ธรรมดาที่ไหน!! เมืองดอกคำใต้จัดอุโมงค์น้ำคลายร้อนช่วง ‘สงกรานต์’

นายก ทม.ดอกคำใต้ ทำอุโมงค์น้ำ รับสงกรานต์ “ฮ่องจ๊างมหานที ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองดอกคำใต้”

วันที่ 6 เมย.61 เทศบาลดอกคำใต้ได้มีการเตรียมความพร้อมต้อนรับสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน 2561 ณ บริเวณลานวัฒนธรรมลำน้ำร่องช้าง อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ด้วยบรรยากาศงานและการแต่งกายแบบย้อนยุค โดยมีกิจกรรมหลากหลายให้ประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่ ได้เที่ยวกันแบบชื่นอกม่วนใจ๋กัน โดยมีกิจกรรมการการแสดงต่างๆ การประกวดนางฟ้าจำแลง ย้อนยุค “ธิดาการะเกด” ประกวดทำอาหารพื้นเมือง การประกวดแต่งกายชุดไทยย้อนยุค การแสดงดนตรีวัฒนธรรมพื้นบ้าน ขบวนแห่พระพุทธรูป พิธีรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ การประกวดเทพีสงกรานต์ฯ

นายจิระเดช ศรีวิราช นายกเทศมนตรีเมืองดอกคำใต้ กล่าวว่า เทศกาลสงกรานต์ของ อ.ดอกคำใต้ ในปีนี้นั้นทางเทศบาลเมืองดอกคำใต้ได้เตรียมความพร้อมในด้านต่างๆเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ออกมาเที่ยวโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวที่ได้เดินทางมายังอำเภอเมืองดอกคำใต้ ซึ่งถือว่าในแต่ละปีนั้นมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชม และร่วมกิจกรรม ประเพณีสงกรานต์ของอำเภอดอกคำใต้เป็นจำนวนมาก

และในปีนี้ทางเทศบาลเมืองดอกคำใต้ได้เตรียมกิจกรรมต่างๆไว้มากมายโดยเฉพาะขบวนแห่พระพุทธรูป เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 -13 เมษายน ซึ่งถือว่าเป็นประเพณีสำคัญในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของชาวดอกคำใต้

เทศบาลดอกคำใต้ยังได้ทำ อุโมงค์น้ำเพื่อให้พี่น้องประชาชนนักท่องเที่ยวได้ร่วมเล่นน้ำสงกรานต์อย่างชุ่มฉ่ำ พร้อมกับมีการประกวด นางสงกรานต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคืนวันที่ 11 จะมีการประกวดนางฟ้าจำแลงซึ่งถือว่าเป็นที่สนใจของพี่น้องชาวอำเภอดอกใต้และนักท่องเที่ยว ทม.ดอกคำใต้จึง ขอเชิญชวน สาวประเภทสองที่มีความสวยงามมาประกวดแข่งขันกันในเวทีเทศกาลสงกรานต์ในอำเภอดอกคำใต้

นอกจากนี้ได้จัดตามกระแสติดชาร์จเรื่องบุพเพสันนิวาสมีการแต่งกายย้อนยุค โดยชาวบ้านร่วมกันแต่งกายย้อนยุค และตอนนี้ทางเทศบาลเมืองดอกคำใต้ ได้สร้างอุโมงค์น้ำ ให้เด็กๆเล่น ในแม่น้ำร่องช้างถือว่าเป็นแม่น้ำที่มีความสำคัญในวิถีชีวิตของชาวอำเภอดอกคำใต้ และอำเภอดอกคำใต้ มีประเพณีที่งดงามโดยเฉพาะอย่างยิ่งขึ้นชื่อ เป็นเมืองสาวงามเมืองดอกคำใต้ ที่มีมนต์เสน่ห์มานานแสนนาน

ลูกศิษย์โชว์หลักฐาน ยันสำนักสงฆ์บุญญพลัง ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย

ลูกศิษย์สำนักสงฆ์ บุญญพลัง โชว์หลักฐานไม่ได้ทำผิดกฎหมาย หลังถูกกล่าวหา ครอบครอง-แปรรูปไม้,ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง และสร้างสิ่งปลูกสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ผิดวัตถุประสงค์ของโครงการพุทธอุทยาน 

เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2561 นายวีรจักร์ ศิโรจน์ชยางกุล และนางพิมวริณ เลิศก่อกิจ พร้อมด้วยคณะลูกศิษย์สำนักสงฆ์ บุญญพลัง ได้เดินทางมายังสำนักข่าว MThai เพื่อเข้าชี้แจงและร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์เข้าตรวจสอบสำนักสงฆ์ และยื่นเรื่องสั่งฟ้องใน 3 ประเด็น

อาทิครอบครอง-แปรรูปไม้โดยไม่ได้ขออนุญาติ, ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง และสร้างสิ่งปลูกสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ผิดวัตถุประสงค์ของโครงการพุทธอุทยาน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้ามาเพิกถอนการก่อสร้าง และจับกุมเจ้าอาวาสและเจ้าหน้าที่วัดไปดำเนินคดี

โดยนายวีรจักร์ เผยว่า เมื่อวันที่ 24 มี.ค.61 เจ้าหน้าที่อุทยานฯ นำโดนนายฐิติ โสมภีร์ หัวหน้าอุทยานฯเขื่อนศรีนครินทร์ ได้นำเจ้าหน้าที่เข้ามาแจ้งเพิกถอนสำนักสงฆ์ โดยให้เหตุผลว่า เราทำผิดข้อตกลง เงื่อนไข โดยมีการก่อสร้างสิ่งต่างๆ หลายรายการ ประกอบด้วย ศาลาปฏิบัติธรรม กุฏิ หอฉันท์ และห้องน้ำ ด้านข้างศาลาฯ มีการสร้างบันไดขึ้นไปบนยอดเขา ระยะทางราว 200 เมตร

ซึ่งบนยอดเขานั้นมีการก่อสร้างฐาน และโครงสร้างพระพุทธรูป ขนาดหน้าตัก 35 เมตรสูง 60 เมตร แต่การก่อสร้างต่างๆ ทางสำนักสงฆ์ ไม่ได้แจ้งให้ทางอุทยานฯทราบ มีไม้แปรรูปขนาดใหญ่ 44 แผ่น และมีสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครอง ซึ่งจากข้อกล่าวหาต่างๆ ดังกล่าว ขอชี้แจงแต่ละประเด็นดังนี้

1. ประเด็นการกล่าวหาว่า มีการก่อสร้างเพิ่มเติมโดยไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ ทางสำนักสงฆ์ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะการก่อสร้างทั้งหมด มีมาก่อนที่จะทำโครงการพุทธอุทยาน เจ้าหน้าที่ฯเข้ามาสำรวจ ถ่ายภาพ ก็พบการก่อสร้างแล้ว และในบันทึกข้อตกลง

โครงการก็มีการถ่ายภาพและระบุฐานพระพุทธรูปที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และพระพุทธรูปปูนปั้น ไว้ก่อนแล้ว จะหาว่า ทางวัดก่อสร้างทีหลังโดยไม่แจ้งได้อย่างไร และที่สำคัญ ในห้วงการทำโครงการ ทางวัดก็ไม่ได้มีการก่อสร้างสิ่งใหม่ หรือตัดต้นไม้ เพื่อก่อสร้างใดๆเลย แต่เป็นการก่อสร้างในสิ่งที่กำลังดำเนินการอยู่เพียงเท่านั้น

2. ส่วนเรื่องสัตว์ป่าคุ้มครองนั้น ทางลูกศิษย์หลวงพ่อ ที่เป็นเจ้าของสวนสัตว์ ได้มีการถวายกวางลูกผสม จำนวน 4 ตัว ตั้งแต่ปี 54 มีเอกสารครอบครองถูกต้องตามกฎหมาย นกยูงอินเดีย ก็มี มาลัย ฟาร์ม ณ ชะอำ ได้มอบถวายเป็นนกยูงอินเดีย จำนวน 3 ตัว ซึ่งก็มีเอกสารถูกต้อง

ส่วนสัตว์อื่นๆ เช่นเต่าเหลือง ตะพาบน้ำ เกิดจากลูกศิษย์ไปเจอ ขณะชาวบ้านจับได้เตรียมไปทำอาหาร จึงขอซื้อแล้วนำมาถวายวัด และสุดท้ายคือ นกเหยี่ยวซึ่งก็เป็นนกธรรมชาติ ทางวัดไม่ได้เลี้ยงไว้ มันบินมาเอง ก็ปล่อยตามธรรรมชาติ แต่เจ้าหน้าที่ก็มาจับไปแล้วว่าทางวัดเป็นผู้ครอบครองไว้

และ 3.เรื่องไม้แปรรูป นั้นเป็นไม้เก่า ที่ชาวบ้านนำมาถวาย ซึ่งเป็นไม้เก่า ลอยน้ำได้ ทางวัดก็รับมอบมา เพื่อเอาไว้ให้พระสงฆ์ปูนั่ง เวลาปฏิบัติธรรมและฟังธรรม ก็เพียงเท่านั้น

สำหรับพื้นที่เดิมของที่ตั้งพุทธสถานบุญญพลังแห่งนี้ เป็นป่าเสื่อมโทรม ชาวบ้านบุกรุกเข้าทำประโยชน์หาของป่า ชาวบ้านจึงเข้าจับจองเพื่อทำกินเรื่อยมา ก่อนที่จะเป็นเขื่อนกักเก็บน้ำ โดยพื้นที่นี้ นายลือ จึงได้จับจองและเสียภาษี ภบท.5 เรื่อยมา จนปี 2536 จึงได้มอบเป็นสถานที่ฝึกปฏิบัติธรรม จนปี 2550 พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง ได้บวชเป็นพระและเดินทางมาสร้างสถานปฏิบัติธรรมขึ้น

ต่อมาเมื่อปี 2558 รัฐบาลได้ดำเนินการตรวจสอบ อายัด พื้นที่ที่มีการบุกรุกที่ป่าของรัฐ จึงได้มีการไล่รื้อทำลาย และเมื่อเจ้าหน้าที่อุทยาน ได้ทราบว่า ที่บริเวณบ้านท่านสนุน ได้มีที่พักสงฆ์พุทธสถานบุญญพลัง จึงได้มาสำรวจพูดคุยเพื่อหาทางออก ให้ป่า กับวัด อยู่ร่วมกันได้ ซึ่งในช่วงที่มาสำรวจ เจ้าหน้าที่ก็ได้ตรวจสอบถ่ายภาพสถานที่อย่างละเอียด จนเกิดโครงการพุทธอุทยาน เพื่อให้สำนักสงฆ์ ได้เป็นผู้ช่วยงานด้านป่าไม้ ขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว ระหว่างปี 2559 – 2563

‘ศรีวราห์’ เตรียมประชุม พนง.สอบสวนภาค 7 ทำความเห็นแย้งคดีเปรมชัย

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เตรียมนัดพนักงานสอบสวนภาค 7 มาหารือ พร้อมพิจารณาทำความเห็นแย้งคดีเปรมชัย 9 เม.ย.นี้

ภายหลังอัยการภาค 7 มีความเห็นไม่สั่งฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต 5 ข้อหาจาก 11 ข้อหา ทางด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในวันที่ 9 เม.ย.นี้ จะเรียกพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 มาหารือ หลังพนักงานสอบสวนได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการเย็นวานนี้

เบื้องต้นสั่งการให้พนักงานสอบสวนเตรียมหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เช่น ประกาศกฎกระทรวง ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาตเข้าไปในพื้นที่อุทยาน เพื่อนำมาพิจารณาในข้อหา ร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ แม้ประเด็นนี้จะไม่มีบทลงโทษกำหนดไว้ แต่ตามข้อมูลการสอบปากคำพบว่านายเปรมชัย ก็ไม่ได้ทำหนังสือเพื่อขออนุญาตเข้าพื้นที่ตั้งแต่แรก ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดและมีผลผูกพันต่อการฟ้องร้องทางแพ่งที่ตัวแทนกรมอุทยานฯ ได้เข้าร้องทุกข์ไว้

ทั้งนี้ ยืนยันว่า จะพิจารณาทำความเห็นแย้ง เพราะมีพยานหลักฐานชัดเจนที่เชื่อว่าเพียงพอจะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้ แต่ต้องสอบถามความเห็นพนักงานสอบสวนอีกครั้งว่าจะทำความเห็นแย้งกี่ประเด็น ซึ่งจะเร่งพิจารณาส่งความเห็นแย้งให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาดไม่เกิน 10 เม.ย. พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่พนักงานอัยการเห็นด้วยกับข้อหาล่าสัตว์ป่า ที่เน้นชัดไปที่เสือดำ รวมถึงประเด็นที่นายเปรมชัย ร้องขอความเป็นธรรมกับพนักงานอัยการและอัยการได้ชี้แจงว่าประเด็นที่ร้องขอมานั้น ตำรวจได้ดำเนินการครบถ้วนแล้ว

ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าตำรวจทำหน้าที่ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบ อีกทั้งประเด็นที่พนักงานอัยการแจ้งขอให้ตำรวจดำเนินการเพิ่ม หลังรับสำนวนคดีไปพิจารณา ก็ไม่ใช่การสอบปากคำพยานใหม่ แต่เป็นการขอให้ระบุข้อหาและพฤติการณ์ให้ชัดเจนเท่านั้น ยืนยัน ตำรวจไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับอัยการ เมื่อมีการทำความเห็นมาเป็นหนังสือ ก็ต้องทำหนังสือชี้แจงกลับ

ข้อมูลจาก จส.100