เปิดประวัติ ‘อิน ณัฐนิชา’ ผู้โด่งดังจากบท ‘มดตะนอย’ และฉายา ‘เก๊กฮวยถ้วยใหญ่ๆ’

เปิดประวัติ! สาวน้อยผู้โด่งดัง ‘อิน ณัฐนิชา’ จากบท ‘มดตะนอย’ ละคร แก้วตาหวานใจ และฉายาจากโฆษณา ‘เก๊กฮวยถ้วยใหญ่ๆ’

จากข่าวการเสียชีวิตของ น.ส.ณัฐนิชา เชิดชูบุพากรี หรือ น้องอิน อดีตดาราเด็กที่โด่งดังมาจากการรับบท ‘มดตะนอย’ ละตรเรื่อง แก้วตาหวานใจ ถือเป็นข่าวร้ายช็อกวงการบันเทิงในเช้าวันนี้ (7 เม.ย. 61) ซึ่งสร้างความเสียใจให้กับแฟนๆ เป็นอย่างมาก

สำหรับ น้องอิน ชื่อจริงว่า ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี อายุ 20 ปี (นามสกุลเดิม อุตวัฒน์) เกิดเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 เป็นนักแสดงเด็กชาวไทย ที่โด่งดัง และเป็นที่รู้จักในช่วงปี พ.ศ. 2545-พ.ศ. 2549 ผลงานสร้างชื่อคือการแสดงละครโทรทัศน์เรื่อง แก้วตาหวานใจ ออกอากาศทางช่อง 7 ประกบคู่ ชมพู่ อารยา และ อู ภาณุ สุวรรณโณ ที่ทำให้เธอกลายเป็นดาราเด็กแห่งยุคจนโด่งดังเป็นที่รู้จักกันจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังมีผลงานที่โด่งดังอีก 1 อย่าง ที่ทำให้น้องอินกลายเป็นที่จดจำคือ โฆษณาโทรศัพท์เครือข่ายมือถือยี่ห้อหนึ่ง ที่ร้องเพลงว่า “เก๊กฮวยถ้วยใหญ่ๆ แช่เอาไว้อยู่ในตู้เย็น สีม่วงเขาผ่านมาเห็น แอบเปิดตู้เย็นกินน้ำเก๊กฮวย ชักแหงกๆๆๆๆ” จนทำให้ได้ฉายา ‘เก๊กฮวยถ้วยใหญ่ๆ’

ส่วนงานในวงการบันเทิงก็มีอีกมากมาย ทั้งงานละคร โฆษณา พิธีกร ถ่ายแบบ รวมถึงการจับไมค์เป็นนักร้องมีผลงานถึง 3 อัลบั้มภายใต้สังกัดโซนี่ มิวสิค และเริ่มหายหน้าไปจากวงการบันเทิงไปพักใหญ่ ก่อนจะกลับมาเต็มตัวในผลงานภาพยนตร์เรื่อง กรรไกร ไข่ ผ้าไหม รับบท อิน เพื่อนกลุ่มแก๊งนางฟ้าของฟร้อน นางเอกของเรื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง เศร้า ‘น้องอิน ณัฐนิชา’ อดีตดาราเด็ก ขับรถชนต้นไม้เสียชีวิต!

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ wikipedia / picpost.mthai / อิน ณัฐณิชา Official Fanpage

คลิปเดือด! โจ๋เจอด่านตรวจหน้าร้านข้าว โวยลั่น ‘มึงกล้าจับเปล่า’ ก่อนมีปากเสียงซัดกันน่วม

วัยรุ่นเดือดเจอด่านตรวจแอลกอฮอล์ใกล้ร้านข้าว ที่จังหวัดพิษณุโลก ก่อนทำร้ายตำรวจ ล่าสุดถูกตั้งหลายข้อหา เจ้าตัวสารภาพเมาขาดสติ เข้าใจการทำงานของตำรวจหลังจากหายเมา

วันนี้(7 เม.ย.)  พันตำรวจเอกทรงพล สังข์เกษม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก เปิดเผยเกี่ยวกับกรณีที่ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Nut Jomthong โพสภาพและคลิปวีดีโอ ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ บริเวณถนนพระองค์ขาว ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เมื่อช่วงเวลาประมาณ 02.00 น.ที่ผ่านมา จนมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์ออกไปเป็นจำนวนมาก ทั้งที่ไม่เข้าใจและเข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับขี่ยานพาหนะ

ซึ่งจากคลิป พบเห็นตำรวจกำลังพยายามควบคุมตัวนายเอ็ก นามสมมุติ (สรศักดิ์ แว่วสอน) อายุ 32 ปี สวมใส่เสื้อสีขาว ถกเถียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนเองไปดื่มสุรามาแล้วจะมารับประทานอาหารที่ร้านข้าวแกง จากนั้นได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อนๆของนายเอ็ก จึงเข้ามาพยายามห้ามตำรวจไม่ให้จับกุม แต่ตำรวจก็สามารถควบคุมสถานการณ์และควบคุมตัวนายเอ็กไปดำเนินคดีที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก

พันตำรวจเอกทรงพล สังข์เกษม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก เล่าว่า เหตุการณ์ก่อนที่จะมีการอัดคลิปดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ อยู่ห่างจากร้านขายข้าวแกงประมาณ 100 เมตร กลุ่มนักดื่มดังกล่าวเมื่อเห็นด่านได้วิ่งเข้าไปที่ด่าน แล้วด่าทอแสดงความไม่พอใจที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตรวจวัดแอลกอฮอล์แล้วกลับมาที่บริเวณหน้าร้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดตามตัวไปดำเนินคดี หลาย ข้อหาเช่น ข้อหาเสพสุราหรือของเมาอย่างอื่น จนเป็นเหตุให้ตนเมา ประพฤติวุ่นวายหรือครองสติไม่ได้ขณะอยู่ในถนนสาธารณะ หรือสาธารณสถาน ข้อหาต่อสู้ หรือขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติการตามหน้าที่ และข้อทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ เป็นต้น นอกจากนี้หลังจากการตรวจหาสารเสพติดเบื้องต้นพบสารเสพติดประเภท 1 ซึ่งนายเอ็กยอมรับสารภาพว่าเสพมาด้วย

ล่าสุด หลังจากตั้งสติได้ นายเอ็ก ได้พูดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอัดคลิปวีดีโอสั้นๆ ใจความ เวลาที่มึนเมา อย่าขับยานพาหนะ เวลาที่เมาอย่าไปก่อความวุ่นวายให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจขณะที่ปฏิบัติหน้าที่ ที่เสียสละเวลาจากครอบครัวมาปฏิบัติหน้าที่ และถ้าวันหนึ่ง หากเราเมาแล้วขับไปชนคนอื่น จะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งหลังจากหายมึนเมาเราจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจากการเมา

พันตำรวจเอกทรงพล สังข์เกษม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก ฝากถึงผู้ขับขี่ยานพาหนะไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจจะเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและผู้อื่นที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน และที่สำคัญขอให้ผู้ขับขี่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่เพื่อคอยป้องกันและลดอันตรายจากการเมาแล้วขับด้วย

ปิดตำนาน ‘สนามม้านางเลิ้ง’ 102 ปี หลัง สนง.ทรัพย์สินฯ ไม่ต่อสัญญา

ปิดตำนาน ‘สนามม้านางเลิ้ง’ 102 ปี หลังสำนักงานทรัพย์สินฯ ไม่ต่อสัญญา ให้ส่งมอบสถานที่คืนภายใน 180 วัน

สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดย นายอนันต์ ไววิทยะ หัวหน้าฝ่ายอาวุโส ฝ่ายกฎหมาย สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ส่งหนังสือถึงประธานคณะกรรมการอำนวยการ ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ลงวันที่ 4 เมษายน พ.ศ.2561 เรื่องการบอกเลิกสัญญาเช่าและขอให้ส่งมอบสถานที่เช่า

โดยในหนังสือ ระบุโดยสรุปว่า ตามที่ราชตฤณมัยสมาคมฯ เป็นผู้เช่าอาคาร และที่ดินกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ บริเวณสนามม้านางเลิ้ง จำนวน 3 สัญญาเช่า คือ สัญญาเช่าอาคาร (ชั่วคราว) ฉบับที่ 2976 ลงวันที่ 29 กันยายน ปี 2542, สัญญาเช่าอาคาร (ชั่วคราว) ฉบับที่ 2977 ลงวันที่ 29 กันยายน ปี 2542 และสัญญาเช่าอาคาร (ชั่วคราว) ฉบับที่ 2978 ลงวันที่ 29 กันยายน ปี 2542 ทั้งสามสัญญามีกำหนดอายุสัญญาเช่า 6 เดือน นับแต่วันที่ 1 สิงหาคม ปี 2542 เป็นต้นไป ในอัตราเช่าเดือนละ 30,000 บาท, 10,000 บาท และ 10,000 บาทตามลำดับ ซึ่งรายละเอียดและเงื่อนไขสัญญาเช่าเป็นที่ทราบกันนั้น

ปัจจุบันสัญญาเช่าทั้งสามฉบับได้ครบกำหนดอายุสัญญาเช่ามานานแล้ว สำนักงานทรัพย์สินฯ จำเป็นต้องใช้ที่ดินและอาคารดังกล่าว จึงไม่สามารถให้ราชตฤณมัยสมาคมฯ เป็นผู้เช่าได้อีกต่อไป ซึ่งสำนักงานทรัพย์สินฯ ได้ประสานและแจ้งให้ราชตฤณมัยสมาคมฯ ทราบในเบื้องต้นแล้ว

ดังนั้นเพื่อความเรียบร้อยและถูกต้อง สำนักงานทรัพย์สินฯ จึงขอบอกเลิกสัญญาเช่าอาคาร (ชั่วคราว) ทั้ง 3 ฉบับดังกล่าว กับ ราชตฤณมัยสมาคมฯ โดยขอให้ ราชตฤณมัยสมาคมฯ ขนย้ายทรัพย์สินและบริวาร ออกไปจากอาคารและที่ดิน ทั้ง 6 โฉนด และขอให้ส่งมอบสถานที่เช่าทั้งหมดคืน พร้อมชำระค่าเช่า หรือ ค่าภาษีค้างชำระถึงวันส่งมอบคืนสถานที่เช่าแก่สำนักงานทรัพย์สินฯ ทั้งนี้ให้เสร็จสิ้น ภายในกำหนด 180 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ

ขอบคุณภาพ FB ราชตฤณมัยสมาคมฯ ในพระบรมราชูปถัมภ์