นักโทษหลบหนีเรือนจำที่นราธิวาส เข้ามอบตัวอ้างกลัวไม่ได้เจอหน้าแม่

ญาตินักโทษหลบหนีเข้ามอบตัว 2 คน ที่เรือนจำจังหวัดนราธิวาส หลังหลบหนีออกจากสถานควบคุมผู้รับการตรวจพิสูจน์ พร้อมกับนักโทษอีก 14 คน

ครอบครัวพานายซุลกีฟลี ยะโกะ และนายไฟวอล ดือราแม เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดนราธิวาส หลัง 2 ผู้ต้องหาหลบหนีออกจากสถานควบคุมผู้รับการตรวจพิสูจน์ หรือเรือนจำชั่วคราวโคกยามู อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส พร้อมกับนักโทษอีก 14 คน

โดยญาติของนักโทษให้ข้อมูลว่าสาเหตุที่หลบหนีออกจากเรือนจำ เพราะกลัวว่าจะไม่มีโอกาสพบหน้าแม่ และญาติ แต่หลังทราบข่าวว่า เจ้าหน้าที่กระจายกำลังค้นหาจึงติดต่อมอบตัว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังหน่วยงานต่างๆ ใน 13 อำเภอ ของจังหวัดนราธิวาส เพื่อให้ช่วยเร่งติดตามผู้ต้องขังคนอื่นๆ ที่ยังหลบหนี

กลุ่มคัดค้าน ‘บ้านพักตุลาการ’ บวชป่ารอบพื้นที่ก่อสร้าง

กลุ่มคัดค้านบ้านพักตุลาการ บวงสรวงเทวดาอารักษ์-บวชป่า ใกล้บ้านพักตุลาการ ขณะที่บางส่วนลัดป่าเข้าชมโครงการ-ผูกจีวรต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่ก่อสร้าง

เช้าวันนี้ ( 8 เม.ย.) กลุ่มเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ กว่า 1,000 คน ร่วมกันขี่จักรยานติดริ้บบิ้นและธงสีเขียว จากหน้าศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จ.เชียงใหม่ ไปรวมตัวกันที่หน้าศาลอุทธรณ์ ภาค 5 ชูป้ายคัดค้านโครกงารสร้างบ้านพักตุลาการ เรียกร้องให้ยุติและรื้อถอนอาคารบ้านพักตุลาการ

จากนั้นทั้งหมดได้ขี่จักรยานมุ่งหน้าต่อไปยังชายป่าภายในห้วยตึงเฒ่า เพื่อประกอบพิธีบวงสรวงเทวดาอารักษ์ที่ปกปักรักษาป่าไม้ และ ช่วยกันใช้ผ้าจีวรผูกรอบต้นไม้ บริเวณชายป่ารอบ ๆ พื้นที่ก่อสร้างบ้านพักตุลาการ เพื่อเป็นการบวชป่าและสืบชะตาป่าดอยสุเทพ ตามความความเชื่อทางภาคเหนือ

ขณะที่กลุ่มตัวแทนนักศึกษาในพื้นที่ ได้อ่านจดหมายเปิดผนึก 6 ข้อเรียกร้องถึงประธานศาลฎีกา คณะกรรมการศาลยุติธรรม และ รัฐบาลช่วยพิจารณาถึงความถูกต้องชอบธรรม และความเหมาะสมต่อกรณีการก่อสร้างบ้านพักตุลาการที่ตกอยู่ในกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก พร้อมวิงวอนให้คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม เข้าใจเจตนาของภาคประชาชน และ ตัดสินใจคืนพื้นที่บางส่วนของโครงการบ้านพักข้าราชการให้กรมธนารักษ์ และจากนั้นศาลยุติธรรมกับภาคประชาชนตลอดถึงหน่วยงานภาครัฐอื่น จะร่วมกันฟื้นฟูสภาพป่าและระบบนิเวศต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเคลื่อนไหวในวันนี้ กลุ่มเครือข่ายหลายสิบคน ได้ปั่นจักยานลัดเลาะป่า เข้าไปในโครงการก่อสร้างบ้านพักตุลาการ พร้อมกับได้นำผ้าจีวรไปผูกต้นไม้รอบพื้นที่ก่อสร้าง พร้อมกับสำรวจบ้านพัก ก่อนที่ทั้งหมดจะปั่นจักรยานผ่านพื้นที่ก่อสร้างออกประตูด้านหน้า

ขณะที่นายกฤตย์ เยี่ยมเมธากร ที่ออกเดินเท้าจากจังหวัดเชียงใหม่เข้ากรุงเทพมหานคร ก่อนจะยุติการเดินที่จังหวัดลำปาง อ้างเหตุผลด้านความปลอดภัย

ล่าสุดในวันนี้ ได้ประกาศอีกครั้งว่าจะออกเดินทางจากจังหวัดลำปาง ในวันที่ 10 เม.ย. นี้ และจะเดินไปจนกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะใช้ ม.44 สั่งยุติโครงการก่อสร้าง

เผยสาเหตุการเสียชีวิตของ ‘น้องอิน’ ศีรษะได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ

หนังสือรับรองการเสียชีวิตของ ‘น้องอิน ณัฐนิชา’ ชี้ศีรษะได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจร

จากกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี หรือ น้องอิน อายุ 20 ปี ซึ่งประสบอุบัติเหตุรถยนต์ BMW ทะเบียน 5 กบ 5248 กรุงเทพมหานคร พลิกคว่ำชนต้นไม้ท่ามกลางฝนตกบน ถ.กาญจนาภิเษก ตะวันตก ฝั่งขาออก จากแยกทางหลวง 347 ก่อนถึงสะพานข้ามทางรถไฟเชียงรากเล็กน้อย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันนี้ (8 เม.ย. 61) นางลัดดา เชิดชูบุพการี แม่ของน้องอิน พร้อมครอบครัวได้เดินทางมายังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อติดต่อขอรับศพลูกสาวไปบำเพ็ญกุศล และรับหนังสือรับรองการเสียชีวิต โดยระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่ามาจาก “ศีรษะได้รับบาดเจ็บทางอุบัติเหตุจราจร”