เผยกำหนดการบำเพ็ญกุศล ‘น้องอิน’ 8-10 เม.ย. ฌาปนกิจศพ 11 เม.ย. นี้

แฟน ‘น้องอิน’ เผยกำหนดการบำเพ็ญกุศล 8-10 เม.ย. ฌาปนกิจศพ 11 เม.ย. นี้

จากกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี หรือ น้องอิน อายุ 20 ปี ซึ่งประสบอุบัติเหตุรถยนต์ BMW ทะเบียน 5 กบ 5248 กรุงเทพมหานคร พลิกคว่ำชนต้นไม้ท่ามกลางฝนตกบน ถ.กาญจนาภิเษก ตะวันตก ฝั่งขาออก จากแยกทางหลวง 347 ก่อนถึงสะพานข้ามทางรถไฟเชียงรากเล็กน้อย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด (8 เม.ย. 61) เฟซบุ๊ก Puvarin Dangcharoensuk แฟนหนุ่มของ น้องอิน ณัฐนิชา ได้โพสต์ข้อความเผยกำหนดการบำเพ็ญกุศล ว่า…

“ขอเรียนเชิญร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล นางสาวณัฐนิชา เชิดชูบุพการี (น้องอิน)

กำหนดรดน้ำศพ วันที่ 8 เมษายน 2561 รดน้ำศพเวลา 16.00 น. และสวดอภิธรรมศพ ในเวลา 19.00 น.

พิธีสวดพระอภิธรรมศพ ตั้งแต่วันที่ 8-10 เมษายน 2561 เวลา 19.00 น.

พิธีฌาปนกิจศพ วันพุธที่ 11 เมษายน 2561 เวลา 16.00 น. ณ วัดราชสิงขร พระอารามหลวง ศาลาหน้าเมน ถนน เจริญกรุง กทม.”

ไทยตอนบนฝนฟ้าคะนองลดลง กทม. ร้อยละ 20 ของพื้นที่

กรมอุตุฯ เผยไทยตอนบนฝนฟ้าคะนองลดลง กทม. ร้อยละ 20 ของพื้นที่

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยตอนบน รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนฟ้าคะนองลดลง โดยฝนที่ตกลงมาทำให้อากาศคลายความร้อนลง

สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกลาวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากจนถึงวันที่ 9 เมษายน 2561นี้ ไว้ด้วย

บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนยังคงแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง

สำหรับ กรุงเทพมหานคร และ ปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

‘ธนาธร’ เยือนเมืองตรัง ลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน

‘ธนาธร’ นักการเมือง 4.0 เยือนเมืองตรัง กราบไหว้อดีตเจ้าเมืองตรังก่อนรับฟังปัญหาของผู้ประกอบการฯสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน และผู้ประกอบการท่องเที่ยวฯชาวตรัง

วันที่ 7 เมษายน 2561 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นักธุรกิจกลุ่มไทยซัมมิทผู้ยื่นจดตั้งพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นหลาน สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายณิชเชฏฐ์ นิลสวัสดิ์ (เดิมชื่อนายเอกรินทร์ นิลสวัสดิ์) อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ.ตรัง พรรคเพื่อแผ่นดินและพรรคภูมิใจไทย และนายสันต์ชัย นิลสวัสดิ์ (ไนท์) ลูกชายของนายณิชเชฏฐ์ นิลสวัสดิ์ ลงพื้นที่จังหวัดตรัง

โดยเดินทางเข้ากราบไหว้พระยารัษฎานุประดิษฐ์ อดีจเจ้าเมืองตรัง ที่อนุสาวรีย์พระยารัษฎา เพื่อความเป็นสิริมงคลที่ได้ลงพื้นที่ในจังหวัดตรังเป็นครั้งแรก ต่อจากนั้นก็ได้ไปกราบไหว้ที่ศาลเจ้าท่ามกงเยี่ย ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพนับถือของชาวตรัง ก่อนที่จะเดินทางเข้าร่วมเสวนาฯปัญหาของผู้ประกอบการฯสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน และผู้ประกอบการท่องเที่ยวฯ ที่ ร้านกาแฟ มาเจอนี่

ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นักธุรกิจกลุ่มไทยซัมมิทผู้ยื่นจดตั้งพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ตั้งแต่ตนเองเริ่มปวารณาตนเป็น นักการเมือง ก็ยังไม่เคยลงพื้นที่ต่างจังหวัดเลย ซึ่งครั้งนี้เป็นการลงพื้นที่ิต่างจังหวัดเพื่อ รับฟังและเข้าใจปัญหา ของท้องถิ่นเพื่อได้พบปะประชาชน ในท้องถิ่นจริงๆเป็นครั้งแรก ตนเองก็รู้สึกดีใจและในการเดินทางมาตรังครั้งนี้ ที่ทางคุณเก่ง และทางคุณไนท์ ให้เกียรติต้อนรับตนเองเป็นอย่างดี และได้พาไปดูวัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ของคนตรัง

ซึ่งตนเองก็มีความยินดีที่ได้เรียนรู้ ในเวลา 2 วันที่ผ่านมา ส่วนตอนนี้อยู่ระหว่างกำลังจะขอ ทาง คสช. เพื่อประชุมการตั้งพรรคอย่างเป็นทางการ ในครั้งที่ 1 ซึ่งทางเราคาดหวังว่า ทาง คสช. จะอนุมัติเรื่องนี้ให้ เราตามปฏิทินของเราแล้ว จะทำให้เราสามารถร่วมประชุมพรรคครั้งที่ 1 ได้ ในปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน

ในเรื่องด้านของแนวทางในอนาคต เมื่อตนเองลงมาในท้องถิ่น จะต้องพูดถึงนโยบายหลักของเรา คือการกระจายอำนาจ ให้ท้องถิ่นได้บริหารจัดการตัวเอง ซึ่งเมื่อเช้าวันนี้ตนเองได้มีโอกาสคุยกับผู้ประกอบการในท้องถิ่นจังหวัดตรัง ซึ่งตนได้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ เห็นพลังเต็มไปหมดเลย ซึ่งตนเองเชื่อว่าสิ่งที่ท้องถิ่นต้องการ คือสิทธิ์และเสรีภาพในการ กำหนดอนาคตของตัวเอง สิทธิ์และเสรีภาพในการจัดการตัวเอง โดยหน้าที่ตนในเรื่องนี้ก็คือจะต้อง โอนให้อำนาจโอนถ่ายความรับผิดชอบ จากส่วนกลางมาสู่ท้องถิ่น ให้เป็นจริงให้ได้ ซึ่งสิ่งนี้เป็นกรอบนโยบายการทำงานหลักของพรรคเรา

สำหรับการที่ลงพื้นที่ในวันนี้ จะเกรงว่าเป็นเรื่องการมาตีเมืองของนายชวน หลีกภัยหรือไม่นั้น ทางเราไม่ได้มองอย่างนั้นแต่มองว่าที่นี่พร้อมที่สุด ซึ่งเป็นอย่างที่บอกว่าทางเราได้รับเชิญ จากทางคุณเก่งและคุณไนท์ ซึ่งเมื่อได้รับเชิญมาเราก็เห็นว่าตัวเราเองมีเวลาเหมาะสมกันพอดี ก็เลยลงมาที่นี่เป็นที่แรกและไม่ได้คิดอะไรอย่างนั้น ส่วนในจังหวัดตรัง ยังไม่มีพรรค แต่อย่างใดแต่หากไม่มีการจัดตั้งพรรค แล้วทางเราค่อยมาพูดถึงการจัดสรรหาผู้สมัคร และในวันนี้จะมีการเสวนาในเรื่องการพัฒนาเมืองตรังนั้นคือตนเองต้องการเรียนรู้และรับทราบปัญหา จริงๆของผู้ประกอบการ ในภาคใต้

ซึ่งการที่เราอยู่แต่ในกรุงเทพทำให้เราไม่สามารถเข้าถึงข้อเท็จจริงได้ เราไม่สามารถรับฟังเสียงได้ วันนี้คิดว่าคงจะเป็นการ รับฟังปัญหาเป็นหลักว่าคนในพื้นที่จริงๆต้องการสิ่งใดบ้าง ในเรื่องของจังหวัดตรังนั้นหากมอง GDP ต่อหัว จังหวัดตรังจะอยู่ในระดับกลางกลาง ซึ่งจังหวัดที่สูงที่สุดในภาคใต้ก็คือจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดใน GDP ที่ต่ำที่สุดในภาคใต้ก็คือ จ.นราธิวาส ดังนั้นเราจึงเห็นได้ว่าตรังเป็นจังหวัดที่มีรายได้ปานกลาง ในพื้นที่ของภาคใต้ทั้งหมดและเศรษฐกิจที่สำคัญ เป็นเศรษฐกิจหลัก ของจังหวัดตรัง คือเศรษฐกิจการเกษตร ภาคการเกษตรเป็นภาคที่ใหญ่ที่สุด

ส่วนภาคที่สำคัญอื่นๆก็จะเป็นพวกการค้าปลีก แต่ภาคที่น่าสนใจที่สุดก็คือเป็นภาคในเรื่องของการท่องเที่ยวธุรกิจที่เติบโตเร็วที่สุด ดังนั้นตนเองจึงอยากดูเป็นพิเศษว่าในเรื่องการท่องเที่ยว จะสามารถส่งเสริมผู้ประกอบการท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดตรังได้อย่างไรบ้าง ทำให้ตนเองต้องลงพื้นที่มารับฟังปัญหาตรงนี้ ส่วนในเรื่องการเมืองเก่านั้นตนเองก็ไม่ได้คุยกับคุณอามานานแล้ว คงไม่เป็นปัญหาใดๆเกี่ยวกับเรื่องการเมืองเก่า และตนก็ได้ชี้แจงเรื่องนี้ไปหลายๆครั้งแล้ว ตนเองคิดว่าควรให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ไปในตัวเพื่อตอบคำถามเรื่องนี้ดีกว่า

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบันตนเองดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการการบริหารกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท กลุ่มบริษัทในภาคอุตสาหกรรมชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งกำลังจะลาออกในไม่ช้า เมื่อเกิดมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่และประกาศวันเลือกตั้งอย่างชัดเจน ตนเองก็จะลาออกจากการทำงานในสายธุรกิจ เพื่อให้เวลาเต็มที่กับการทำงานด้านการเมือง และตนเองอยากฝากถึงรัฐบาล คสช. ควรปลดล็อคกิจกรรมทางการเมืองให้หมด ไม่ว่ากับประชาชนก็ดีไม่ว่ากับพรรคการเมืองก็ดี เรากำลังเข้าสู่โหมดของการเลือกตั้ง

เพราะฉะนั้นประเทศไทย ควรจะได้มีเสรีภาพในการแสดงออก เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นเสรีภาพพื้นฐานของประชาชน ถ้าไม่มีเสรีภาพถ้าไม่เปิดโอกาส ประชาชนและพรรคการเมืองนำแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะ การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นได้ก็จะไม่สง่างาม