BMW แจงเหตุถุงลมไม่ทำงาน คาด ‘น้องอิน’ ขับเร็วเกิน 120

บริษัท บีเอ็มดับเบิ้ลยู ประเทศไทย จำกัด ออกมาชี้แจงกรณีถุงลมไม่ทำงาน คาด ‘น้องอิน’ อาจขับขี่ด้วยความเร็วเกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

จากกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี หรือ น้องอิน อายุ 20 ปี ซึ่งประสบอุบัติเหตุขณะขับรถยนต์ BMW ทะเบียน 5 กบ 5248 กรุงเทพมหานคร จนเสียหลักพลิกคว่ำชนต้นไม้ท่ามกลางฝนตกบน ถ.กาญจนาภิเษก ตะวันตก ฝั่งขาออก จากแยกทางหลวง 347 ก่อนถึงสะพานข้ามทางรถไฟเชียงรากเล็กน้อย เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่าบริษัท บีเอ็มดับเบิ้ลยู ประเทศไทย จำกัด ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีอุบัติเหตุครั้งนี้ว่า จากการตรวจสอบพบว่า ม่านถุงลมด้านข้างทำงาน แต่ถุงลมด้านหน้าไม่ทำงาน เบื้องต้นคาดว่ามีการชนจากด้านข้างอย่างรุนแรง ทำให้ม่านนิรภัยทำงาน แต่ที่ถุงลมด้านหน้าไม่ทำงาน เนื่องจากไม่ได้ชนด้านหน้าตรง เซ็นเซอร์จึงไม่ได้รับข้อมูลที่จะปล่อยถุงลม อย่างไรก็ตามจะส่งทีมวิศวกรเดินทางไปประสานกับกองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อหาสาเหตุและดูการทำงานของระบบต่างๆ อีกครั้ง

ทั้งนี้ถึงแม้ม่านนิรภัยด้านข้างรถจะทำงาน แต่ม่านนิรภัยด้านข้างรถจะสามารถช่วยลดความรุนแรงของรถที่วิ่งมาประมาณ 60-80 ก.ม.ต่อช.ม.เท่านั้น ซึ่งหากรถขับมาเร็วเกินกว่านี้ อาจทำให้มีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายรุนแรงมากยิ่งขึ้น แต่จากเหตุการณ์นี้จะพบว่ารถคันเกิดเหตุอยู่ในสภาพพังเละเสียหายทั้งคัน จึงเป็นไปได้ว่าความเร็วของรถที่ขับมาอาจมากกว่า 120 ก.ม.ต่อช.ม.

รถบัสหักหลบคนเดินข้ามถนน เสียหลักชนเสาไฟฟ้าหัก 6 ต้น

รถบัสเสียหลักชนเสาไฟฟ้าหัก 6 ต้น หลังหักหลบคนเดินข้ามถนนช่วงบริเวณถนนปทุมธานี-รังสิต จ.ปทุมธานี

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 7 เม.ย.61 ร.ต.อ.นิติพงษ์ มีคำ รองสว.สอบสวน สภ.สวนพริกไทย รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบัสเสียหลักชนเสาไฟฟ้าทำให้เสาไฟฟ้าหักล้ม จำนวนหลายต้นและไปถูกบ้านคนได้รับความเสียหายบริเวณถนนปทุมธานี-รังสิต (มุ่งหน้ารังสิตก่อนถึงแยกเทคโนเล็กน้อย) ม.5 บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เจ้าหน้าที่การไฟฟ้า

ที่เกิดเหตุพบรถบัสสีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 30-2848 พระนครศรีอยุธยา เสียหลักตกลงไปไนบ่อน้ำของหน้าบริษัทปิ่นเพชร มารีน จำกัด ได้รับความเสียหายและยังมีเสาไฟฟ้าสูง 14 เมตร กำลังไฟ 22000 โวลล์ถูกชนล้มจำนวน 6 ต้นและยังมีหลังคาอาคารพาณิชย์ที่อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุถูกเสาไฟฟ้าล้มทับได้รับความเสียหายด้วย

ส่วนเจ้าของอาคารพาณิชย์ที่ถูกเสาไฟฟ้าล้มทับได้รับความเสียหายนั้นบอกว่า ขณะเกิดเหตุนอนอยู่แต่ได้ยินเสียงเหมือนอะไรร่วงใส่บ้านอย่างแรงจึงออกมาก็พบว่ามีเสาไฟฟ้าล้มใส่หลังบ้านแล้ว และทราบว่าผู้ขับขี่นั้นหักรถหลบคนเดินข้ามถนนเป็นเหตุให้รถเสียหลักประสบอุบัติเหตุดังกล่าว

ร.ต.อ.นิติพงษ์ มีคำ รองสว.สอบสวน สภ.สวนพริกไทย เปิดเผยว่า จะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและสอบปากคำผู้ขับขี่เพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงและให้รถยกทำการยกรรที่ประสบเหตุออกนอกเส้นทางเพื่อให้เจจ้าหน้าที่การการไฟฟ้าทำการซ่อมแซมต่อไป

‘บิณฑ์’ พาแม่ ‘น้องอิน’ ติดต่อรับศพ เผยสนิทเหมือนคนในครอบครัว

‘บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์’ พาแม่ ‘น้องอิน’ ติดต่อรับศพ เผยสนิทเหมือนคนในครอบครัว คอยให้คำปรึกษาตลอด

จากกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี หรือ น้องอิน อายุ 20 ปี ซึ่งประสบอุบัติเหตุรถยนต์ BMW ทะเบียน 5 กบ 5248 กรุงเทพมหานคร พลิกคว่ำชนต้นไม้ท่ามกลางฝนตกบน ถ.กาญจนาภิเษก ตะวันตก ฝั่งขาออก จากแยกทางหลวง 347 ก่อนถึงสะพานข้ามทางรถไฟเชียงรากเล็กน้อย เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านม

ล่าสุด (7 เม.ย. 61) เมื่อเวลา 13.00น. มีรายงานว่า บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ พร้อมด้วยทีมงานอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้เดินทางมาที่ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อทำเรื่องและอำนวยความสะดวกให้กับมารดาของ น.ส.ณัฐนิชา เชิดชูบุพากรี หรือ น้องอิน ที่ประสบอุบัติเหตุ

ทั้งนี้ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เผยว่า น้องอินนับถือตนเองเหมือนตนเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวและให้คำปรึกษากันตลอดมา น้องอินเป็นเด็กที่ตั้งใจทำงานมีงานอะไรตนเองก็จะเรียกน้องไป น้องก็ไม่เคยปฏิเสธ ล่าสุดเมื่อวานน้องอินได้ทักไลน์มาหาตนเองว่า เมื่อไหร่ตนเองจะว่างจะขอคำปรึกษา เพราะก่อนหน้านี้เคยคุยกันและทราบว่าน้องอินกำลังจะทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องสำอาง ตนจึงบอกไปว่าจะทำอะไรต้องใจเย็นๆ มาคุยกันก่อน

กระทั่งเมื่อเช้าจึงทราบว่า น้องประสบอุบัติเหตุ ก่อนหน้านี้ 3-4 วัน ตนเองและครอบครัวน้องได้ไปนั่งกินข้าวกัน โดยมีแม่น้อง มีน้องอิน ตนเองและเพื่อนอีกคนหนึ่ง ไม่เชื่อว่าจะเป็นการได้เจอกันเป็นครั้งสุดท้าย ไม่คิดว่าจะเป็นการสั่งลาเพราะหน้าน้องเศร้า

สำหรับน้องอินเพิ่งขับรถเป็นได้ประมาณ 3 ปี หลังจากทำใบขับขี่ได้ ตนเองก็เคยเตือนแม่น้องอินไปแล้วว่า อย่าเพิ่งออกรถให้น้องอินเพราะเพิ่งขับรถเป็นยังมือใหม่อยู่แต่แม่ก็ตามใจ ประมาณ 1 ปีที่แล้วตนเองได้นั่งรถกับน้องอิน และเป็นรถคันเกิดเหตุก็พบว่าน้องอินเป็นคนที่ขับรถเร็ว ยังไม่ค่อยกล้าตัดสินใจซึ่งตนเองก็ยังเตือนน้องอิน ทั้งนี้ทราบว่า น้องอินไปเที่ยวที่พัทยากับกลุ่มเพื่อนจากนั้นได้ขับรถมาเยี่ยมเพื่อนที่จ. พระนครศรีอยุธยา และขณะเกิดเหตุน่าจะขับรถกลับคอนโดที่พักใน กทม. จนกระทั่งมาประสบอุบัติเหตุ

ต่อมา นางลัดดา แม่ของน้องอิน ได้เดินทางมาที่ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ พร้อมกับร่ำไห้ด้วยความเสียใจตลอดเวลาโดยมี บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ คอยดูแลอยู่เคียงข้างเพื่อทำเรื่องในการติดต่อขอรับศพ โดยผู้เป็นแม่กล่าวว่า “ทำใจไม่ได้ ลูกสาวจากไปเร็ว” “ไม่มีลูกแล้ว สงสารลูก” และได้คุยกับลูกสาวครั้งสุดท้ายเวลาประมาณ 01.00 น. ตนเองก็คิดว่าลูกสาวคงจะนอนแล้ว

สำหรับศพ น้องอิน ในวันพรุ่งนี้ (8 เม.ย. 61) หากมีการติดต่อรับศพแล้วจะเคลื่อนไปตั้งศพสวดพระอภิธรรมที่วัดสุทธิวราราม (ถนนเจริญกรุง) แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร