่วยชีวิตเหล่านี้

ในเบื้องต้นทาง SOS จึงได้เสนอการสร้างคอกกักกันอย่างเร่งด่วน เพื่อคัดแยกสุนัขเด็ก สุนัขขนาดเล็ก ที่ต้องการการดูแล รวมทั้ง สุนัขที่ถูกเจ้าของอ้างมาปล่อยทั้งๆที่ไม่ได้มีความเสี่ยง รวมทั้งแมวอีกจำนวนหนึ่ง ทาง SOS ได้ส่งหนังสือ เพื่อเสนอความช่วยเหลือไปกับทางกรมปศุสัตว์แล้ว และขณะนี้มีการตอบรับด้วยวาจา และเราจะลงมือสร้างทันทีที่เอกสารอนุมัติ ซึ่งเราจะต้องเตรียมเงินจำนวนหนึ่งเพื่อสำหรับใช้ในการสร้างคอก จากการสอบถาม ราคาประเมินเบื้องต้นโดยผู้รับเหมาในพื้นที่ อยู่ที่ 250,000 บาท ซึ่งช่วยแยกสุนัขออกมากักกันได้จำนวนประมาณ 100ตัว

เมื่อคอกเสร็จ เราจะประสานหาทีมสำหรับช่วยในการตรวจและคัดกรองกักแยกโรคอย่างละเอียดมากขึ้น รวมทั้งการรักษาเยียวยาด้านอื่นๆ นั่นหมายถึงโอกาสรอดชีวิตของพวกเขาก็จะมากขึ้นตาม

SOS ขอเปิดรับบริจาคเบื้องต้น เป็นจำนวนเงิน 250,000บาท สำหรับใช้ในการปรับพื้นที่เดิม และสร้างคอกกักกันเพิ่มเพื่อแยกกลุ่มเสี่ยง ตามรายละเอียดที่เสนอไปกับทางกรมปศุสัตว์ (รับทราบและตกลงด้วยวาจาในเบื้องต้นและรอการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร) #โปรดอย่าทอดทิ้งให้พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความตายอย่างโหดร้ายเลยนะคะ

ท่านใดเห็นด้วยและพร้อมจะมีส่วนร่วมเพื่อให้โอกาสชีวิตพแก่วกเขา สามารถร่วมบริจาคได้ที่ ชื่อบัญชี น.ส.ฎายิน เพชรรัตน์ เลขที่บัญชี 0202900429 (ออมทรัพย์) ธนาครกสิกรไทย สาขาเดอะมอล์บางแค

‘ธนาธร’ ยื่นขออนุญาต คสช. จัดประชุมก่อตั้งพรรคการเมือง

‘ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ’ ยื่นหนังสือขออนุญาต คสช. จัดประชุมก่อตั้งพรรคการเมือง

เมื่อเวลา 8.00 น. วันนี้ (9 เม.ย.61) ที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานบริหารเครือบริษัท ไทยซัมมิท ร่วมกับ นายปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตกลุ่มนิติราษฎร์ เข้ายื่นหนังสือขออนุญาต คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เพื่อจัดประชุมก่อตั้งพรรคการเมือง

โดย นายปิยบุตร แสงกนกกุล เปิดเผยว่าในการมายื่นครั้งนี้เพื่อขออนุญาต คสช. ในการจัดการประชุมจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ในวันที่ 27 พฤษภาคม 61 พร้อมกันนี้ได้แสดงความเห็นต่อการใช้อำนาจของ คสช. ทั้งหมด 3 ข้อดังนี้

1.การประชุมดังกล่าวเป็นเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 อันเป็นเงื่อนไขซึ่งต้องดเนินการให้แล้วเสร็จก่อนที่จะยื่นคำขอจัดทะเบียนพรรคการเมืองต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองได้ ทั้งนี้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันนี้ กำหนดระยะเวลาบังคับต้องยื่นจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองภายใน 180 วัน

ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการตามมาตรา 10 สามารถลุล่วงโดยดี ดังนั้นทาง คสช. พึงมีคำสั่งอนุญาตตามคำขอของคณะผู้ขอเตรียมการจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ตามคำขอโดยรวดเร็ว ไม่อิดเอื้อนหรือล่าช้า ดังที่ทาง คสช. ได้อนุญาตให้คณะผู้เตรียมจัดพรรคการเมืองรายอื่นๆไปแล้ว

2.ทางคณะฯ เรียกร้องให้ คสช. ยกเลิกประกาศหรือคำสั่งที่เป็นอุปสรคต่อการดำเนินการประชุมหรือการดำเนินการต่างๆ ทางการเมืองเดิมที่มีอยู่แล้ว

3.การเลือกตั้งในครั้งที่จะถึงนี้เป็นการเลือกตั้งครั้งสำคัญของประเทศไทย ในฐานะเป็นดัชนีชี้วัดว่าประเทศไทยจะสามารถเปลี่ยนผ่านจากระบบรัฐบาลทหารไปสู่ประชาธิปไตยได้หรือไม่ ซึ่งการเลือกตั้งครั้งสำคัญนี้จะสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของพี่น้องประชาชนอย่างชัดเจน โดยรัฐบาลต้องเปิดให้ประชาชนได้ใช้สิทธิเสรีภาพและการแสดงออกทางการเมืองอย่างเต็มที่

พร้อมยุติการดำเนินคดีต่อประชาชนที่ใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเพื่อรณรงค์ให้มีการเลือกตั้ง มิเช่นนั้นแล้วการเลือกตั้งจะกลายเป็นเพียงพิธีกรรม เพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่การสืบทอดอำนาจของ คสช.

ทางด้านนายธนาธร กล่าวว่า ทางพรรคอนาคตใหม่ยืนยันจะไม่สนับสนุนนายกรัฐมนตรีคนนอก และจะไม่ร่วมรัฐบาลกับรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจจาก คสช. ทั้งนี้มองว่าประชาชนสมควรที่จะได้รับสิทธิและเสรีภาพ รวมทั้งประชาธิปไตยอย่างเต็มที่และมีความถูกต้องโดยชอบธรรม

คำตอบสุดกินใจ สาวจบป.ตรี แต่ทำงานกวาดถนน !

สาวโพสต์เรื่องราวความประทับใจในชีวิต เรียน จบป.ตรี แต่มาทำงานกวาดถนน เผยมีความสุขและได้อะไรมากกว่าที่คิด

ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวที่น่าชื่นชมของหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งหญิงสาวคนดังกล่าวได้โพสต์เฟซบุ๊ก Suwanan Ketiam เผยแพร่เรื่องราวชีวิตของตนเอง ที่เรียนจบปริญญาตรีและตัดสินใจทำงานเป็นพนักงานกวาดถนนอย่างมีความภาคภูมิใจ อีกทั้งยังมีความสุขในอาชีพของตนเองเป็นอย่างมาก 

โดยข้อความระบุว่า “โอ้โฮ้ !! จบ ป.ตรี มาแล้วมาทำงานแบบนี้อะเหรอ ? (คำที่หลายคนชอบถาม ) ….. การเรียนจบ “ปริญญา” ไม่ได้เเสดงว่าจะต้องทำงานอยู่ในห้องแอร์ หรือทำงานเงินเดือนเยอะๆ เราขอแค่จบมามีงานทำ เงินเดือนไม่ต้องเยอะมากแต่พอใช้ และมีเงินเก็บ

ทำงานตรงนี้สบายใจกว่า ไม่ต้องมีใครมากดดัน หัวหน้าให้ไปทำตรงไหนก็ไป ได้ไปหลายสถาที่ ทำหลายๆ อย่างที่คนทั่วไปไม่ค่อยมีโอกาส มีเพื่อนๆ ร่วมสายงานที่น่ารัก คอยดูแล เผลอๆจะใจดีกว่า……ซะอีก ในส่วนตัวเราคิดว่าทำงานอะไรแล้วมีความสุขก็ทำไปเถอะ ดีกว่าไม่มีงานทำ และไม่มีเงินใช้น้าาา”

อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องราวของหญิงสาวคนนี้ได้มีการเผยแพร่ออกไป ต่างมีผู้ใช้เฟซบุ๊กเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ต่างชื่นชมในความคิดของหญิงสาวคนดังกล่าวที่เป็นเด็กรุ่นใหม่แต่ไม่คิดอายทำกินและไม่หมิ่นเงินน้อย